วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ปู’ได้อีกเฮือก 15วันแจงเด้ง‘ถวิล’

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

กกต.นัดรบ.ถกลต. 30เม.ย.หาวันดีเดย์

“นายกฯปู” เป่าปากได้หายใจอีกเฮือก หลังศาล รธน.มีมติตามที่ขอ ยืดเวลาชี้แจงไปอีก 15 วัน แต่ตัด “เหลิม-โกวิท-อชิรวิทย์” 3 พยานปากเอกทิ้ง รอสอบอีก 4 ปากก่อนลงดาบ แต่คดีจำนำข้าวยังจ่อคอหอย ส่ง “ยรรยง” ยื่นข้อมูลสต๊อกข้าวหักล้าง “สุภา” ดักคอ ป.ป.ช.อย่าด่วนสรุปข้าว 2.9 ล้านตันล่องหน กกต.ดีเดย์ 30 เม.ย.นัดรัฐบาลถก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ เชื่อได้ข้อสรุป “เหลิม” ซัด “มาร์ค” โอเว่อร์ปูดเป็นเป้าพลีชีพ ชี้จัดการง่ายนิดเดียวจ่อหัวยิงจบ “เด็จพี่” เย้ยชอบปั้นจินตนาการหนีปัญหา พท.ไล่จวก 3 ประสานสมคบล้มเลือกตั้ง “อภิสิทธิ์” บ่นเสียดายไม่ถกให้ถึงราก บอกพร้อมคุยแต่ทุกฝ่ายต้องตอบโจทย์เลือกตั้งต้องไม่วุ่นวาย ลูกหาบตามแห่ยิ่งเร่งเลือกตั้งยิ่งซ้ำเติมวิกฤติ กกต.รับรอง ส.ว.เพิ่มอีก 4 จังหวัด

คดีความที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ต้องลุ้นระทึกกับการพิจารณาขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ทั้งคดีทุจริตจำนำข้าว ที่อยู่ใน ป.ป.ช. และล่าสุดคดีโอนย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ที่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้ขยายเวลาการส่งคำชี้แจงออกไปอีก 15 วัน

คุมเข้มศาล รธน.ถกสอย “ปู”

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 เม.ย. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีการประชุมเพื่อพิจารณาคำร้องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ขอขยายเวลายื่นคำชี้แจงคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหากับพวก ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จากกรณีโอนย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ออกไปอีก 15 วัน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีการจัดหน่วยเก็บกู้และตรวจวัตถุระเบิด (อีโอดี) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำเครื่องตรวจวงจรอิเล็กทรอนิกส์หาวัตถุแปลกปลอม และนำสุนัขตำรวจมาช่วยตรวจสอบบริเวณโดยรอบอย่างละเอียด

ยืดเวลาชี้แจงไปอีก 15 วัน

ต่อมาเวลา 13.15 น. ภายหลังประชุม สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่เอกสารข่าวว่า ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติอนุญาตให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ขยายเวลายื่นคำชี้แจงออกไปอีก 15 วันตามคำขอ โดยให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงกลับมาภายในวันที่ 2 พ.ค. นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่ไต่สวนพยาน 3 ปาก คือ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน และ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีต รอง ผบ.ตร. ตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ร้องขอ แต่หากบุคคลทั้งหมดจะยื่นบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นเป็นหนังสือและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ยื่นได้ภายในวันที่ 2 พ.ค.เช่นกัน ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญให้มีการไต่สวนพยานบุคคลรวม 4 ปาก ได้แก่ นายไพบูลย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์-โพธิ์ศรี อดีต ผบ.ตร. และอดีตเลขาธิการ สมช. และนายถวิล ในวันที่ 6 พ.ค. เวลา 10.00 น. โดยให้พยานทั้ง 4 ปาก ยื่นบันทึกยืนยันข้อเท็จจริง หรือความเห็นเป็นหนังสือหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง ภายในวันที่ 29 เม.ย. หากไม่ยื่นถือว่าไม่ติดใจ

