วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โอกาสจบแบบหักมุม?

เล่นเอาพ่อยก แม่ยก ใจหายใจคว่ำ

กับปรากฏการณ์ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องยกเลิกการเข้าประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือถึงกำหนดเลือกตั้งแบบกะทันหัน โดยอ้างปัญหาเรื่องความปลอดภัย

ซึ่งทุกอย่างเกิดขึ้นภายหลัง “พุทธอิสระ” นำม็อบ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะปะทะกับกลุ่มเสื้อแดงเครือข่ายวิทยุชุมชน ก่อนยกขบวนมาปิดหน้าโรงแรมที่จัดประชุม

กดดันให้นำป้าย “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ไปแขวนบนเวที ก่อนยกขบวนกลับที่ตั้ง

แล้วก็เป็นนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ที่เปิดเผยเบื้องหลังอันน่าตื่นเต้น โดยแถลงถึงสาเหตุที่นายอภิสิทธิ์ ไม่เข้าร่วมหารือกับ กกต.และพรรคการเมือง

เป็นการตัดสินใจในนาทีสุดท้าย เพราะไม่มั่นใจในสวัสดิภาพ

เนื่องจากข้อมูลเชิงลึกพบว่า จะมีการก่อเหตุในการประชุมพุ่งเป้าหมายที่นายอภิสิทธิ์และมีการประกาศจากกลุ่มที่ใช้อาวุธว่าอาจจะมีการพลีชีพเพื่อกำจัดนายอภิสิทธิ์

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ก็รับมุก ยอมรับเองเลย เหตุที่ตัดสินใจชิ่งเวทีประชุม มาจากเฟซบุ๊ก “ลุงยิ้ม ตาสว่าง” ที่โพสต์เตือนเหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำทุกครั้ง

งานนี้เลยไม่กล้าเสี่ยงท้าเป็นท้าตาย

แต่สุดท้ายก็เป็นเจ้าของเฟซบุ๊ก “ลุงยิ้ม ตาสว่าง” ได้โพสต์เคลียร์กระแสปฏิเสธกรณีถูกนำชื่อและข้อความจากเฟซบุ๊กส่วนตัวไปแถลงข่าวอ้างว่าจะไปสังหารนายอภิสิทธิ์

“555 อภิสิทธิ์ไม่มาประชุม อ้างลุงยิ้มจะทำร้าย 5555”

คนที่โดนอ้างเคลียร์ข่าวด้วยอารมณ์แบบฮาๆ หักมุมกลายเป็นเรื่องโอละพ่อ

ตามรูปการณ์ก็เลยยังสรุปไม่ได้ อะไรเป็นอะไรกันแน่

เรื่องของเรื่อง ปมมันก็อยู่ที่ธงของแต่ละฝ่าย รัฐบาลพรรคเพื่อไทยก็เดินหน้าเร่งให้จัดเลือกตั้งเพราะมั่นใจในความได้เปรียบเมื่อลงสนามก็จะได้อำนาจรัฐกลับคืนมาอย่างชอบธรรม ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์และม็อบ กปปส.ก็ยื้อให้ปฏิรูปก่อน เพราะเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ผูกปีแพ้วันยังค่ำ

โดยเงื่อนไขที่ยื้อเดิมพันกันอยู่ ยากที่จะคุยกันรู้เรื่อง

ไม่ว่าจะจัดกันอีกกี่เวทีเกี่ยวกับเลือกตั้ง ก็ต้องมีปัญหายื้อยุดฉุดกระชากกัน

ในเหลี่ยมที่ต่างฝ่ายต่างชิงกระแสความชอบธรรม หนุนธงของตัวเองแค่นั้น

ที่น่าสนใจจริงๆก็ตรงที่นายอภิสิทธิ์ ส่งสัญญาณเป็นนัย ทุกสิ่งทุกอย่างควรจะพยายามหาทางแก้ปัญหาให้ได้ภายใน 10 วันข้างหน้า เพราะไม่อยากจะเห็นการเผชิญหน้า ความรุนแรงที่อาจจะลุกลามบานปลาย พอเข้าสู่เดือนพฤษภาคมจะมีเรื่องคดีความ มีเรื่องต่างๆที่จะเป็นปมขัดแย้งมากขึ้นไปอีก

แต่ยังอุบไต๋วิธีการที่ไม่สามารถเปิดเผยได้

ให้เหตุผลแค่ว่า ถ้าพูดไปก่อนจะสุ่มเสี่ยงต่อการไม่ไปไหน เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อมีผู้เสนออะไร วันรุ่งขึ้นก็จะมีคนบอกว่าใช้ไม่ได้ ไม่ต้องคุยกัน ซึ่งเป็นแบบนี้มาแล้ว 6 เดือน จึงต้องพยายามทำด้วยความระมัดระวัง ถ้าสำเร็จก็ดีใจ บ้านเมืองจะได้เดินหน้าถ้าไม่สำเร็จก็ถือว่าได้พยายามทำหน้าที่ของตนเองแล้ว

โดยท่าที “อภิสิทธิ์” เริ่มเล่นบทของผู้เสนอหนทางหย่าศึก

เป็นท่าทีที่ออกมาในจังหวะไล่เลี่ยๆกับการที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกตัว พร้อมยุติบทบาททางการเมือง ถ้าหากทำให้สถาน- การณ์ความขัดแย้งบ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์อินสตาแกรม “thaksinlive” ไปโผล่อยู่อลาสกา “นายใหญ่” แวบไปอยู่ไกลอีกซีกโลก ไม่บัญชาการอยู่ใกล้เมืองไทยให้เป็นเป้าจับจ้องของฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย

ในอาการที่ต่างฝ่ายต่างถอยออกจากจุดตึงเครียดก่อนประจัญบาน

ขณะที่สถานการณ์ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้นายกฯยิ่งลักษณ์ยื่นคำชี้แจงเพิ่มเติม กรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปถึงวันที่ 2 พฤษภาคม พร้อมให้มีการไต่สวนพยานเพิ่มอีก 4 ปาก ในวันที่ 6 พฤษภาคม

โดยเงื่อนเวลาก็ล้อตามโปรแกรมที่ล็อกไว้ อย่างที่หัวขบวนก๊วน 40 ส.ว.ออกมาส่งสัญญาณนำร่อง ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดีใหญ่ในวันที่ 7 พฤษภาคม

ตรงกับข่าววงในฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย ทุกอย่างจะจบภายในเดือนมิถุนายน

และนั่นก็สอดคล้องพอดีกับปฏิทินที่ประชุมตัวแทนพรรคการ เมืองเห็นชอบร่วมกันเป็นเอกฉันท์ให้ กกต.จัดเลือกตั้งภายในกรอบเวลา 60 วัน เปิดหีบลงคะแนนพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 20 กรกฎาคม

ในวงเล็บ ถ้าสถานการณ์คนละเรื่องเดียวกัน ดันลงตัวพอดี.

ทีมข่าวการเมือง

24 เม.ย. 2557 02:54 24 เม.ย. 2557 02:55 ไทยรัฐ