วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาจริง"ยันตระ"ห่มเขียวกลับเยี่ยมบ้าน-เที่ยวต่อภูเก็ต

นายกเล็กปากพนัง ยืนยันมาจริง อดีต "พระยันตระ" กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดข้างวัดรัตนาราม พร้อมไปกราบหลวงพ่อเชื่อง จากนั้นเดินทางต่อไปขนอม คาดรู้ตัวตกเป็นข่าว รีบเช็กเอาต์ไปพักผ่อนต่อที่ภูเก็ต ก่อนกลับสหรัฐฯ วันที่ 13 พ.ค.

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบกรณีอดีตพระยันตระ หรือนายวินัย ละอองสุวรรณ อดีตพระภิกษุชื่อดัง ที่มหาเถรสมาคมพิจารณาอธิกรณ์ปรับให้พ้นจากความเป็นพระภิกษุ และไปพำนักในต่างประเทศ ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่าได้เดินทางกลับบ้านเกิดที่อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายพิเชษฐ์ กล้าสุคนธ์ นายกเทศมนตรีเมืองปากพนังเผยว่า เมื่อวานซืน หรือวันจันทร์ที่ 21 เม.ย.2557 ตนได้เดินทางไปที่บ้านพักของอดีตพระยันตระ ซึ่งอยู่ที่ข้างวัดรัตนาราม หรือวัดบางบ่อ ถนนชายน้ำ เขตเทศบาลเมืองปากพนัง อ.ปากพนัง หลังทราบว่าท่านกลับมาเยี่ยมบ้านเกิด ได้พบกับอดีตพระยันตระ จากการพูดคุยสอบถาม ทราบว่าท่านมาเยี่ยมบ้าน มากราบพระอาจารย์ของท่าน คือหลวงพ่อเชื่องหรือพระอาจารย์เชื่อง เจ้าอาวาสวัดรัตนาราม หรือวัดบางบ่อ

จากการพูดคุย พระยันตระบอกว่า ในวันที่ 22 เม.ย. จะเดินทางไปเยี่ยมญาติโยม ที่อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นเดินทางต่อไปที่ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจร่างกายและทำฟัน รวมถึงปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐานที่นั่นด้วย ส่วนหลังจากนั้นจะเดินทางไปที่ไหนต่อ อดีตพระยันตระไม่ได้บอกรายละเอียดให้ทราบ แต่ได้บอกว่าจะเดินทางกลับไปพำนักที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 13 พ.ค.2557 นี้

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบที่ชลนภารีสอร์ต ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีอดีตพระยันตระ หรือนายวินัย ละอองสุวรรณ พร้อมญาติๆ มาเปิดห้องพักที่รีสอร์ตแห่งนี้ ปรากฏว่าเมื่อไปถึงรีสอร์ตดังกล่าว พบว่าอดีตพระยันตระพร้อมคณะญาติๆ จำนวน 5-6 คน ได้เช็กเอาต์ออกจากที่พักรีสอร์ตดังกล่าวไปแล้ว เมื่อเวลา 09.30 น.

น.ส.ภัทรพรรณ พรหมเพ็ญ อายุ 28 ปี พนักงานต้อนรับคนหนึ่งของชลนภารีสอร์ต เปิดเผยว่า คณะของอดีตพระยันตระ จำนวน 5-6 คน เดินทางด้วยรถตู้โฟล์คสีครีมจำนวน 1 คัน ไม่ทราบทะเบียน มาเปิดห้องพักที่ชลนภารีสอร์ต เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยเปิดห้องพักจำนวน 2 ห้อง ในราคาคืนละ 3,000 บาท เป็นผู้หญิง 2 คน และผู้ชาย 3 คน ส่วนใหญ่ในคณะล้วนแต่เป็นคนมีอายุทั้งสิ้น คาดว่าน่าจะเป็นญาติโยมของอดีตพระยันตระ

โดยอดีตพระยันตระแต่งกายสวมชุดจีวรสีเปลือกมังคุดด้านใน แล้วห่มจีวรสีเขียวทับนอกอีกชั้น หนวดยาวเฟิ้มรกรุงรัง ผมยาว รูปร่างอ้วนขึ้นกว่าเดิมมาก หน้าตาอวบอิ่ม เดินมาที่เคาน์เตอร์ด้วยตนเอง ใช้ชื่อเปิดห้องพักว่า "นายวินัย อัมโร อายุ 63 ปี" และญาติอีกคนเป็นผู้หญิงเปิดอีกห้องหนึ่ง ก่อนที่ทั้งหมดจะเข้าไปพักผ่อนแบบเงียบๆ ในห้องพัก และตอนสายได้นั่งรถตู้ของโรงแรมไปเที่ยวชมดูโลมาสีชมพู ที่บริเวณหาดแหลมประทับ ก่อนกลับมาห้องพักผ่อน

ทั้งนี้ ตลอดเวลาที่อดีตพระยันตระเข้าพักผ่อนที่ในรีสอร์ต จะพูดคุยกับพนักงานด้วยไมตรีจิตที่ดี โดยจะใช้คำแทนตัวเองว่า "อาตมา" ตลอดเวลา และจะเล่าว่าอาตมาเป็นคน อ.ปากพนัง ได้ย้ายไปอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งที่ประเทศอเมริกา เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เคยถูกรถยนต์ชนที่อเมริกาได้รับบาดเจ็บจนต้องดามเหล็กที่ขาอยู่จนถึงตอนนี้ อาตมาจากบ้านเกิดไปนานกว่า 20 ปี เพิ่งกลับมาเยี่ยมญาติโยมที่ อ.ปากพนัง เมื่อ 2 วันที่แล้ว ก่อนเดินทางมาพักผ่อนที่รีสอร์ตแห่งนี้ จากนั้นจะไปพักผ่อนต่อที่ จ.ภูเก็ต อีกหลายวัน ก่อนจะเดินทางกลับอเมริกา

อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าวันที่ 23 เม.ย. หลังข่าวอดีตพระยันตระกลับมาเมืองไทยได้แพร่กระจายออกไป ทำให้คณะของอดีตพระยันตระเร่งรีบเช็กเอาต์ออกจากรีสอร์ตเพื่อมุ่งหน้าไป จ.ภูเก็ตต่อไป

นายกเล็กปากพนัง ยืนยันมาจริง อดีต "พระยันตระ" กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดข้างวัดรัตนาราม พร้อมไปกราบหลวงพ่อเชื่อง จากนั้นเดินทางต่อไปขนอม คาดรู้ตัวตกเป็นข่าว รีบเช็กเอาต์ไปพักผ่อนต่อที่ภูเก็ต ก่อนกลับสหรัฐฯ วันที่ 13 พ.ค. 23 เม.ย. 2557 12:17 ไทยรัฐ