วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลองของโหด 'MERCEDES BENZ E-COUPE BRABUS 6.1' (ตอนที่ 2)

โดย

"Brabus" ชื่อนี้ให้ความหมายอะไรกับคุณบ้าง? สำหรับนักขับที่นิยมของแรง ภายใต้แบรนด์ตราดาว สำนักโมรถจากเยอรมันเจ้านี้ มักจะทำให้เกิดความแตกต่างในการขับขี่ จากรุ่นมาตรฐานมาสู่รุ่นที่แรงสุดกู่ กลุ่มพ่อมดแห่ง Brabus ซึ่งหมายรวมถึงบรรดาช่างเครื่องชั้นครู และนักออกแบบกับวิศวกร บริษัทที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์มากมายแห่งนี้ สามารถเสกเป่ารถ Mercedes Benz รุ่นปกติ ให้กลายเป็นอสูรกายตามใบสั่งของลูกค้ากระเป๋าหนัก ที่มักต้องการความแตกต่าง

รถ Brabus E-Coupe 6.1 นอกจากจะมีความแปลกแยกอย่างสุดขั้ว ระหว่าง E-Coupe รุ่นปกติแล้ว มันยังมีราคาค่าตัวที่แพงราวกับของเล่นของเศรษฐีขี้เบื่อจากตะวันออกกลาง เพื่อหาคำตอบในด้านประสิทธิภาพของการขับใช้งาน บริษัท YUMA Motor ส่งรถคันนี้ให้ผมลองทดสอบเป็นเวลาถึง 4 วันเต็มๆ


ห้องโดยสารแบบคูเป้ ของ E-Class รุ่นประตูน้อยบานที่ถูกโม โดย Brabus เต็มไปด้วยอารมณ์ที่นิ่มนวล อ่อนไหว ขัดแย้งกับรูปลักษณ์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง ภายในของเจ้า Brabus 6.1 ใช้โทนสีขาวสลับดำอย่างลงตัว ตำแหน่งของการจัดวางอุปกรณ์ หรือชิ้นงาน ที่ผลิตโดย Brabus ให้มุมมองที่มีความสมดุล กลมกลืน สอดประสานกับบรรยากาศของความหรู ที่มีความสบายแฝงอยู่ เบาะคู่หน้าของ Brabus รวมถึงเบาะผู้โดยสารตอนหลังแบบแยกส่วน ใช้หนังแท้เนื้อนุ่มสีดำสลับสีขาว เดินขอบด้วยหนังสีขาวเพื่อเน้นรูปแบบของความเป็นรถสปอร์ตพลังสูง จากค่าย Brabus เบาะปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำที่จะบันทึกท่านั่งที่คุ้นเคยของเจ้าของรถ

เบาะคนขับมีถังดับเพลิงขนาดเล็กติดมาให้จากโรงงานเพื่อความปลอดภัย แผงประตูสีดำสลับขาว คาดด้วยชิ้นงานที่คล้ายกับคาร์บอนไฟเบอร์ แต่แทนที่จะเป็นสีเทาดำแบบชิ้นงานคาร์บอนทั่วไป มันกลับมีสีขาวสะอาดตา ไล่เรียงมาจนถึงซุ้มเกียร์กับช่องเก็บของด้านหน้าคันเกียร์ หัวเกียร์สั้นม่อต้อ หุ้มด้วยหนังสีดำกับงานคาร์บอนสีขาว ถุงหุ้มคันเกียร์ก็ยังใช้หนังสีดำเย็บด้วยด้ายโชว์ตะเข็บคู่ แป้นคันเร่ง เบรก และที่วางเท้าทำจากอัลลอยแปะตรา Brabus รวมถึงพรมสีดำขอบขาว ก็ยังประทับตรารูปตัว B โชว์ความภาคภูมิใจในความเป็นยนตรกรรมจาก Brabus


