วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาดูกับมาดาม : "Noah"…บทลงโทษของมนุษย์

“My father said…one day, if man continued in his ways, the Creator would annihilate this world.” (Methuselah)

“พ่อของฉันเคยบอกว่าวันหนึ่ง...ถ้ามนุษย์ยังคงทำแบบเดิม ผู้สร้างจะทำลายโลกนี้ซะ” (เมทูเซลา)

คุณผู้อ่านเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับตำนาน “การสร้างโลก” หรือ “วันสิ้นโลก” ไหมคะ? ก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องราวและความเชื่อหลายกระแส ทั้งที่อ้างอิงจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และหลักฐานลึกลับที่พิสูจน์ได้ยากเต็มที แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลใดยืนยันข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ได้ ผลก็คือ “คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ” นี้ ถูกนำไปเป็นปมปัญหาหลักของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์หลายต่อหลายเรื่อง...เพื่อทำให้เราเชื่อว่าวันสิ้นโลกมีอยู่จริง!

ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ว่ามักพูดถึง “บทลงโทษ” ของมนุษย์ในโลกอนาคต โดยมากเป็นผลจากการใช้ทรัพยากรบนโลกอย่างไม่ยั้งคิด การทำลายจิตวิญญาณของโลกจนเสื่อมโทรม จนสมควรจะทำลายทิ้งหรือปล่อยให้รกร้าง แต่ภาพยนตร์ที่มาดามเลือกมานำเสนอวันนี้สวนกระแสค่ะ เพราะเป็น “บทลงโทษ” ของมนุษย์ในอดีต...เป็นเรื่องราวความเชื่อจากซีกโลกตะวันตกที่ว่ามนุษย์ถูกสร้างโดย “พระผู้สร้าง” และจะถูกทำลายโดย “พระผู้สร้าง” เช่นกัน

เรื่องราวของ “โนอาห์” เริ่มต้นจากความเป็นมาและต้นกำเนิดของมนุษย์ ถ้าใครเคยได้ยินเรื่องราวของ “อดัม” กับ “อีฟ” มนุษย์คู่แรกที่อาศัยด้วยกันอย่างมีความสุขในสวนอีเดนคงจะพอนึกภาพออกง่ายๆ เรื่องของ “โนอาห์” เริ่มต้นหลังจากนั้นอีกหลายร้อยปีค่ะ เมื่อมนุษย์ขยายจำนวนเพิ่มขึ้น ตามมาด้วยการทำลายล้างธรรมชาติและฆ่าฟันกันเองเพื่อความอยู่รอด

อ่านดูเหมือนเป็นพล็อตธรรมดาที่พอเดาทิศทางได้ แต่ความเป็นจริงคือเนื้อหาหนักหนาเอาการเลยค่ะ อารมณ์ จังหวะ และบทบาทของตัวละครแต่ละตัวก็สร้างความเครียดและความกดดันได้ไม่น้อย ถือว่าผู้กำกับ Darren Aronofsky (Black Swan, 2010) ทำออกมาได้ดีค่ะ...ทำให้เรื่องราวความเชื่อ (ทางศาสนา) ที่ทั่วไปอาจดูเยิ่นเย้อและน่าเบื่อน่าติดตามขึ้นมาบ้าง

นอกจากการเล่าเรื่องที่ติดตามได้ไม่ยาก เสน่ห์อีกอย่างของเรื่องคือเหล่านักแสดง เริ่มด้วย “Russell Crowe” ผู้รับบท “Noah” ชายหนุ่มธรรมดาที่มีโชคชะตาแสนพิเศษ ร่วมด้วย “Jennifer Connelly” รับบท “Naameh” ภรรยาสาวผู้ยืนหยัดเคียงข้างโนอาห์ตลอด ร่วมด้วย “Emma Watson” ในบทของ “Ila” ลูกเลี้ยงและลูกสะใภ้ของโนอาห์ สุดท้ายที่ลืมไม่ได้ คือ “Anthony Hopkins” ในบทปู่ของโนอาห์ ชื่อว่า “Methuselah”

