วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คู่บารมีจักรพรรดิ

ใครที่เคยไปถึง วัดมหามัยมุนี เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมาร์ ก็จะถูกพาไปชม รูปหล่อโลหะสำริดศิลปะเขมร สมัยบายน ขนาดใหญ่ 6 รูป

ช้างสามเศียร 1 ราชสีห์หรือสิงห์ 3 และเทวรูปอีก 2

รูปหล่อสำริดเหล่านี้ เดิมทีมีอยู่ 30 รูป แต่เหตุจากการถูกอพยพเคลื่อนย้าย ไปอยู่หลายเมือง ในช่วงเวลายาวนาน...จึงสูญหายพลัดพรายไป 6 รูปที่เหลืออยู่ ก็ชำรุดหักหายไม่สมบูรณ์

ชาวพม่าเชื่อกันว่า ศักดิ์สิทธิ์นัก มักมากราบไหว้บนบาน ด้วยการกอดจูบลูบคลำ

บางส่วนรูปสำริดสึกหรอ มองเห็นเนื้อโลหะผสมสุกปลั่ง...ค่านิยม การอนุรักษ์วัตถุโบราณ...ให้เหลือไว้ในสภาพเดิม ตามความนิยมยุคใหม่ ในกรณีนี้...ยังไปไม่ถึงพม่า

รูปสำริดเหล่านี้ เดิมทีอยู่ในนครธมแห่งอาณาจักรขอม เมื่อเจ้าสามพระยา (สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2) แห่งกรุงศรีอยุธยาตีนครธมได้เมื่อ พ.ศ.1966 ก็ขนย้ายมาไว้กรุงศรีอยุธยา

ต่อมา เมื่อ พ.ศ.2112 พระเจ้าบุเรงนองของพม่ายึดกรุงศรีอยุธยาไว้ได้ก็ขนย้ายเอาไปไว้กรุงหงสาวดี

หนังเรื่องสมเด็จพระนเรศวรที่ท่านมุ้ยสร้าง ในขบวนเชลยอยุธยา มีล้อเลื่อนบรรทุกเทวรูปสำริดชุดนี้ให้เห็นด้วย...

เมื่อหงสาวดีถูกยะไข่และตองอูร่วมกันโจมตี...กลายเป็นผู้แพ้ รูปสำริดชุดนี้ก็ถูกย้ายไปอยู่ที่วัดมหามัยมุนี เมืองยะไข่

ไม่นาน ในสมัยพระเจ้าปดุงยกทัพไปตียะไข่ได้ พระมหามัย–มุนีแลรูปสำริดเขมรเหล่านั้นก็ถูกย้ายไปอยู่กรุงอมรปุระ

ตามการแบ่งเขตปกครองปัจจุบันอยู่ในเขตเมืองมัณฑะเลย์

ศาสตราจารย์ฌอง บวชซิเลเย่ร์ นักประวัติศาสตร์ศิลปะ อธิบายว่า รูปสำริดเหล่านี้ นอกจากถือเป็นวัตถุมีค่าแล้ว ยังถือเป็น “สัญลักษณ์ของพระราชอำนาจขององค์จักรพรรดิ”

การเคลื่อนย้าย...ไปอยู่ในครอบครองของผู้ชนะ ทำก่อนการทำลายศาสนสถานผู้แพ้ อันเป็นหัวใจของเมืองให้ย่อยยับ

ปราสาทนาคพัน ศาสนสถานสำคัญของเขมร ก็ถูกทำลายไปในครั้งนี้

นี่คือ การทำลายล้างสิทธิอันชอบธรรม ของกษัตริย์ผู้พ่ายแพ้ ให้ราบคาบอย่างสิ้นเชิง

ย้อนไปถึง เวลาที่รูปหล่อสำริด สัญลักษณ์แห่งอำนาจกษัตริย์...ยังอยู่ในอยุธยา โดยชัยภูมิของนคร โดยกำลังของคนไทย...กองทัพพระเจ้าบุเรงนองหักเอาไปไม่ได้ง่ายๆ

แต่สงครามครั้งนั้น...พม่าไม่แค่เอา ขุนนางนักรบฝีมือดีระดับแม่ทัพอยุธยา ที่เอาตัวไปเป็นเชลยในสงครามครั้งก่อน อย่างพระยาจักรี ยังได้ พระมหาธรรมราชา อุปราชจากเมืองพิษณุโลก มาเป็นทัพเสริม

แม้ประวัติศาสตร์ภาพใหญ่ จะถูกบันทึกไว้ว่า เป็นสงครามระหว่างไทยกับพม่า แต่ก็มีบางคนบันทึกใหม่...เป็นสงครามระหว่างไทยกับไทยด้วยกันเอง

เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตก...พระเจ้าบุเรงนองก็ขนทุกอย่าง...ผู้คน ทรัพย์สินมีค่า เทวรูปสำริดเขมร สัญลักษณ์แห่งอำนาจ...ฯลฯ ไปไว้พม่า ทิ้งซากอยุธยา และคนนิดน้อย เอาไว้ให้พระธรรมราชา

ประคับประคองพระองค์ในฐานะผู้นำประเทศราช

เพราะเหตุนี้แผนที่ที่ฝรั่งเขียนบางฉบับจึงไม่ระบุแนวเขตประเทศสยาม...เพราะช่วงเวลานั้น สยามเป็นเพียงเมืองเมืองหนึ่ง ในอาณาจักรพะโคของพม่า

สงครามระหว่างไทยกับไทย ยังเกิดขึ้นต่อมาอีกหลายครั้ง ครั้งล่า... พูดกันถึงสิ่งที่เสียหาย...ในสงครามสมัยใหม่เขาวัดกันด้วยตัวเลขเศรษฐกิจ ตัวเลขจีดีพี การท่องเที่ยว การส่งออก ค่าเงิน ค่าทองคำ ดัชนีตลาดหุ้น ฯลฯ ลดเหลือแค่ไหน

เงินทองที่ทำท่าจะไหลเข้า ถ้ายังรบกันไม่เลิก มันก็จะไหลออก

แต่ไม่เป็นไร...เราโชคยังดี ที่แผนที่โลก ยังมีแนวเขตประเทศไทย...ตั้งใจดูๆกันไว้ให้ดีๆ...พลาดพลั้งเผลอไผล มันอาจจะหายไป

เหมือนชุดเทวรูป ครั้งหนึ่งเคยเป็นของเรา แต่ครั้งเป็นของพม่า จะเอาคืน ก็คงไม่ได้ มันสายเกินไปแล้ว.

 

กิเลน ประลองเชิง

23 เม.ย. 2557 12:33 23 เม.ย. 2557 12:33 ไทยรัฐ