พวงมาลัยแบบสปอร์ตสามก้าน ก้านวงทำจากอัลลอย หน้าตาของพวงมาลัยเป็นของ Mercedes Benz แต่โดนแผนกตกแต่งภายในของ Brabus ปรับวัสดุที่ใช้ห่อหุ้มใหม่ เพื่อมาตรฐานในด้านความสวยงาม หนังแท้สีขาวถูกหุ้มตรงบริเวณร่องกริ้บ ซึ่งจะถูกจับยึดจากมือของคนขับมากเป็นพิเศษ ส่วนหนังรอบๆ วงพวงมาลัยใช้หนังกลับสีดำ Alcantara คล้ายกับพวงมาลัยในรถแข่ง แป้น Paddle Shift ทรงยาวครอบคลุมตั้งแต่ด้านบนมาจนถึงด้านล่าง

การออกแบบให้แป้นเปลี่ยนเกียร์มีความยาวมากเป็นพิเศษนั้น เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการสับเปลี่ยนอัตราทด เมื่อผู้ขับต้องการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง แป้น Paddle Shift ของ Brabus ทำจากอัลลอยสีเงินยวงเนื้อสาก มันมีทรงที่ยาวเรียวราวกับแป้นเปลี่ยนเกียร์ในซุปเปอร์คาร์ยี่ห้อดังจากอิตาลี ตำแหน่งของการติดตั้งครอบคลุมนิ้วมือทั้งห้านิ้ว เพื่อความเร็วในการสับเกียร์ขึ้น หรือลง


แผงคอนโซลทำจากโฟมขึ้นรูป ห่อหุ้มด้วยวัสดุคล้ายหนัง รูปแบบของคอนโซลกับอุปกรณ์ที่ติดตั้ง ทั้งจอมัลติฟังก์ชั่นและชุดควบคุมระบบปรับอากาศเหมือนกับ E-Coupe W212 ทุกตำแหน่ง แผงคาร์บอนขาวกับเส้นอะลูมิเนียม ที่ใช้คาดกลางคอนโซล เน้นความคมชัดของเส้นสายภายในห้องโดยสารให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเพื่อสร้างความแตกต่างระหว่าง E-Coupe รุ่นปกติกับ Brabus 6.1 ความละเอียด ประณีตของงานตกแต่งห้องโดยสาร กับวัสดุที่ถูกนำมาใช้กรุ หรือเย็บ ติดล้วนแล้วแต่เป็นของมีราคา ที่มีความเหมาะสมกับรูปแบบภายนอกของตัวรถ มาตรวัดความเร็วแปะตรา Brabus มีตัวเลขเป็นหน่วยวัดแบบกิโลเมตรต่อชั่วโมงถึง 330 กิโลเมตร

ส่วนวัดรอบเครื่องยนต์อยู่ทางด้านขาวมือคล้ายกับมาตรวัดของ E-Class ทั่วไปในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน นาฬิกาแบบเข็มให้อารมณ์มุมมองเป็นรถสปอร์ตมากกว่านาฬิกาแบบตัวเลข ในปัจจุบันแบรนด์รถหรูส่วนใหญ่นิยมทำนาฬิกาใน Cockpit ให้เป็นแบบเข็ม หรืออะนาล็อก มากกว่าที่จะแจ้งเวลาเป็นแบบตัวเลข ใจกลางของมาตรวัดความเร็วมีจอ MID Multi Information Display ควบรวมการแจ้งเตือนข้อมูลที่สำคัญระหว่างการขับ เช่น อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เชื้อเพลิงในถังต่อระยะทางที่สามารถวิ่งถึง อุณหภูมิภายนอก ระดับของการใช้พลังงาน ตำแหน่งของเกียร์ออโต 6 สปีด ทริปมิเตอร์ฯ ก้านสวิตช์ปรับตั้งระบบ Mercedes Benz Distronic Plus คล้ายก้านไฟเลี้ยวเล็กๆ ที่มุมด้านซ้ายของคอพวงมาลัย พวงมาลัยของ Brabus ปรับได้ 4 ทิศทางด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า การปรับระดับพวงมาลัยใช้ก้านเล็กๆ ตรงคอพวงมาลัยด้านล่าง โดยมีตำแหน่งของการปรับแบบโยก 4 ทิศทาง ทั้งสูง-ต่ำ ไกล-ใกล้ ครอบคลุมสรีระของผู้ขับขี่ทุกไซส์ ไม่ว่าจะสูง ยาวโย่งโก๊ะ หรือสั้นเตี้ยม่อต้อ ก็สามารถนั่งขับเจ้า Brabus 6.1 ได้อย่างสบายๆ


