วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การเมืองฆ่าโหด กวีเสื้อแดง ‘ไม้หนึ่ง ก.กนที’

พลเมืองดีช่วยกันหามร่างนายกมล ดวงผาสุก หรือ “ไม้หนึ่ง ก. กุนที” ส่ง รพ. หลังถูก 2 คนร้ายดักยิงที่ลานจอดย่านซอยลาด-ปลาเค้า 24 ก่อนเสียชีวิตระหว่างทาง.

ดักยิงอุกอาจร้านอาหารดัง ศอ.รส.ห่วงม็อบปะทะม็อบนปช.สู้ต่อแม้ทักษิณวางมือ

สถานการณ์การเมืองไทยเดือดต่อเนื่อง คนร้าย รัวปลิดชีพ “ไม้หนึ่ง ก.กุนที” กวีเสื้อแดงดับอนาถกลางกรุง ขณะออกจากร้านอาหารย่านซอยลาดปลาเค้า 24 ศอ.รส.ไฟเขียวต่ออายุ พ.ร.บ.มั่นคง 2 เดือน ชง ครม.เห็นชอบ 29 เม.ย. อ้างสถานการณ์ กปปส.-นปช. ส่อแนวโน้มปะทะเดือด เสื้อแดงลุยเปิด 6 เวทีย่อยต่างจังหวัด ก่อนเคลื่อนพลบุกกรุง ลั่นแม้ “ทักษิณ” วางมือก็ไม่หยุดต่อสู้ ปชป.ตามถล่ม “ยิ่งลักษณ์” ยื่น ป.ป.ช.ฟันละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ฐานปล่อย ศอ.รส. ออกแถลงการณ์ถล่มองค์กรอิสระ “เทือก” ปิดเกมเช็กบิลรัฐบาลไม่ลงภายในเดือน เม.ย. ส่อลากยาวนำ ม็อบต่อ เตรียมประกาศแผนเผด็จศึกรัฐบาล 30 เม.ย

สถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีการลอบยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่บ้านย่านถนนแจ้งวัฒนะของ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ล่าสุดคนร้ายก่อเหตุอุกอาจยิง “ไม้หนึ่ง ก.กุนที” กวีเสื้อแดง ดับอนาถกลางกรุง

คนร้ายบุกยิงกวีเสื้อแดงดับอนาถ

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 23 เม.ย. ร.ต.ท.ณัฐชาติ บดีรัฐ พงส.สน.โชคชัย รับแจ้งเหตุคนร้าย 2 คน ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ใช้ปืนยิงลูกค้าบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ที่ลานจอดรถหน้าร้านอาหารครกไม้ไทยลาว เลขที่ 8 ซอยลาดปลาเค้า 24 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. พบรถกระบะอีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน 2 กค 9611 กรุงเทพมหานคร มีรอยกระสุนปืนที่กระจกหน้าฝั่งที่นั่งคนขับ 4 รู และกระจกประตูด้านคนขับ 1 รู พบปลอกกระสุนปืน 9 มม.ตกอยู่ 3 ปลอก เก็บไว้เป็นหลักฐาน บนพื้นใกล้ตัวรถมีรอยหยดเลือด ส่วนคนเจ็บพลเมืองดีช่วยนำส่ง รพ.เมโย เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อนายกมล ดวงผาสุก 45 ปี หรือ “ไม้หนึ่ง ก. กุนที” กวีเสื้อแดง กลุ่มปฏิญญาหน้าศาล อยู่บ้านเลขที่ 66/103 หมู่ 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ตรวจสอบบาดแผล เบื้องต้นพบถูกยิงเข้าที่หน้าอกทะลุหลัง 1 นัด

ดักยิงขณะออกจากร้านอาหาร

สอบสวนนายวโรดม พรหมมาลา อายุ 26 ปี ทราบว่า ได้ยินเสียงปืน 4-5 นัด จึงหันมาดู พบคนร้าย 2 คน สวมหมวกไหมพรม คนยิงสูงประมาณ 170 ซม. ลงมายิงแล้ววิ่งไปซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าโซนิค สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ส่วนผู้ขับขี่สวมเสื้อลายสก๊อตสีแดง หลบหนีไปทางปากซอยลาดปลาเค้า 24 เบื้องต้นพบผู้ตายมา รับประทานอาหารที่ร้านกับเพื่อนรวม 4 คน หนึ่งในนั้นคือ นางสุดา รังกุพันธ์ อดีตอาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังรับประทานอาหารเสร็จทั้งหมดเดินทางกลับขึ้นรถ ขณะผู้ตายกำลังขึ้นรถที่ลานจอดรถ มีเสียงปืนดัง 4-5 นัด ก่อนพบผู้ตายนอนฟุบจมกองเลือดอยู่กับพื้น จึงรีบนำร่างส่งโรงพยาบาล