ตัด 3 พยานปากเอกนายกฯ

นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกไต่สวนพยาน 4 ปาก โดย 1 ในนั้น คือ พล.ต.อ.วิเชียร เป็นพยานที่นายกฯขอให้เรียกสืบ ส่วนอีก 3 ปาก เป็นพยานที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าควรไต่สวน เพราะมีความเกี่ยวข้องกับคดี ส่วนพยานอีก 3 ปากที่นายกฯขอมา ทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม พล.ต.อ.โกวิท และ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีจึงไม่จำเป็นต้องไต่สวน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติเอกฉันท์ยุบพรรคบำรุงเมือง ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้อง เนื่องจากเห็นว่าไม่จัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนพรรคในรอบปี 2555 และไม่จัดทำรายการการดำเนินกิจการของพรรค ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 93 ประกอบมาตรา 42 วรรคสอง และมาตรา 92 พร้อมมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปีด้วย

“ยรรยง” ยื่นข้อมูลสต๊อกข้าวโต้ “สุภา”

เมื่อเวลา 10.45 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ได้เข้ายื่นเอกสารการตรวจนับข้าวสต๊อกรัฐบาลในโครงการรับจำนำข้าวต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อโต้แย้งกรณีนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่ามี ข้าวหายจากสต๊อกโครงการรับจำนำข้าว 2 ล้านตัน นายยรรยงกล่าวว่า จากการตรวจสอบพบรายงานการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.สุภา ปิยะ-จิตติ อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว ครั้งที่ 2 เมื่อเดือน ม.ค.2556 ไม่มีการนับสต๊อกข้าวของรัฐบาล 2.5 ล้านตัน ในวันที่ 11 ม.ค.2556 เข้าไปรวมในรายงานด้วย ทำให้จำนวนที่ตรวจสอบขาดทุนมีความเสียหาย 2 แสนล้านบาท ถ้านำข้าวสต๊อกดังกล่าวไปคำนวณด้วยจะขาดทุนเพียง 1 แสนล้านบาทเท่านั้น

ห่วง ป.ป.ช.ใช้ข้อมูลผิดตัดสิน

นายยรรยงกล่าวว่า นอกจากนี้ การปิดบัญชีครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2556 ก็ไม่ได้นับสต๊อกข้าวอีก 2.9 ล้านตัน หากนับรวมสต๊อกข้าวครั้งที่ 2 และ 3 ตัวเลขขาดทุนจะไม่ถึง 3.3 แสนล้านบาท ซึ่งครั้งสุดท้ายที่กระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจสต๊อกผ่านคณะอนุกรรมการตรวจสอบและติดตาม ระหว่างวันที่ 17-28 มี.ค.2557 พบว่า ข้าวอยู่ครบ 18.72 ล้านตัน แต่ที่ตรวจไม่ได้คือ ที่คลังที่รมยา 1.19 ล้านตัน เมื่อตรวจสอบภายหลังก็พบว่าอยู่ครบเช่นกัน ดังนั้น หาก ป.ป.ช.ไปยึดข้อมูลของ น.ส.สุภาจะเป็นข้อมูลไม่ถูกต้องนำไปสู่การวินิจฉัยที่ผิดพลาด นายกฯขอความกรุณาให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ตรงกัน หน่วยงานรัฐทุกหน่วย อาทิ กระทรวงพาณิชย์ องค์การคลังสินค้า (อคส.) พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง

อย่าด่วนสรุปข้าว 2.9 ล้านตันหาย

ต่อมาเวลา 15.45 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า กรณีโครงการรับจำนำข้าวที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ไม่ได้นำข้าวที่อยู่ในครอบครองของ อคส.และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จำนวน 2.977 ล้านตันข้าวสาร มารวมคำนวณทางบัญชี โดยอ้างว่าข้าวสูญหายนั้น ความจริงแล้วมิได้สูญหาย ต้องนับว่าสต๊อกนั้นมีอยู่ การไม่นำมารวมคำนวณจึงเป็นการไม่ถูกต้อง การตรวจสอบสต๊อกให้ถูกย่อมเป็นภารกิจที่สำคัญ ไม่ได้เชื่อเพียงคำกล่าวอ้าง จึงได้มอบให้นายยรรยง พวงราช ไปยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ขอให้พิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ตรวจสอบว่าข้าว 2.977 ล้านตันข้าวสาร ที่อยู่ในความครอบครองของ อคส. และ อ.ต.ก. สูญหายจริงหรือไม่ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. ดำรงความยุติธรรมตามหลักนิติธรรม ให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาคือตนมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ได้พิสูจน์ความถูกต้องของข้อกล่าวหา ตามมาตรฐานสากลและเท่าเทียมกัน