ตัวถังของ Brabus 6.1 ถูกห่อหุ้มด้วยการ Wrap สติกเกอร์สีดำด้าน ดูราวกับเครื่องบินรบล่องหน Stealth F117 ผิวสีดำด้านของตัวถัง เพิ่มความขลังในด้านความคมเข้มของรูปลักษณ์ ล้อ 20 นิ้วที่ใหญ่โตโอฬาร ทำให้คุณไม่สามารถสอดมือเข้าไปใต้บังโคลนแก้มข้างของมันได้แม้แต่น้อย แม็กซ์และยางแบบเต็มซุ้ม นอกจากจะเพิ่มความดิบโหดแล้ว มันยังช่วยขยายแทรคและเพิ่มการยึดเกาะให้กับเจ้าอสูรดำคันนี้ ยางหน้ากว้างแก้มเตี้ยต่ำติดดินขนาด 245/30ZR20 ที่ล้อคู่หน้า

ขณะที่ยางล้อ ซึ่งเป็นล้อที่ใช้ขับเคลื่อนว่ากันถึง 285/25ZR20 อวบโตราวกับยางรถสนาม ระยะห่างระหว่างขอบล้อกับผิวถนนเพียงแค่นิ้วเศษๆ ทำให้การขับเจ้า E-Coupe 6.1 ไปบนถนนในกรุงเทพมหานคร ราวกับการย่องเบา รถ Brabus 6.1 คันนี้สามารถขับใช้งานในเมืองได้ แต่คุณต้องทำความรู้จักกับน้ำหนักของคันเร่งให้มีความคุ้นชินซะก่อน ก่อนที่จะเริ่มขับให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ความเตี้ยของตัวรถ บวกกับราคาของอุปกรณ์ เช่น ล้อและยางกับแอร์โรพาร์ทรอบคัน ทำให้ผมหมดสิทธิ์ที่จะทำอะไรแบบโง่ๆ ไปในทันที

 

ลิ้นหน้าคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีมูลค่าพอๆ กับมอเตอร์ไซค์ดีๆ คันหนึ่ง อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับพื้นถนนจนแทบจะกองอยู่บนพื้น ทำให้ผมถึงกับเครียดในการระวังไม่ให้มันมีริ้วรอยแตกหักเสียหาย ผิวถนนที่ไม่เรียบ ซึ่งส่งอาการกระเด้งกระดอนในรถซิ่งโหลดเตี้ย กำลังถูกสปริงและโช้กอัพประสิทธิภาพสูงของ Brabus จัดการดูดซับและแปรเปลี่ยนอาการสะเทือนให้กลายเป็นหนึบแน่นได้อย่างน่าแปลกใจ คุณต้องคอยระวังทางรถไฟ แถบตาแมวสะท้อนแสง ยางมะตอยที่ถูกเทแบบหยาบๆ เพื่อกลบหลุมบนถนน ผิวถนนยางมะตอยที่โหนกนูน บวมโป่งในบางช่วงบางตอน ด้วยสภาพที่ชำรุดทรุดโทรมจากการวิ่งไปวิ่งมาของรถบรรทุกหนัก กลายเป็นอุปสรรคที่คอยกีดกั้นการทำความเร็วบนรถคันนี้