เผยประวัติร่วมแก้ไข ม.112

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกมล หรือ “ไม้หนึ่ง ก.กุนที” เป็นชาว อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม จบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยศิลปากร สร้างชื่อเสียงจากการมีบทกวีตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ต่อเนื่องหลายปี เป็นกวีขวัญใจคนเสื้อแดง ได้รับฉายากวีราษฎร เป็นแนวร่วม 29 มกรา ปลดปล่อยนักโทษการเมืองที่ยื่นข้อเสนอให้ผลักดันการปลดปล่อยนักโทษการเมืองทันทีทุกกรณี รวมถึงการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นกวีรายแรกที่ประกาศตัวเป็น “แดง” เนื่องจากความไม่พอใจอำนาจนอกระบบ ความยุติธรรม 2 มาตรฐาน และระบอบอำมาตย์อภิสิทธิ์ชน ที่ผ่านมาเคยเข้าร่วมการชุมนุม นปช.ที่สะพานผ่านฟ้า เป็นผู้รวบรวมเลือดของคนเสื้อแดงไปเทที่หน้าทำเนียบรัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์ และนำไปผสมปูนมาปั้นเป็นรูปปั้นนายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ที่ฆ่าตัวตายต้านรัฐประหาร หลังจากเหตุสลายชุมนุมที่ราชประสงค์ ได้หลบหนีไปตั้งหลักในประเทศเพื่อนบ้าน โดยบทบาทที่ได้รับการกล่าวขวัญมากที่สุดคือ การเป็นแกนนำในกลุ่มปฏิญญาหน้าศาล ร่วมกับนางสุดา รังกุ– พันธุ์ อดีตอาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เคลื่อนไหวเพื่อช่วยเหลือนักโทษข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 112 ปัจจุบัน นายกมลเป็นแนวร่วมของศูนย์ประสานงานเพื่อประชาธิปไตย (ศปป.) ร่วมกับนางดารุณี กฤตบุญญาลัย มีการแถลงข่าวท่าทีของกลุ่มทุกสัปดาห์ และจัดรายการทางสถานีโทรทัศน์เอเชียอัพเดตร่วมกับนางสุดา ก่อนถูกยิงเสียชีวิต

เสื้อแดงยืนนิ่งไว้อาลัย

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว ระหว่างการแถลงข่าว “ถลกหนังเทือก” ประจำวันของกลุ่มนปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ประกาศแจ้งข่าวการเสียชีวิตของนายกมล ดวงผาสุก หรือ “ไม้หนึ่ง ก.กุนที” ให้มวลชนเสื้อแดงรับทราบด้วยสีหน้าเศร้าสลด จากนั้นกล่าวสดุดีและชวนคนเสื้อแดงลุกขึ้นยืนสงบนิ่งไว้อาลัย โดยนายณัฐวุฒิกล่าวว่า “ไม้หนึ่ง ก.กุนที” ร่วมเคลื่อนไหวกับ นปช.มาตั้งแต่ปี 50 ที่จำได้คือการชุมนุมที่เขายายเที่ยง จ.นครราชสีมา การชุมนุมใหญ่ปี 53 และทำกิจกรรมเคลื่อนไหวด้านสิทธิเสรีภาพประชาชนอย่างต่อเนื่องกับนางสุดา รัง–กุพันธุ์ นักวิชาการเสื้อแดง ในชื่อกลุ่มปฏิญญาหน้า ศาล เท่าที่รู้จักนายกมลไม่ใช่คนนิยมความรุนแรง ไม่เคยมีการเคลื่อนไหวทางอาวุธ มีแค่ปากกาเอาไว้เขียนบทกวี ขอประณามผู้กระทำ ส่วนการจัดงานศพ นปช.จะหารือเพื่อช่วยเหลืออีกครั้ง

ตร.เร่งคลำหาชนวนฆ่า

ต่อมาเวลา 18.00 น. ที่ สน.โชคชัย พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ประ– ยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก.สน.โชคชัย ประชุมกันเป็นเวลากว่า 2 ชม. เพื่อหารือถึงคนร้ายยิงนายกมล ดวงผาสุก หรือ “ไม้หนึ่ง ก. กุนที” กวีเสื้อแดง เสียชีวิต โดย พ.ต.อ.ธนวัตรกล่าวว่า ตำรวจกำลังหาภาพวงจรปิด สอบสวนพยานในที่เกิดเหตุ ส่วนสาเหตุยังไม่สรุปว่ามาจากเรื่องใด ตั้งไว้ทุกประเด็นทั้งการเมือง เรื่องส่วนตัว และการขึ้นเวทีอาจจะกล่าวพาดพิงใคร ต้องไล่ดูเทปการขึ้นพูดบนเวทีด้วย สำหรับหลักฐานที่เกิดเหตุ ตำรวจเก็บปลอกกระสุนปืนขนาด .45 ออโตได้ 5 ปลอก ส่วนบาดแผลเท่าที่สอบถามแพทย์ระบุจุดตายที่หน้าอกตัดขั้วหัวใจ

พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ แนวร่วม นปช. กล่าวว่า เชื่อว่าสาเหตุการยิงนายกมลเสียชีวิตมาจากความขัดแย้งทางการเมือง เพราะนายกมลไม่มีศัตรูกับใคร จึงเกิดแผนเด็ดแกนนำ ซึ่งนายกมลไม่ทันระวังตัว จึงถูกสะกดรอยยิงเสียชีวิต