ทนายดิ้นขอสอบพยานเพิ่ม

วันเดียวกัน นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้รับผิดชอบคดีรับจำนำข้าวยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวนพยานเพิ่มเติม 7 ปาก ได้แก่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสภาวิชาชีพบัญชีแห่งประเทศไทย พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. นายโอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ในฐานะจัดทำ นโยบายโครงการรับจำนำข้าว และนายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ นักวิชาการอิสระผู้ศึกษากลไกการตลาดข้าว เนื่องจากพยานเหล่านี้เกี่ยวข้องกับโครงการ การสอบพยานทั้ง 7 ปาก ไม่ทำให้การไต่สวนล่าช้า แต่ทำให้การไต่สวนของ ป.ป.ช.มีความยุติธรรม อยากให้ ป.ป.ช.กรุณาไต่สวนให้อย่างน้อย 4 ปาก เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้นายกฯ เพราะนายกฯมีความไม่สบายใจมาก จึงขอให้ความเป็นธรรม

พยานหน้าเดิมต้องขอมติ ป.ป.ช.

ด้านนายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า จะนำเรื่องเสนอต่อที่ประชุม ป.ป.ช. วันที่ 24 เม.ย. ว่าจะอนุญาตให้นายกฯไต่สวนพยานเพิ่มเติมตามที่ร้องขอมาหรือไม่ เท่าที่ทราบรายชื่อเหล่านี้เคยยื่นมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ ป.ป.ช.ไม่อนุญาตให้ไต่สวนพยานเพิ่มเติม

ขณะที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยเห็นว่า ป.ป.ช.ไม่ควรตัดพยานคดีจำนำข้าว เพราะการตรวจสอบต้องพิจารณาให้ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ควรมองว่าการขอเพิ่มพยานจะทำให้เสียเวลาหรือยื้อเวลาของนายกฯ ป.ป.ช.ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาอย่างตรงไปตรงมา

ปชป.ชี้ลายเซ็นมัดตัวแน่น

น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความพยายามยื้อเวลาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยวิธีขอเพิ่มเติมพยานไม่เป็นเหตุเป็นผล เพราะหลักฐานสำคัญคือลายเซ็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ทั้งหมดในฐานะประธาน กขช. ที่เซ็นระบายข้าว ขายข้าวถุง เป็นทั้งพยานและหลักฐานในภาคปฏิบัติที่ทำให้เกิดการทุจริต หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ทบทวนพฤติกรรมตัวเองตั้งแต่ปี 54-56 ว่าใครเป็นผู้หอบแฟ้มไปให้เซ็นที่ตึกไทยคู่ฟ้า ใช่ผู้บังคับบัญชาตัวจริงที่กระทรวงพาณิชย์และเป็นคนที่สั่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ใช่หรือไม่

กกต.นัดรัฐบาลถก พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง

เมื่อเวลา 14.35 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. แถลงผลการประชุม กกต.ว่า ประธาน กกต.ได้แจ้งผลการหารือระหว่าง กกต.กับพรรคการเมืองว่าเป็นไปอย่างเรียบร้อย มีความคิดเห็นแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มอยากให้เลือกตั้งเร็ว เห็นว่าควรเป็นวันที่ 15 มิ.ย. จึงชี้แจงว่าเป็นไปไม่ได้ อีกกลุ่มเห็นควรให้ชะลอไปก่อน แต่หลายพรรคเห็นตรงกันว่าควรเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค. จึงประสานไปยังนายสุร- นันนท์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เชิญนายกฯและคณะมาหารือ โดยจะนำผลการหารือของพรรค การเมืองและกรอบเวลา 3 แนวทางที่เป็นตุ๊กตาของ กกต. คือเลือกตั้งเร็วที่สุดวันที่ 20 ก.ค. หรือวันที่ 17 ส.ค. หรือวันที่ 14 ก.ย. มาหารือกันในวันที่ 30 เม.ย. เวลา 14.00 น. เพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ ซึ่งนายสุรนันทน์ได้ตอบรับแล้ว เชื่อว่าการหารือครั้งนี้จะได้ข้อยุติวันที่จะออก พ.ร.ฎ.วันเลือกตั้งใหม่

