วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'กิตติรัตน์' คาดปี 57 เก็บรายได้ต่ำกว่าเป้า หวั่นถูก 'มูดีส์' ลดเครดิต

'กิตติรัตน์' คาดปี 57 เก็บรายได้ต่ำกว่าเป้า หวั่นถูก 'มูดีส์' ลดเครดิต

  • Share:

นายกรัฐมนตรีเรียกถก 3 กรมจัดเก็บภาษี หลังรายได้ภาษี 6 เดือนแรกต่ำกว่าเป้า 4 หมื่นล้าน คาดจัดเก็บรายได้ปี 57 ไม่เป็นไปตามเป้า ห่วงการเมืองกดดันเศรษฐกิจโตต่ำกว่า 3% หวั่นถูก "มูดีส์" ลดเครดิต... 

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เรียกประชุมกรมจัดเก็บภาษี ทั้ง 3 กรม คือ กรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล หลังการจัดเก็บรายได้ภาษีของ 3 กรมภาษี ช่วง 6 เดือนแรกต่ำกว่าเป้าหมาย 4 หมื่นล้านบาท เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง ทำให้เศรษฐกิชะลอตัวลง 

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง กล่าวว่า การจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2557 มีโอกาสที่จะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ 2,275,000 ล้านบาท และยืนยันว่าไม่มีแนวคิดที่จะปรับเพิ่มอัตราภาษีใด

ขณะที่ภาษีมูลค่าเพิ่มปัจจุบัน อยู่ที่ร้อยละ 7 กำลังจะหมดอายุในเดือน ก.ย. 57 ซึ่งคาดว่าจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาต่อไป จากนั้นจะต้องนำหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ามีความคิดเห็นในเรื่องนี้อย่างไร

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะเร่งติดตามการทำงานของหน่วยงานราชการ ทั้งหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง และเร่งลงทุนในบางโครงการที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนถึง 1,000 ล้านบาท 

สำหรับการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลช่วง 6 แรกของปีงบประมาณ จัดเก็บได้ 1.11 ล้านล้านบาท เมื่อหักยอดการขอคืนภาษีของประชาชนและเอกชน รวมทั้งงบนำส่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีรายได้สุทธิเหลือ 9.35 แสนล้านบาท ส่งผลให้รายได้โดยรวมต่ำกว่าเป้าหมาย 20,000 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่มลดลง และการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และผลประกอบการของภาคเอกชนลดลงตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

นายกิตติรัตน์ กล่าวต่อว่า หากปัญหาการเมืองยืดเยื้อ ไม่มีรัฐบาลมาบริหารประเทศ ส่งผลกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณ ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติและภาคเอกชนที่จะขยายการลงทุน จนทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวในปี 2557-2558 หรือ 12-18 เดือน โดยขยายตัวต่ำกว่าร้อย 3

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมีโอกาสที่สถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (มูดีส์) ลดอันดับเครดิตของประเทศลงได้ จากปัจจุบันที่ มูดีส์ คงอันดับเครดิตตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศในอันดับ Baa1 เพราะฐานะทางการเงินของประเทศยังแข็งแกร่ง และทุนสำรองเงินระหว่างประเทศยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ขณะที่การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ในระดับต่ำ แต่หากการเมืองยืดเยื้อจนเศรษฐกิจชะลอตัวไปอีก 1 ปีถึงปีครึ่ง อาจกระทบจีดีพีลดลงต่อกว่าร้อยละ 3 ขณะที่ภาคเอกชนปรับจีดีพีลดลงไม่เกิน ร้อยละ 2.5-2.7 หากจีดีพีลดลงต่ำกว่านี้อีก อาจทำให้ถูดลดอันดับเครดิตของประเทศได้

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปัญหาในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เงินสูญหายไปจำนวนมาก เพราะจีดีพีลดลงร้อยละ 1 ทำให้รายได้ทางเศรษฐกิจหายไป 120,000 ล้านบาท หากมีปัจจัยอื่นเพิ่ม เพื่อมาหักล้างทุนสำรองฯ และดุลบัญชีเดินสะพัด อาจทำให้สถาบันการจัดอันดับเครดิตทบทวนการประเมินเครดิตของประเทศไทย

ส่วนข้อเสนอการขอเงินสำรองจ่ายเพิ่มอีก 40,000 ล้านบาทนั้น มองว่าเป็นเงินที่สูงเกินไป แต่จะนำไปพิจารณาให้เหมาะสม เพราะยังมีงบกลางบางส่วนพอใช้ได้ เพราะการขอยืมในวงเงิน 20,000 ล้านบาทนั้น ได้จ่ายให้ชาวนาไปหมดแล้ว ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ได้นำส่งเข้ามา 16,000 ล้านบาท คงเหลือ 4,000 ล้านบาท คาดว่าจะนำส่งคืนได้สิ้นเดือน พ.ค.นี้ตามเป้าหมาย เพราะขณะนี้จ่ายเงินจำนำข้าวให้ชาวนาแล้วครึ่งหนึ่ง จากยอดค้างทั้งหมด 190,000 ล้านบาท. 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้