คันเร่งมีน้ำหนักพอสมควร ทำให้การคลานไปรอบๆ เมือง ที่มีการจราจรติดขัด ทำได้ในระดับที่ไม่ค่อยดีนัก กดเบาๆ เพียงแค่นิดเดียวคล้ายกับการแต้มคันเร่งแบบนิ่มๆ แรงม้าทั้ง 462 ตัว พร้อมจะโดนปลดปล่อยออกมาในทันที มันคล้ายกับการกระโจนพรวดไปข้างหน้าชนิดฉับพลัน ฝูงม้าเกือบๆ ครึ่งพันตัว ยังคงถูกกักขังอยู่ในคอก เนื่องจากจำนวนความหนาแน่นของปริมาณรถยนต์ในกรุงเทพฯ กับลิ้นหน้าและสปอยเลอร์หน้าราคาแพงหูดับของ Brabus ทำให้ผมขับรถคันนี้ราวกับเด็กเพิ่งจะหัดขับรถยังไงยังงั้น


พะเงิบพะงาบออกจากหน้าโชว์รูมส์ YUMA Motor แถบพระราม 3 พอขึ้นทางด่วนที่จะไปถนนพระราม 2 ได้สักครู่ การขับเจ้า Brabus ก็จะเปล่งประกายความสนุกขึ้นมาทันที เมื่อถนนโล่งขึ้น ผมต้องคอยเตือนตัวเองในการจับม้าทั้ง 462 ตัว ให้ลงพื้นแบบสุภาพเรียบร้อย ไม่กระโชกโฮกฮาก เมื่อกดคันเร่งลงไป มันจะดึงคุณจนหน้าหงาย เป็นการดึงแบบฉับพลันทันที ไม่มีการรั้งรอใดๆ ทั้งสิ้น คันเร่งไฟฟ้าของ Mercedes Benz Brabus E-Coupe 6.1 ถูกปรับจูนน้ำหนักมาเป็นอย่างดี มันตอบสนองในลักษณะที่แทบจะไม่มีการหน่วง หรือรีเลย์ใดๆ เลยแม้แต่นิดเดียว

การระเบิดพลังบนรถคันนี้ ขอบอกเลยว่า คุณต้องการพื้นที่บนถนนด้านหน้ามากกว่าปกติ 3 เท่า เนื่องจากแรงม้าและแรงบิดของมัน รวมถึงตัวเลขอัตราเร่งและความเร็วปลายนั้นอยู่ในระดับเดียวกับซุปเปอร์คาร์ การควบคุมจักรกลพลังสูงราคาแพง นอกจากสติสัมปชัญญะที่จะต้องมากกว่าปกติแล้ว มุมมองในด้านความปลอดภัยกับการเคารพต่อกฎจราจร จะช่วยทำให้คุณอยู่รอดบนถนนที่มีอัตราผู้เสียชีวิตอยู่ในอันดับที่ 2 ของโลก

เจ้า Brabus 6.1 มาดมั่นมากมายบนทางเรียบ มันพุ่งทะยานไปตามแรงกดของฝ่าเท้า โดยมีเครื่องยนต์ V8 แบบหายใจเอง และช่วงล่างหนึบๆ คอยประคับประคอง ทรงของรถที่ดุจัดเกินเหตุ ทำให้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมาโชว์แมนบนรถคันนี้ ตัวเลข 6.1 ที่ฝาท้าย ข่มขู่รถซิ่งที่มักวิ่งเข้ามาจี้ท้ายเจ้า Brabus อย่างกับจะท้าแข่ง ทุกครั้งที่โดนกระบะ หรือรถซิ่งโหลดเตี้ยเข้ามาจี้ ผมจะยกไฟเลี้ยว พร้อมไปกับการหลบให้ขึ้นทันที มูลค่า 5.99 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคา Used car ของเจ้า Brabus E-Coupe 6.1

