วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กอ.รมน.ภาค4 โต้แถลงการณ์ PERMAS หวังยกระดับความรุนแรง

กอ.รมน.ภาค4 โต้แถลงการณ์ PERMAS หวังยกระดับความรุนแรง

  • Share:

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 โต้แถลงการณ์กลุ่ม PERMAS กล่าวหา จนท.ไทยใช้ความรุนแรงจับกุมผู้ต้องสงสัยคดีก่อเหตุรุนแรง ระดับผู้สั่งการ ยันทหารมีการปฏิบัติการร่วม 3 ฝ่ายจะใช้วิธีจากเบาไปหาหนัก...

เมื่ออเวลา 11.00 น.วันที่ 23 เม.ย.57 ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า) ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยว่า ตามที่สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี (PERMAS) ได้ออกแถลงการณ์เมื่อ 19 เมษายน 2557 กรณีการเสียชีวิต ของนายมุกตาร์ อาลีมามะ พร้อมด้วย เด็กชายลุกมาน อภิบาลแบ บุตรชาย เหตุเกิด เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557 ในพื้นที่ หมู่ 4 ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ดังที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ ดังนี้

1. การออกแถลงการณ์ของกลุ่ม PERMAS เป็นลักษณะของการชี้นำสังคมที่ทำให้เกิดความสงสัย ต่อกรณีการเสียชีวิตของนายมุกตาร์ อาลีมามะ พร้อมบุตรชาย ว่าอาจเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐเนื่องจากนายมุกตาร์ อาลีมามะ เป็นสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับสั่งการ เป็นผู้ต้องหาคดีความมั่นคงมีหมายจับ ป.วิอาญา หลายหมายและตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีต่างๆ อีกหลายคดี 2.การเปิดแผนต่างๆ ของกอ.รมน.ภาค 4 มีวัตถุประสงค์ เพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่กระทำความผิดในคดีต่างๆ เพื่อมาลงโทษตามกระบวนทางกฎหมาย โดยใช้การปฏิบัติการร่วม 3 ฝ่าย ด้วยการใช้วิธีการจากเบาไปหาหนัก ซึ่งที่ผ่านมาสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรงได้จำนวนมาก และมีบางส่วนได้เสียชีวิตจากการต่อสู้ขัดขืน นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่กระทำความผิดหรือผู้ที่เห็นต่างเข้ารายงานตัวแสดงตนตามโครงการพาคนกลับบ้านเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

3. การส่งกำลังทหารลงมาปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มิใช่ลงมาทำสงคราม แต่ลงมาเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ให้พี่น้องประชาชนและบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ เพราะพื้นที่แห่งนี้ คือราชอาณาจักรไทยไม่ใช่ดินแดนสงคราม จึงไม่มีคู่สงคราม มีแต่ผู้ที่ใช้ความรุนแรงที่จะต้องถูกติดตามจับกุมมาลงโทษตามกฎหมาย จึงไม่เป็นไปตามคำกล่าวอ้างของกลุ่มเครือข่ายองค์กรต่างๆ รวมทั้งกลุ่ม PERMAS ที่พยายามยกระดับความขัดแย้งแต่อย่างใด 4. สถานการณ์ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอด 10 ปี ที่ผ่านมาได้สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องบาดเจ็บ ทุพพลภาพและเสียชีวิตกว่า 15,000 คน

"ส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง มิใช่เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชน และเป็นไปตามความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ ที่ไม่ต้องการให้ถอนกำลังทหารทั้งนี้เป็นไปตามผลการสำรวจทัศนคติ และความพึงพอใจของพี่น้องประชาชนที่มีต่อเจ้าหน้าที่ทหารในการเข้ามาตรวจสอบเหตุการณ์ที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน ขอเพียงแต่อย่าเลือกปฏิบัติแต่ต้องออกมาต่อสู้เรียกร้องให้พี่น้องประชาชนทุกๆ คนทุกเชื้อชาติ ศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถูกละเมิดหลักมนุษยธรรม โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงซึ่งทุกคนล้วนมีสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมืองที่จะมีชีวิตในดินแดนแห่งนี้เช่นกัน" โฆษก กอ.รมน.กล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้