เดินตามระบบขึ้นอยู่สถานการณ์

เมื่อถามว่า จะคุยกับคู่ขัดแย้งหรือไม่ นายภุชงค์ตอบว่า เขาไม่คุยกับเราอยู่แล้ว ที่ผ่านมา กกต.พยายามให้มีการเจรจาแต่ก็ไม่เป็นผล การจัดการเลือกตั้งไม่ใช่ความพร้อม กกต.อย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และเชื่อว่าการนัดหารือกับรัฐบาลครั้งนี้ไม่น่าจะมีการขัดขวาง การหารือกับรัฐบาลที่สำนักงาน กกต.จะไม่มีขัดขวาง นายภุชงค์กล่าวว่า ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะนี่คือสถานที่ราชการ แต่เมื่อสื่อถามเราจะนำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณา เมื่อถามว่า หากการเลือกตั้งครั้งใหม่โมฆะใครจะต้องรับผิดชอบงบประมาณการจัดการเลือกตั้ง นายภุชงค์ตอบว่า เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่จะไม่ล้มเหลว การเลือกตั้งที่ผ่านมายืนยันว่า กกต.ไม่ได้กระทำละเมิดกฎหมาย จากนี้ไป กกต.จะมีการระมัดระวังมากกว่าเดิม

“เหลิม” ซัด “มาร์ค” เวอร์เป้าพลีชีพ

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ผอ.ศอ.รส. กล่าวว่า กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ยอมเข้าร่วมหารือกับ กกต. และตัวแทน 64 พรรคการเมืองอ้างความไม่ปลอดภัยกลัวถูกลอบสังหารถือว่าเวอร์ ระเบิดพลีชีพจะใช้ต่อเมื่อต้องการฆ่าทีเดียวพร้อมกันจำนวนมาก อาทิ กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ฆ่านาวิกโยธิน ถ้าจะฆ่านายอภิสิทธิ์ เดินเข้าไปใช้ปืนยิงกบาลทีเดียวแล้ววิ่งออกมาจบ ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง ส่วนจะมีคนคิดร้ายกับนายอภิสิทธิ์หรือไม่ ไม่ทราบ แต่ไม่ถึงกับใช้ระเบิดพลีชีพแน่ และ กกต.ไม่ต้องสนใจ หน้าที่จัดการเลือกตั้งเป็นของ กกต. อย่าเอาพรรคประชาธิปัตย์ หรือคนคนเดียวมาเป็นตัวตั้ง ศอ.รส.กำลังตรวจสอบอยู่ว่า กกต.จะประวิงเวลา หรือมีเหตุอันควรเชื่อหรือไม่ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถ้าชัดเจนตนจะออกแถลงการณ์ วันนี้ กกต.ยังขมักเขม้นอยู่

เยาะปั้นจินตนาการหนีปัญหา

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอบคุณ กกต. ที่ตั้งใจเดินหน้าให้มีการเลือกตั้ง แม้ยังมีความเห็นต่างเรื่องกรอบเวลา กกต.เสนอกรอบเวลาเลือกตั้งเร็วสุดคือวันที่ 20 ก.ค. หรือ 90 วัน หลังการหารือร่วมพรรคการเมือง แต่พรรคเพื่อไทยเห็นว่า กกต.ควรดำเนินการให้อยู่ในกรอบเวลา 45-60 วัน เพราะทางออกของประเทศคือการเลือกตั้ง หากล่าช้าจะกระทบถึงการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีของประเทศ อยากให้ กกต.แสดงความจริงใจกำหนดวันเลือกตั้งให้เร็วขึ้น ตามที่พรรคการเมืองส่วนใหญ่เห็นร่วมกัน ส่วนข้ออ้างของนายอภิสิทธิ์เป็นการจินตนาการเกินจริง หรือเพราะได้รับคำสั่งจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. โดยสร้างเงื่อนไขใช้มวลชน กปปส.แจ้งวัฒนะ ของพุทธอิสระ มาชุมนุมกดดันหน้าโรงแรม ถือว่าไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ หนีปัญหามาตลอด ทั้งหนีทหาร บอยคอตเลือกตั้ง และหนีประชุมจัดเลือกตั้ง