เห็นรายชื่อนักแสดงแล้วคงไม่สงสัยในฝีมือ แต่ที่น่าประทับใจสุดคือวิธีการถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกเบื้องลึกของแต่ละตัว สารภาพตามตรงว่าก่อนเข้าโรงไม่ได้คิดว่าเนื้อเรื่องมันจะเครียด แต่กาลกลับตาลปัตร เพราะถึงกับอึดอัดเล็กน้อย เพราะเนื้อหาหนักพอสมควรทีเดียว ไฮไลต์อยู่ที่ความรู้สึก “ผิดชอบชั่วดี” ของตัวละคร แม้จะนำเสนอว่าเป็นคนดีแค่ไหน แต่เบื้องลึกของแต่ละคนก็ยังมีแง่มุมลับดำมืดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตัวเองอยู่ดี

ยิ่งดูก็ยิ่งเครียดค่ะ เพราะหนังแสดงให้เห็นความดิบเถื่อนทางอารมณ์ของตัวละครแต่ละตัวมากขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งตัวละครที่เราคิดว่ามีปัญหาน้อยที่สุด ก็ยังมีเรื่องราวค้างคาใจที่ก่อให้เกิดเรื่องราวมากมาย และตัวละครที่ได้รับความกดดันมากที่สุด ได้แก่ โนอาห์ เพราะเขาเป็นเหมือนตัวแทนรับสารจากพระผู้สร้าง...สร้างเรือโนอาห์ขนาดใหญ่ อพยพสารพันสัตว์รวมทั้งมนุษย์ไปสู่โลกใหม่ที่ทุกอย่างกลับเข้ามาสู่จุดเริ่มต้น

ภาวะ “โลกไม่สวย” ที่โนอาห์เจอ ทำให้ “พระผู้สร้าง” อยากทำลายโลกนี้เพื่อเริ่มต้นใหม่...ฟังดูเป็นเรื่องปกติ เหมือนเวลาเราเขียนคำผิด ก็คงจะอยากลบทิ้งแล้วเขียนใหม่...แต่ “มนุษย์” เป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนกว่านั้นค่ะ ใช่ว่ารื้อโลกนี้ทิ้งแล้วเราจะกลับมารักกันดูดดื่ม แล้วอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ความรู้สึก “ผิดชอบชั่วดี” “เมตตาธรรม” และ “ความรัก” เป็นเรื่องสอนกันยากและบังคับกันไม่ได้ และหากเรายังแก้ไขเรื่องนี้ไม่ได้ ก็คงต้องรื้อทำลายโลกกันไปอีกหลายยก

หากใครเป็นคอหนังเบาสมอง หรือรักโรแมนติกอาจจะไม่ชอบหนังเรื่องนี้มากนัก เพราะเนื้อหาเรื่องนี้ห่างไกลความ “โลกสวย” อยู่หลายขุม และหากย้อนดูโลกของความเป็นจริง จะเห็นว่าความจริงข้อนี้เราก็คงหนีไม่พ้น เพราะเราต้องเผชิญหน้ากับความโหดร้ายทั้งทางตรงและทางอ้อมจากโลกภายนอกตลอดเวลา ประเด็นมันอยู่ที่ว่า...เราจะตั้งรับและรับมือกับมันได้ดีมากน้อยแค่ไหนต่างหาก

Trailer


ตัวอย่างภาพยนตร์ “Noah” (2014)

จนกว่าจะพบกันใหม่สัปดาห์หน้า

มาดามอองทัวร์
@MadamAutuer 

ภารกิจใหญ่หลวงในตำนานของ "โนอาห์" กับบทพิสูจน์คุณค่าของมนุษย์ 23 เม.ย. 2557 16:13 24 เม.ย. 2557 10:08 ไทยรัฐ