ยิง จยย.เจ็บ 5 รายกลางดึก

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 23 เม.ย. ร.ต.อ.รักเกียรติ ปทุมวัลย์ พงส.สน.ทุ่งสองห้อง ตรวจสอบเหตุคนร้ายยิงปืนเข้าใส่กลุ่มรถจักรยานยนต์ ขณะที่ขับขี่ผ่านบังเกอร์ของกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.แจ้งวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย ได้แก่ น.ส.รุ่งอรุณ รถหวั่น อายุ 26 ปี นายศักดิ์ดา จำปาวงศ์ อายุ 15 ปี นายฤทธิชัย ช้างงาม อายุ 18 ปี น.ส.ภาวิณี อุ่นเดช อายุ 19 ปี และ น.ส.ม่านฟ้า มุสิกะสินธร อายุ 18 ปี สอบสวนพบกลุ่มผู้บาดเจ็บพร้อมเพื่อนขับขี่รถจักรยานยนต์ 7 คัน กลับจากทานอาหารที่ห้าแยกปากเกร็ด เมื่อขับมาบริเวณที่เกิดเหตุหน้าแนวบังเกอร์ของกลุ่มการ์ด กปปส. มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้ปืนยิงเข้าใส่หลายนัด จนมีผู้รับบาดเจ็บดังกล่าว โดย พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศ– ลักษณ์ รอง ผบก.น.2 กล่าวว่า เบื้องต้นมอบให้ พ.ต.ท.สำอาง ขาวสะอาด สว.สส.สน. ทุ่งสองห้อง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและหาข่าว พร้อมสอบปากคำ ผู้บาดเจ็บอย่างละเอียด เพื่อเป็นเบาะแสหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมาย

ผบ.ตร.รุดแจ้งสถานการณ์นายกฯ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เดินทางเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อรายงานสถานการณ์และแนวโน้มการชุมนุมทางการเมืองในอนาคตของกลุ่ม กปปส.และ นปช. ตลอดจนการเคลื่อนไหวของข้าราชการ การจัดตั้งกลุ่มทางการเมืองต่างๆ การขอต่อระยะเวลาการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯออกไป ซึ่งที่จะครบกำหนดในวันที่ 30 เม.ย. รวมถึงการเกิดเหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองต่อเนื่อง ที่ล่าสุดมีการยิงเอ็ม 79 ใส่บ้าน นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

“ปึ้ง” อ้างอาเซียนห่วงไทย

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศอ.รส. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ได้รับหนังสือจาก รมว.ต่างประเทศพม่า โดยเป็นร่างหนังสือของนายมาร์ตี นาตาเลกาวา รมว.ต่างประเทศอินโดนีเซีย ที่จะจัดทำเป็นแถลงการณ์ร่วมของ รมว.ต่างประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยอาเซียนมีความห่วงใย อยากเห็นประเทศไทยแก้ปัญหาโดยการเจรจา ยึดหลักประชาธิปไตย ก้าวข้ามปัญหา ที่สำคัญอยากเห็นการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นทางออกที่ดี นำไปสู่ความปรองดอง โดย รมว.ต่างประเทศของอาเซียนยินดีให้การสนับสนุนภายใต้หลักการกฎบัตรอาเซียน โดยในปี 2558 ที่กำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ถ้าปัญหาของประเทศไทยยังไม่ได้รับการแก้ไขจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อาเซียน ไทยซึ่งมีบทบาทสำคัญต่ออาเซียน แต่กลับลดบทบาทของตัวเองด้วยความขัดแย้งภายใน จึงอยากฝากนายสุเทพ เทือก–สุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไปคุยกันให้จบว่าจะเลือกตั้งเมื่อใด จากนั้นให้นายอภิสิทธิ์เป็นตัวแทนไปพูดคุยกับ กกต. เพื่อจัดการเลือกตั้ง โดยไม่มีใครขัดขวาง

“เฉลิม” ปัดขอนายกฯพระราชทาน

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. กล่าวถึงกระแสข่าวนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมทำหนังสือขอพระราชทานแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า ไม่จริง ไม่เคยพูด คนเอามาบอกเป็นพวกเพ้อเจ้อ เพียงแต่เราคิดกันว่า ครั้งหนึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยตัดสินนายสมัคร สุนทร–เวช หลุดจากตำแหน่งนายกฯคนเดียว แต่ ครม.ไม่หลุด ถ้าคราวนี้ศาลรัฐธรรมนูญทำเกินกว่ากฎหมายกำหนด บอกว่าต้องออกไปทั้งหมด พวกตนจะพึ่งพระบารมี เพราะเป็นพสกนิกรเหมือนกัน หากทุกข์ร้อนสามารถพึ่งพระบารมีได้ โดยจะทำหนังสือกราบ บังคมทูลฯ ไม่ให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท แต่ไม่ใช่ขอนายกฯพระราชทาน

ซัด “สุเทพ” โกหกแฉวงถก ศอ.รส.

ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำหนังสือกราบบังคมทูลฯจะทำในนาม ศอ.รส.หรือส่วนตัว ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า กำลังคิดอยู่ แต่จริงๆใช้อดีต ส.ส. 9 คนก็ได้ มีตนเป็นแกนนำ ไม่ต้องทำในนาม ศอ.รส.เพราะเป็นพสกนิกรได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องนี้ ตนเชื่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ฝืนมาตรา 181 จึงไม่มีที่พึ่งที่ไหน ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.นำเนื้อหาในที่ประชุม ศอ.รส.ไปพูดบนเวทีปราศรัยนั้น พูดไม่ตรง ไม่มี แต่เรื่องการตั้งทีมจับกุมนายสุเทพเป็นเรื่องจริงล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะตำรวจมีหน้าที่ต้องจับกุม ไม่ต้องไปสั่งเพราะมีหมายจับ

ศอ.รส.ห่วงม็อบปะทะเดือด

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายธันว์ พีรวุฒิ คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงว่า ศอ.รส.มีความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ความวุ่นวายระหว่างกลุ่มมวลชน กปปส.กับกลุ่ม กวป.ที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากแสดงให้เห็นถึงการเผชิญหน้ากันระหว่างมวลชน 2 ฝ่ายตามที่ศอ.รส.ระบุไว้ในแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 โดยเฉพาะการระดมจัดมวลชนในลักษณะท้าทาย และแข่งขันกัน จึงขอเรียกร้องให้แกนนำทุกกลุ่มยุติการชุมนุม ไม่ปลุกระดมเรียกคนเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ เพราะมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดการกระทบกระทั่ง ก่อเหตุร้ายต่อกัน หากแกนนำฝ่าฝืนจนเกิดเหตุร้าย แกนนำทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการทำผิดกฎหมาย ทั้งทางอาญาและแพ่ง

ยกสื่อนอกซัดศาล–ป.ป.ช.สุมไฟ

นายธันว์กล่าวว่า ส่วนบทวิเคราะห์การเมืองไทยของเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ ที่ระบุว่า วิกฤติการเมืองไทยมาถึงขั้นอันตรายสูงสุด เมื่อกลุ่มต่อต้านนายกรัฐมนตรีผลักดันให้เกิดรัฐประหารโดยใช้องค์กรตัดสินที่เสี่ยงนำประเทศไปสู่สงครามกลางเมือง โดยศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการ ป.ป.ช. และ กกต. กำลังนำสถานการณ์เข้าสู่จุดสำคัญของการต่อสู้ระหว่างชนชั้นนำกับผู้ออกเสียงเลือกตั้งในชนบท ใช้คดีความ 2 กรณี ซึ่งมีกำหนดชี้ขาดในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า บทวิเคราะห์นี้สอดคล้องกับความเห็นของ ศอ.รส. ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้น ศอ.รส.โดยผู้อำนวยการ ศอ.รส. และประธานที่ปรึกษา ศอ.รส. ขอเรียกร้องให้ทุกองค์กรและทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างตรงไปตรงมา โดยเห็นแก่ความถูกต้องและชาติบ้านเมือง

จี้กำราบกลุ่มขวางเลือกตั้ง

นายธันว์กล่าวว่า ศอ.รส.ยังได้รับรายงานเกี่ยวกับการประชุมระหว่าง กกต.กับผู้แทนพรรคการ เมือง เพื่อหารือการกำหนดวันเลือกตั้งที่ยังไม่ได้ข้อสรุป จึงขอเรียกร้องให้ กกต.จัดการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อให้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ ขอเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันการขัดขวางการเลือกตั้งซ้ำอีก ศอ.รส.ยินดีให้การสนับสนุน กกต.ให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างไรก็ตามหากมีการขัดขวางการเลือกตั้งเกิดขึ้นซ้ำอีก ผู้กระทำผิดต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ไฟเขียวต่ออายุ ก.ม.มั่นคง 60 วัน

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะที่ปรึกษา ศอ.รส.กล่าวว่า ที่ประชุม ศอ.รส.ได้พิจารณาการขยายระยะเวลาการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่จะครบกำหนดวันที่ 30 เม.ย. โดยที่ประชุมเห็นว่า จากสถานการณ์พบว่า มีการเคลื่อนไหวมากขึ้นของกลุ่มต่างๆ และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น เสี่ยงต่อการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่ม กปปส.และกลุ่ม นปช.โดยเฉพาะจากเหตุการณ์ยิงเอ็ม 79 ที่บ้าน นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะต้องมีการระวังป้องกัน รวมถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจะต้องมีการดูแลรักษาความเรียบร้อย ดังนั้น ที่ประชุม ศอ.รส.เห็นตรงกันที่จะให้ขยายระยะการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯต่อไปอีก 60 วัน โดยยังควบคุมพื้นที่เดิมทั้งหมดในกรุงเทพฯและปริมณฑล จะเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาในวันที่ 29 เม.ย.