เย้ยเกมไม่จบตามธงที่ตั้งไว้

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติอนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ขยายเวลาการชี้แจงออกไปอีก 15 วัน ทำให้จนถึงขณะนี้คนที่เผชิญกับความยากลำบากที่สุดในเกมปล้นอำนาจรัฐ คือนายสุเทพ นายอภิสิทธิ์ และพวก ที่ประกาศย้ำมาตลอดว่า เกมจะจบก่อนสิ้นเดือน เม.ย.แน่นอน นายอภิสิทธิ์อาจได้สัญญาณบางประการว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติให้ขยายเวลา จนอาจไม่สามารถเช็กบิลรัฐบาลได้ภายในสิ้นเดือน เม.ย. จึงต้องการทอดเวลาให้ยาวขึ้นโดยอ้างระเบิดพลีชีพลวงโลก ตระบัดสัตย์ไม่เข้าร่วมหารือกับ กกต. หากบรรดาองค์กรอิสระทำผลงานไม่รวดเร็วตามกรอบเวลา กปปส.ก็จะใช้ไม้ตายก่อจลาจลขวางเลือกตั้ง เพื่อทำให้การเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ยังต้องดำรงเป้าหมายเดิมไป

จวก 3 ประสานสมคบล้มเลือกตั้ง

นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า อาจเป็นไปตามทฤษฎีสมคบคิด ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ กปปส. และ กกต. โดยเฉพาะนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ที่สารภาพว่าเป็นผู้ให้คำปรึกษากับนายอภิสิทธิ์ไม่ต้องมาประชุม จึงเป็นแผนแยกกันเดินร่วมกันตี ยิงเปิดทางให้ลูกพี่หนี สร้างสถานการณ์ไม่เนียน คนจับพิรุธได้มาก นายสมชัยควรเอาเวลาไปจัดการเลือกตั้ง มากกว่ามาจัดการงานนอกสั่ง ทำในสิ่งที่ธุระไม่ใช่ เพราะพฤติกรรมแบบนี้นอกจากจะทำให้ กกต.อีก 4 คนอึดอัด ประชาชนก็รู้สึกกดดันว่าเมื่อไหร่จะมีเลือกตั้ง กกต.ควรแสดงความบริสุทธิ์ใจในการทำหน้าที่ ไม่ใช่ประชุมอย่าง สรุปอย่าง แถลงอีกอย่าง เป็นไม้หลักปักเลน

ชพน.ไม่ติดใจ ปชป.ส่อบอยคอต

ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การที่นายอภิสิทธิ์ไม่ได้ร่วมหารือด้วยนั้น ไม่ติดใจว่าจะเป็นการบอยคอตเลือกตั้งอีกหรือไม่ ไม่อยากให้ติดกับดักว่าพรรคการเมืองต้องลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งหมด และอย่าไปติดใจว่าจะมีกลุ่มใดมาขัดขวาง หากมัวติดกับดักอย่างนี้ การเจรจาไม่จบกันง่ายๆ วันนี้ไม่มีใครปฏิเสธการปฏิรูปประเทศไทย และต่างก็เห็นด้วยว่า ต้องปฏิรูปทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ซึ่งหนีไม่พ้นว่าต้องแก้ไขกฎหมาย และจัดองคาพยพให้เป็นไปตามกลไกระบอบ โดยต้องมีฝ่ายนิติบัญญัติ มีสภาฯ เมื่อวันนี้ไม่มีจะทำอย่างไร ดังนั้น หากต้องแก้ปัญหาต้องแยกทำกลไกระบอบประชาธิปไตยให้ได้พิมพ์เขียวปฏิรูปให้เสร็จภายใน 1 ถึง 1 ปีครึ่ง แล้วค่อยคืนอำนาจให้ประชาชน เข้าสู่โหมดนับหนึ่งประเทศไทยใหม่อีกครั้ง อีกทั้งรัฐธรรมนูญยังอยู่ เราก็ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

พรรคเล็กจี้รัฐบาลเร่งเดินเครื่อง

วันเดียวกันเวลา 09.30 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี กลุ่มสหพรรคประชาธิปไตย นำโดยนายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ เข้ายื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผ่าน พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขอให้พิจารณาเร่งดำเนินการกราบบังคมทูลฯขอพระราชทานออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่โดยเร็วที่สุด เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 15 มิ.ย. หรือไม่เกินวันที่ 22 มิ.ย. นายสุรทินกล่าวว่า ทางกลุ่มตระหนักถึงปัญหาความขัดแย้งที่มีการเรียกร้องให้ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง และเห็นด้วยว่าต้องมีการปฏิรูป แต่ทุกอย่างต้องอยู่ในระบอบการปกครองปัจจุบัน สามารถทำควบคู่กับการเลือกตั้งได้ การเข้าหารือกับ กกต.เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ถือว่าล้มเหลวในการหาข้อยุติ พรรคประชาธิปัตย์และพรรคการเมืองอื่นควรกลับมาลงเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับภาษีจากประชาชนเหมือนกัน

มุ่งชูลดเหลื่อมล้ำ-ป้องทุจริต

นายสุรทินกล่าวว่า นโยบายพรรคประชาธิปไตยใหม่ จะมุ่งไปที่การลดช่องว่างทางชนชั้น แก้ไขความไม่เป็นธรรมของกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ แก้ปัญหาคอร์รัปชัน การกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ ต้องตรวจสอบและการควบคุมการมีและใช้อาวุธปืน เพิ่มบทลงโทษให้รุนแรงเช่นเดียวกับมาเลเซียและสิงคโปร์ ส่วนการแก้ปัญหาจราจร จะเพิ่มการจัดเก็บภาษีรถยนต์ รวมถึงการเก็บค่าบริการในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น ปัญหาคอร์รัปชัน หากพบการกระทำทุจริตต้องลงโทษเด็ดขาด ยึดทรัพย์ และไม่กำหนดอายุความ ส่วนการกระจายรายได้ คนที่มีฐานะดีต้องร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการใช้บริการของรัฐ อาทิ ด้านการศึกษา

“มาร์ค” บ่นเสียดายไม่ถกถึงราก

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ว่า เสียดายการหารือระหว่าง กกต.กับพรรคการเมืองไม่มีการพูดคุยถึงเงื่อนไขที่จะทำให้การเลือกตั้งเรียบร้อย เรากำลังพยายามแก้ปัญหาที่เรื้อรังกว่าครึ่งปี มีความสลับซับซ้อน และต้องก้าวข้ามความขัดแย้งหลายอย่าง เพื่อเปิดใจคุยกัน แต่เพราะเวลาที่จำกัดจึงทำให้กลายเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ยืนยันว่า หากจะให้พิจารณาโจทย์เฉพาะการเลือกตั้ง ตนไม่คิดว่าเรากำลังหาคำตอบให้ประเทศที่อยู่ในภาวะที่ทุกคนกังวลมากขึ้น และเครียดมากขึ้น กับความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ ตนเสนอมาตลอด และเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. หารือกัน แต่ก็ยังไม่มีการพูดคุย หากเป็นเช่นนี้คงต้องหาทางอื่นเพื่อให้กระบวนการบางอย่างช่วยกันหาคำตอบมากกว่าต่างคนต่างเดินกัน

บอกพร้อมคุยแต่ต้องตอบโจทย์

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ กกต.จะหารือกับรัฐบาลในวันที่ 30 เม.ย.นั้น ทั้งรัฐบาล และ กกต. จำเป็นต้องช่วยกันแก้โจทย์ที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ และพรรคประชาธิปัตย์พร้อมพูดคุยว่าเราจะช่วยทำอะไรได้บ้าง แต่ถ้ารัฐบาลไม่สนใจโจทย์นี้เลย โดยบอกว่าไม่เกี่ยว ไม่สนใจ คนจะไปเลือกตั้งไม่ไปเลือกตั้ง หรือจะมีความวุ่นวายหรือไม่ก็ไม่มีประโยชน์ ตนไม่เห็นว่าจะให้คำตอบกับประเทศได้อย่างไร