พท.เอาผิด กปปส.พกอาวุธ

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เดินทางไปเชิญชวนหน่วยงานต่างๆให้มาร่วมชุมนุมใหญ่ครั้งสุดท้ายกับกลุ่ม กปปส.ว่า การชุมนุมที่ยืดเยื้อ และความพยายามทำตัวเป็นคนดีของนายสุเทพ แท้จริงแล้วเหมือนเป็นการชุมนุมเพื่อหนีคดี เพราะนายสุเทพถูกกล่าวหาอยู่หลายคดี เช่นที่ดินเขาแพง ทุจริตน้ำมันปาล์ม คดีสั่งสลายการชุมนุมปี 53 แต่ยังไม่ไปขึ้นศาล การเดินเชิญชวนของนายสุเทพเป็นเพียงการสร้างอีเวนต์ ไม่ใช่เรื่องใหม่ ถึงจะชุมนุมไปอีก 10 ปี 10 ชาติ ก็ไม่สามารถล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนได้ ผู้ที่จะล้มรัฐบาลได้คือ องค์กรอิสระ ดังนั้น ในวันที่ 24 เม.ย. เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปที่ ศอ.รส. เพื่อนำหลักฐานที่ได้จากการชุมนุมของ กปปส. ที่ผ่านมา 5 เดือน ซึ่งมีการพกอาวุธของการ์ด และรูปภาพที่ปรากฏในการปะทะในเหตุการณ์ที่ผ่านมาของ กปปส. ให้ ศอ.รส.ตรวจสอบข้อเท็จจริง หาตัวผู้กระทำผิด เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าการชุมนุมของ กปปส.ไม่ได้ปราศ จากอาวุธตามที่กล่าวอ้าง

นปช.เปิด 6 เวทีย่อยก่อนบุกกรุง

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. แถลงว่า นปช.จะจัดเวทีสัญจรก่อนชุมนุมใหญ่ใน 6 พื้นที่ คือ 1.วันที่ 26 เม.ย. ที่บึงพลาญชัย จ.ร้อยเอ็ด 2.วันที่ 27 เม.ย.ที่ศาลเจ้าพ่อพระยาแล จ.ชัยภูมิ 3.วันที่ 28 เม.ย.ที่ จ.อุตรดิตถ์ 4.วันที่ 29 เม.ย. ที่ จ.พิจิตร 5.วันที่ 30 เม.ย. ที่ จ.ลพบุรี 6.วันที่ 1 พ.ค. ที่ จ.สุพรรณบุรี จากนั้นจะเข้ามาชุมนุมที่ถนนอักษะ การออกมาครั้งนี้เป็นการเดิมพันโชคชะตาของประเทศ จะเป็นการชุมนุมที่งดงามที่สุด

นายวรชัย เหมะ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ทราบข่าวจากฝ่ายตรงข้ามว่า จะมีการเปลี่ยนแกนนำ กปปส. จากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.มาเป็นนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ภายหลังใช้ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. จัดการล้มรัฐบาล เพื่อให้นายสนธินำม็อบออกมาเยอะๆให้มาปะทะกับม็อบที่สนับสนุนประชาธิปไตย นำไปสู่สงคราม กลางเมือง แล้วให้ทหารออกมาปฏิวัติ ขอบอกฝ่ายอำมาตย์ว่า คุณไม่มีทางชนะประชาชน ขอให้ถอย เพื่อให้ประเทศเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยได้แล้ว

ลั่นสู้ต่อแม้ “ทักษิณ” วางมือ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.กล่าวถึงการประกาศวางมือทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หากมีการคืนความยุติธรรมให้ประเทศว่า การต่อสู้ของคนเสื้อแดงเกิดขึ้นเพราะมีผู้ไม่ยอมรับการเป็นเจ้าของอธิปไตยของประชาชน ดังนั้น ต่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณหายตัวไปอยู่ดาวอังคาร หรือวางมือ หรือใครในครอบครัวชินวัตรไม่ลงสนามการเมือง แต่ถ้าคนกลุ่มนี้ยังมีอิทธิพลในประเทศ ยังแทรกแซงทุกองค์กรเพื่อล้มรัฐบาลล้มเลือกตั้ง ตนก็ไม่มีทางหยุดต่อสู้กับคนเหล่านี้ อยากให้เข้าใจให้ชัด มิฉะนั้นจะพูดบิดเบือนไปว่า ปัญหาอยู่แค่ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัว ซึ่งมันไม่ใช่ คนไทยต้องมองปัญหาจากต้นเหตุ มิฉะนั้นก็แก้ไม่ได้

ยื่นฟัน “ปู” ปล่อย ศอ.รส.ยำศาล

วันเดียวกัน นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการเอาผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศอ.รส. นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ในฐานะรอง ผอ.ศอ.รส. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะเลขานุการ ศอ.รส.ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีที่ ศอ.รส.ออกแถลงการณ์ก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระ

หวดสมคบคิดถล่มองค์กรอิสระ

นายวิรัตน์กล่าวว่า ศอ.รส.ยุยงให้เกิดความไม่สงบ ให้ประชาชนเกลียดชัง ป.ป.ช. กกต. และกระด้างกระเดื่องต่อคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ และจาบจ้วง ล่วงละเมิดสถาบัน โดยแถลงการณ์มีลักษณะข่มขู่ ป.ป.ช. ที่ต้องตัดสินโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่อยู่ในระหว่างไต่สวนของ ป.ป.ช. แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในฐานะ ผอ.รมน.ที่รับผิดชอบความสงบทุกเรื่องกลับเพิกเฉย ไม่ระงับยับยั้ง ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์และบุคคลเหล่านี้ถือว่าสมคบกันละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ทั้งนี้ จะเดินทางไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าการกระทำดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 216 ที่ระบุว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร แต่ ศอ.รส.กลับแถลงการณ์ไม่ยอมรับ ถือเป็นการได้อำนาจนอกวิธีที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญตามมาตรา 68 มีโทษถึงขั้นยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมือง

ทบ.ปัดส่งชุดคุ้มกัน “เหรียญทอง”

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณี พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายใต้ชื่อองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน ถึงการขอทหารมาคุ้มครองดูแลความปลอดภัยว่า กองทัพบกไม่ถึงขั้นจัดชุดรักษาความปลอดภัยเป็นกรณีพิเศษให้ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แต่กองทัพบกจัดกำลังดูแลพื้นที่สุ่มเสี่ยง เฝ้าระวังการใช้อาวุธสงคราม โดยแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบระหว่างตำรวจและทหาร เป็นภารกิจที่ต้องปฏิบัติตามปกติภายใต้ ศอ.รส.ที่มอบให้ตำรวจและทหารดูแลพื้นที่ ไม่มีคำสั่งพิเศษใดๆ แต่คงต้องปรับมาตรการป้องกันเหตุ โดยเฉพาะการใช้อาวุธสงครามในพื้นที่เขตชุมชนเมือง ที่ผ่านมามีพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติต้องเฝ้าระวังป้องกันเหตุต่างๆให้ดีที่สุด ส่วนการขอกำลังไปดูแลความปลอดภัยบุคคลใดเป็นพิเศษ ต้องพิจารณาตามระเบียบกองทัพ ขอย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.มีนโยบายดูแลประชาชนทุกคนให้เกิดความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย

เกาะติดเหตุรุนแรงการเมือง

พ.อ.วินธัยกล่าวว่า กองทัพบกได้ติดตามความคืบหน้าเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงผ่านผู้รับผิดชอบเป็นระยะๆ ซึ่งในการประชุมร่วมกับ ศอ.รส. ทางผู้แทนกองทัพบกได้เสนอถึงการติดตามคดีความต่างๆ ที่สังคมให้ความสนใจ รวมถึงให้ดำเนินคดีกับทุกฝ่ายที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายทำความผิด ส่วนการข่มขู่ด้วยการใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการระดับสูงเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรและผิดกฎหมาย จะเสนอให้ ศอ.รส.ดำเนินการทางคดีให้ถึงที่สุด สำหรับกรณีการจัดตั้งกลุ่มมวลชนต่างๆขึ้นมาหลายกลุ่มในช่วงนี้ กองทัพบกได้หารือในระดับนโยบายว่า เหมาะสมและขัดกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะพฤติ– กรรมการดำเนินกิจกรรมที่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นเรื่องการแสดงพลังหรือการตั้งใจแสดงกำลัง

“หมอเหรียญทอง” แจ้งจับ “โรส”

เมื่อเวลา 09.30 น. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ผู้ก่อตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา ผบก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดี น.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ หรือ โรส ข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พร้อมนำหลักฐานเป็นคลิปวีดิโอ 3 ชุด ซึ่ง 1 ใน 3 ชุด เป็นคลิปที่ น.ส.ฉัตรวดีโพสต์เข้ามาในเฟซบุ๊กของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง โดย พล.ต.ต.ศิริพงษ์ มอบหมายให้ พ.ต.อ.สมพร แดงดี รอง ผบก.ปอท. ดำเนินการสอบปากคำ พล.ต.นพ.เหรียญทอง ก่อนส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดพิจารณาว่าจะสอบสวนเอง หรือมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้สอบสวน พร้อมส่งเรื่องไปสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เพื่อประสานตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป

ปัดวุ่นตั้งกองกำลังติดอาวุธ

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ในฐานะประธานองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน เชิญตัวแทนอดีตนายทหารรุ่นต่างๆ ร่วมหารือกรณีการตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดินเพื่อดำเนินการเอาผิดกลุ่มบุคคลหมิ่นสถาบัน ภายหลังการหารือ พล.ต.นพ.เหรียญทองกล่าวว่า การจัดตั้งองค์กรไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองใดๆ ไม่ได้เป็นศัตรูการเมืองกับสีใดๆ หรือละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่จะสืบค้นตัวผู้หมิ่นพระบรมราชานุภาพ จะเป็นศัตรูกับผู้หมิ่นสถาบัน ตั้งใจว่าจะพัฒนาองค์กรนี้เป็นองค์กรมหาชน ช่วยกันสืบค้นตัวผู้กระทำผิดไปดำเนินคดีตามกฎหมาย มีวิธีการรวบรวมหลักฐาน ไม่ใช่ด่วนสรุป เพราะอาจเกิดการกลั่นแกล้งกันได้ ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.เป็นต้นมา สืบค้นผู้กระทำผิดได้มากกว่า 300 รายแล้ว ซึ่งจะทยอยแจ้งความดำเนินคดี ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการตั้งกองกำลังติดอาวุธช่วยดำเนินการเรื่องนี้หรือไม่ ประธานองค์กรเก็บขยะแผ่นดินตอบว่า ก่อนหน้านี้มีแนวคิดจะตั้งกองกำลังเพื่อป้องกันพื้นที่โรงพยาบาลเพราะถูกกระทำมาหลายครั้งแล้ว ไม่ได้นำไปเข่นฆ่าคนหมิ่นสถาบัน แต่ขณะนี้มีทหารมาดูแลเรื่องความปลอดภัยให้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมีกองกำลังใดๆ

แพทย์ มช.ประณาม ศอ.รส.

วันเดียวกัน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกอบด้วยแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ออกแถลงการณ์ชาวสวนดอกรักประชาธิปไตย ต่อต้านการใช้ความรุนแรง ฉบับที่ 7 ประณามกลุ่มบุคคล รวมทั้ง ศอ.รส.ที่ออกแถลงการณ์กดดันการทำงานขององค์กรอิสระให้ตัดสินตามความต้องการของฝ่ายบริหาร อันเป็นการก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระ และองค์กรศาลตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการ และ ศอ.รส.เร่งจับกุมคนร้ายที่ทำร้ายประชาชนและการข่มขู่คุกคามผู้เห็นต่างจากรัฐบาลมาลงโทษโดยเร็ว พร้อมยกย่อง พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ และนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในความกล้าหาญ เสียสละ ยึดมั่นในการต่อสู้เคียงข้างประชาชน

กปปส.สกลฯต้านระบอบทักษิณ

ที่หน้าศูนย์จำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ จ.สกลนคร กลุ่ม กปปส.สกลนคร นำโดยนายปริยัติ วงศ์ธิเบศร์ อดีตรองนายก อบจ.สกลนคร เดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมอุดมการณ์ตามนโยบายของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. โดยใช้รถขยายเสียงปราศรัยไปรอบๆเมือง ปราศรัยโจมตีรัฐบาล ไม่เอาระบอบทักษิณ ขณะเดียวกันมีกลุ่มนปช.และขบวนการคนอีสานปกป้องประชาธิปไตย นำโดยนายสายัณห์ ธนเกียรติไพศาล แกนนำ นปช.สกลนคร นัดชุมนุมที่หน้าเทศบาลนครสกลนคร ห่างไปประมาณ 300 เมตร เพื่อต่อต้านการเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. พร้อมเปิดเวทีปราศรัยโจมตีม็อบ กปปส. โดย พล.ต.ต.พลศักดิ์ บรรจงศิริ ผบก.ภ.สกลนคร สั่งการให้ตำรวจชุดปราบจลาจลดูแลความสงบเรียบร้อย บรรยากาศการชุมนุมทั้งสองฝ่ายเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย

คปท.เชื่อ ปชช.ได้ชัยชนะ

ด้านความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่สะพานชมัยมรุเชฐ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ผู้ชุมนุมยังคงปักหลักภายในพื้นที่ชุมนุม ร่วมกิจกรรมมวลมหาประชาชนสนทนา ที่แกนนำ คปท.จัดต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 ในหัวข้อ “ปฏิวัติประชาชน บทเรียนจากต่างประเทศ” มีนายเกียรติชัย พงษ์พานิช อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 นายบำรุง คะโยธา อดีตแกนนำสมัชชาคนจน ดร.รัตนาภรณ์ ธรรมโกศล อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการเมืองการปกครอง และการค้าระหว่างประเทศ ร่วมเสวนา โดยส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า การต่อสู้ของมวลมหาประชาชนครั้งนี้ คือการต่อสู้ที่เกิดจากฐานของชาตินิยม เป็นการต่อต้านเผด็จการที่ใช้อำนาจกดขี่ประชาชน เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศเหมือนการปฏิวัติโดยประชาชนในต่างประเทศเช่น ตูนิเซีย อียิปต์ ซีเรีย หรือที่เรียกว่า ปรากฏการณ์อาหรับสปริง แต่การต่อสู้ของประชาชนครั้งนี้ยากลำบากที่สุด เพราะเผด็จการและการกดขี่ไม่แสดงออกให้เห็นชัดเจนเช่นในอดีต ประชาชนส่วนใหญ่ยังมองไม่ออกว่ากำลังต่อสู้กับอะไร การเรียกคืนประชาธิปไตยจึงยากขึ้นเป็น 2 เท่า แต่ยังเชื่อว่า ภาคประชาชนไทยจะได้รับชัยชนะ

“เทือก” นำมวลชนบุก กฟน.