ยิ่งเร่งเลือกตั้งยิ่งซ้ำเติมวิกฤติ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวยืนยันว่า พรรคไม่ได้ปฏิเสธกระบวนการเลือกตั้งที่ถูกต้องชอบธรรม เพราะเป็นหนึ่งในกระบวนการของระบอบประชาธิปไตยที่พรรคพร้อมมีส่วนร่วม แต่สังคมไทยต้องพิจารณาว่าเป็นการเลือกตั้งที่ถูกต้องชอบธรรม หาทางออกให้ประเทศได้หรือไม่ ถ้าเริ่มกำหนดวันเลือกตั้งโดยที่ทุกฝ่ายในสังคมไม่ยอมรับ ผลที่ออกมาแม้มีรัฐบาลก็ไม่ได้รับการยอมรับ ทำให้วิกฤติวนกลับมาอีก เป็นการเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น การที่นายโภคิน พลกุล ตัวแทนพรรคเพื่อไทย ระบุว่า บ้านเมืองจะเกิดกลียุคถ้าเลือกตั้งช้านั้น ข้อเท็จจริงคือ ถ้าเลือกตั้งเร็วโดยที่ไม่มีการยอมรับก็อาจเกิดกลียุคได้เช่นกัน จะมีการคัดค้านการเลือกตั้ง มีบาดเจ็บล้มตายเหมือนเมื่อวันที่ 2 ก.พ.

จวกพฤติกรรมทำสวนคำพูด

นายองอาจยังกล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดกติกาว่า ตรงกันข้ามกับพฤติกรรมของรัฐบาลที่ทำผิดกติกามาโดยตลอด คือ 1.ปล่อยให้มีการทุจริต เช่น โครงการจำนำข้าว 2.มีการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เช่น การโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี 3.ไม่ยึดกฎหมาย กติกาสังคมที่ใครทำความผิดใดต้องรับโทษตามกฎหมายโดยศาลตัดสิน 4.ไม่เคารพกติกาและประชาธิปไตย แต่ใช้การเลือกตั้งอ้างประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือเข้าสู่อำนาจ โดยหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ส่วนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า ไม่ยึดติดกับตำแหน่งนั้น ไม่ได้แสดงถึงความรับผิดชอบ เป็นเกมการเมืองเพื่อยื้ออำนาจ เพราะรู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ จึงไม่แน่ใจว่าการประกาศครั้งนี้จะสายเกินไปแล้วหรือไม่

ปชป.ดาหน้าโต้ข้อหาขี้ขลาด

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้พรรคเพื่อไทยที่กล่าวหาว่านายอภิสิทธิ์ขี้ขลาดไม่เข้าร่วมประชุมตัวแทนพรรคการเมืองว่า คนขี้ขลาดคือคนที่ไม่ยอมมารับโทษจากคำพิพากษาศาล และคนที่ไม่กล้ายอมรับโทษทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำตัดสิน ทุกฝ่ายมีหน้าที่ต้องน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผูกพันทุกองค์กรตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ขอถามว่า การจะขอพระบรมราชวินิจฉัยจะใช้รัฐธรรม-นูญมาตราใด ดังนั้น รัฐบาลต้องหยุดพฤติกรรมมิบังควร และขอให้นายสุรพงษ์เก็บอาการที่อยากเป็นใหญ่หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์พ้นตำแหน่ง เพราะหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ผิด ระวังนายสุรพงษ์จะไม่มีพรรคให้ยืน

“ปุ้ม” ถก 4 องค์กรเปิดประชุมวุฒิฯ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายชูเกียรติ รัตนชัย-ชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะเลขาธิการรัฐสภา และนางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา หารือร่วมกันเพื่อหาข้อยุติในการเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นนายสุวิจักขณ์เปิดเผยว่า ตอนนี้ยังเป็นเรื่องเลขาธิการวุฒิสภาว่าจะดำเนินการอย่างไรในการทำเรื่องขอพระบรมราชวินิจฉัยประกาศ พ.ร.ฎ.การประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญว่าใครจะเป็นเจ้าของเรื่อง ได้ให้ความเห็นไปว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของสภาฯ คนที่จะขอเปิดประชุมสภาฯได้ก็คือประธานรัฐสภายังยืนยันว่าเป็นอำนาจของประธานรัฐสภา แต่เมื่อประธานรัฐสภาไม่มี ประธานวุฒิสภาก็ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้