ด้านบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่เวทีสวนลุมพินี ในวันที่ 23 เม.ย. เมื่อเวลา 10.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมแกนนำ กปปส.นำมวลชนเคลื่อนออกจากสวนลุมพินีไปที่สำนักงานใหญ่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) โดยใช้เส้นทางถนนพระราม 4 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิทยุจนถึงแยกเพลินจิต เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุขุมวิทและเลี้ยวขวาเข้าสำนักงานใหญ่ กฟน. ที่อยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนมาแตร์เดอี ตลอดเส้นทางมีพนักงานบริษัท ประชาชนออกมายืนรอให้กำลังใจแกนนำ กปปส.บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้ชุมนุมกลุ่มกองทัพธรรม นำโดย ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม และกลุ่มสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) นำมวลชนมาร่วมขบวนระหว่างเส้นทางที่เดินผ่านด้วย

พนง.รุมกรี๊ดรอต้อนรับคึกคัก

ต่อมาเวลา 11.15 น. นายสุเทพพร้อมมวลชนเดินทางมาถึงสำนักงานใหญ่ กฟน. มีพนักงานรอต้อนรับจำนวนมาก พร้อมเป่านกหวีด โบกธงชาติ ตะโกนให้กำลังใจนายสุเทพ และมอบผ้าพันคอสีส้มของ กฟน.ให้นายสุเทพ รวมถึงนำธนบัตรเย็บร้อยติดกันจำนวนมากมอบให้นายสุเทพ จากนั้นนายสุเทพไปสักการะอนุสาวรีย์จอมพลและมหาอำมาตย์เอกเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต) ผู้ริเริ่มนำไฟฟ้ามาใช้ในประเทศ ที่อยู่หน้าอาคารสำนักงาน กฟน. จากนั้นนายสุเทพได้ร่วมหารือกับนายวิรัตน์ จันทร์ศิริพัฒนา รองผู้ว่าการ กฟน.ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงาน กฟน. โดยนายสุเทพชี้แจงว่า มาเทียบเชิญพนักงาน กฟน.มาร่วมขจัดเภทภัยให้บ้านเมืองในการนัดชุมนุมใหญ่ครั้งต่อไป ที่ผ่านมา กปปส.สู้มาเกือบ 6 เดือน เดินมาแล้วกว่า 500-600 กิโลเมตร ได้แสดงพลังประชาชนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ แต่รัฐบาลยังไม่ลาออก

นัดกางแผนเผด็จศึก 30 เม.ย.

นายสุเทพกล่าวว่า กปปส.จะให้ข้อมูลต่อประชาชนผ่านสื่อต่างๆต่อไป การต่อสู้ครั้งนี้ต้องเอาให้จบ ขอให้มวลชนเตรียมตัวชุมนุมใหญ่ครั้งสุดท้าย เดิมตั้งใจให้จบวันที่ 30 เม.ย. แต่จากการพูดคุยขอปรับเวลาเลื่อนออกไปอีก ซึ่งในวันที่ 30 เม.ย.จะประกาศแนวทางให้ชัดเจน มั่นใจว่าการชุมนุมครั้งนี้ประชาชนจะออกมามากมาย อยู่กันหลายวัน เป็นการต่อสู้นัดเผด็จศึก ซึ่งการเสนอแนะความรู้การต่อสู้จากรัฐวิสาหกิจมีประโยชน์กับ กปปส.มาก เพราะมีประสบการณ์การต่อสู้มากกว่าพวกตน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายสุเทพชี้แจงแนวทางการเคลื่อนไหวเสร็จ กฟน.ได้จัดเลี้ยงข้าวมันไก่ประตูน้ำ เป็นอาหารกลางวันให้แกนนำ กปปส.

“เทือก”โต้แท็กทีมโค่นรัฐบาล

ต่อมาเวลา 20.10 น. ที่เวทีสวนลุมพินี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวปราศรัยว่า ในวันที่ 24 เม.ย. จะนำมวลชนเดินทางไปที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. รู้ว่า การไฟฟ้าทั้งประเทศอยู่ฝ่าย กปปส. ส่วนวันที่ 25 เม.ย.จะไปที่บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติขยายเวลา 15 วัน ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปชี้แจงจนถึงวันที่ 2 พ.ค.นั้น ศาลรัฐธรรมนูญใจกว้าง ให้ความเป็นธรรมเต็มที่ ไม่ได้รวบรัดพิจารณาคดี แต่ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญหรือ ป.ป.ช.จะตัดสินอย่างไร กปปส.ก็ไม่สนใจแล้ว รัฐบาลต้องออกไปอย่างเดียว กปปส.ไม่ได้สมคบกับใคร ไม่ได้สมคบกับ ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อล้มรัฐบาล และไม่ได้วิ่งเต้นกับทหารให้ออกมาปฏิวัติ แต่จะยึดอำนาจกลับมาเป็นของประชาชนด้วยมือของประชาชนเอง ในวันที่ 30 เม.ย. ตนจะแถลงถึงการนัดหมายการชุมนุมครั้งสุดท้าย จึงต้องให้ประชาชนได้เตรียมตัวและตัดสินใจ

24 เม.ย. 2557 08:16 24 เม.ย. 2557 08:16 ไทยรัฐ