“สุรชัย” มึนยังเปิดสมัยวิสามัญไม่ได้

ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ ระบุให้ทางเลขา-ธิการวุฒิสภาไปหารือกับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับการเสนอขอตรา พ.ร.ฎ.ประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ หลังจาก 2 หน่วยงานมีความเห็นขัดแย้งกันว่า ไม่ทราบ ต้องว่าไปตามกฎหมาย แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเลือกที่จะฟังเอกสารบางฉบับ แต่ไม่ฟังเอกสารบางฉบับ เมื่อบอกว่าเป็นปัญหาทางธุรการก็ต้องให้ฝ่ายธุรการเป็นผู้แก้ ตนไม่ขอออกความเห็น แต่เมื่อปี 2549 ที่มีการขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อแต่งตั้ง กกต. ระหว่างที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ระบบการธุรการเริ่มต้นด้วยเลขาธิการวุฒิสภาในสมัยนั้น ด้วยความเห็นชอบของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรสมัยนั้น ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้น ตนไม่เข้าใจทำไมถึงบอกว่าสิ่งที่ทำในยุคนั้นไม่ถูก ต้องถามกลับไปว่าเกิดอะไรขึ้น

หารือเครียดเลขาวุฒิก็ไร้ข้อสรุป

เมื่อถามว่า จะฝากประเด็นอะไรให้ทางเลขาธิการวุฒิสภาเป็นแนวทางปฏิบัติในเรื่องนี้ นายสุรชัยตอบว่า ไม่ฝาก ขึ้นอยู่กับนางนรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา จะไปดำเนินการ ไม่ใช่หน้าที่ตน เราเถียงกันในประเด็นข้อกฎหมายจนจบแล้ว แต่ท้ายสุดก็มาหยิบประเด็นในขั้นตอนทางธุรการมาอีก ก็ให้ฝ่ายธุรการไปปฏิบัติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายสุรชัยให้สัมภาษณ์เสร็จ ได้เข้าไปหารือกับนางนรรัตน์ที่ห้องทำงานใช้เวลาหารือ 20 นาที จากนั้นนายสุรชัยได้กลับไปยังห้องทำงานโดยไม่ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมแต่อย่างใด ขณะที่นางนรรัตน์ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงรายละเอียดของการหารือเช่นเดียวกัน แต่ย้ำว่ากรณีดังกล่าวต้องยึดตามกรอบกฎหมายและรัฐธรรมนูญต่อไป

“สุวิจักขณ์” ชี้ข้อกฎหมายปิดช่อง

ด้านนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ยังไม่มีการหารือกับเลขาธิการวุฒิสภาถึงปัญหาดังกล่าว เพราะตนยังติดปฏิบัติราชการอยู่ต่างจังหวัด คาดว่าหลังจากเดินทางกลับจะได้มีการหารือร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้ทำความเห็นไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ชี้แจงว่า การเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อดำเนินการถอดถอนในขณะนี้ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา โดยที่ประธานวุฒิสภาในฐานะรองประธานรัฐสภา ก็อยู่ระหว่างยุติการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่แทนประธานรัฐสภาได้ ตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาไม่สามารถทำหน้าที่ประธานวุฒิสภา เพื่อปฏิบัติหน้าที่รองประธานรัฐสภาได้เช่นกัน เมื่อถามว่า กรณีการแต่งตั้งกรรมการ ป.ป.ช.คนใหม่ และผู้ทรงคุณวุฒิในศาลปกครองจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ นายสุวิจักขณ์ตอบว่า ส่วนตัวมองว่าเรื่องดังกล่าวอาจมีปัญหาในข้อกฎหมาย เพราะเป็นการดำเนินการที่ต้องมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญเช่นกัน คงต้องหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อน

รับรอง ส.ว.เพิ่มอีก 4 จังหวัด

อีกเรื่อง นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. แถลงว่า ที่ประชุม กกต. มีมติรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ว.เพิ่มเติมอีก 4 จังหวัด ประกอบด้วย ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสิงห์บุรี พร้อมกันนี้ ยังได้รับคำร้องคัดค้านผู้ได้รับการเลือกตั้ง ส.ว.ในจังหวัดแพร่ เนื่องจากมีเนื้อหารายละเอียดที่ต้องสอบสวนเพิ่มเติม กรณีที่การหาเสียงลงหนังสือพิมพ์ที่มีข้อความอาจขัดประกาศ กกต. นอกจากนี้ กกต.ยังมีมติเห็นชอบให้งดเว้นการจัดเก็บภาษีน้ำมันดีเซลออกไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-31 พ.ค. ตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอ

 

24 เม.ย. 2557 08:11 ไทยรัฐ