รถทดสอบคันนี้ ผ่านการวิ่งมาแล้วประมาณ 3000 กิโลเมตรนิดๆ แต่สภาพของมันยังคงแจ่มแจ๋วราวกับเพิ่งจะวิ่งออกมาจากโรงงานของ Brabus แอร์โรพาร์ทยังคงแน่นปึก ไม่มีเสียงดังจากการวิ่งในทุกๆ ย่านความเร็ว รวมถึงการควบคุมและความรู้สึกหลังพวงมาลัย ก็ยังคงใกล้เคียงกับรถป้ายแดงทุกประการ เครื่องยนต์ และระบบระบายความร้อน ระบบปรับอากาศ ย่านของกำลังและเกียร์ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ หากจะคิดราคาที่แท้จริงในตอนเปิดตัว เจ้า Mercedes Benz Brabus E-Coupe 6.1 คันนี้ จะแพงระยับดับจิตถึง 14 ล้านบาทเลยทีเดียว


ข้อดีของรถคันนี้ คือ คุณสามารถเร่งความเร็วได้ตามอัธยาศัย โดยไม่ต้องกังวลกับการรอรอบเนื่องจากไม่มีระบบอัดอากาศ คันเร่งมีน้ำหนักและการตอบสนองแบบ 1:1 โดยปลดปล่อยพลังงานในรูปของแรงบิดที่เกิดจากเครื่องยนต์ไปยังเกียร์ออโต 6 สปีด ถ่ายตรงไปยังเพลากลางผ่านเฟืองท้ายอัตราทดจัดจ้าน การรับหน้าที่กระจายแรงบิดทั้งหมดจากเครื่องยนต์ลงสู่พื้นถนน เกิดขึ้นบนยางหลังยี่ห้อ Pirelli P-ZERO Nero ซึ่งหากถนนเรียบ พอมันจะสอดประสานการเกาะเกี่ยวที่มีความเหนียวแน่นหนึบ เมื่ออุณหภูมิภายนอกห้องโดยสารในช่วงบ่ายของเดือน เม.ย. ทะยานไปที่ 40 องศา ความร้อนของพื้นผิวถนนที่เพิ่มขึ้น ยิ่งทำให้กริ้บของยางรุ่นนี้ส่งประกายความสามารถออกมาเป็นช่วงๆ การทำความเร็วบนยางรถสปอร์ตสมรรถนะสูงที่สดใหม่ ทำให้ความปลอดภัยอยู่ในเกณฑ์ดี

ระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัตที่มีอัตราทดชิด 6 สปีดลูกนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อการเร่งความเร็วโดยเฉพาะ อัตราทดที่ค่อนข้างกระชั้นชิด ถูกเน้นไปที่การขับแบบลากรอบไปยังรอบสูงสุดของเกือบจะทุกเกียร์ มันคือ จิตวิญญาณอันแท้จริงของรถสปอร์ตในค่าย Brabus เกียร์กึ่งอัตโนมัติลูกนี้ สามารถผ่องถ่ายแรงบิดที่กระชับฉับไว ไล่เรียงกันไปตั้งแต่เกียร์ 2 ไปยันเกียร์ 5 ที่ย่านความเร็วสูงบนเส้นทางโล่งๆ เสียงลมและเสียงยางที่บดไปกับพื้นถนน โดนกลบเกลื่อนด้วยเสียงโวยวายของเครื่องยนต์ V8 6.1 ลิตร ท่อพักส่วนท้ายและปลายท่อระบายท้ายที่ถูกปรับตั้งให้ส่งเสียงการระเบิดพลังงานของเครื่องยนต์ จะยิ่งสร้างความเร้าใจและทำให้เจ้าของรถทุกคนลงคันเร่งมันหนักข้อขึ้นไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้ตัว

เสียงสูดอากาศของเครื่อง V8 ที่โมเต็มโดย Brabus ครางกระหึ่มราวกับเครื่องยนต์ V8 ของ Mustang บวก AC Codra มันครางออกมาด้วยโทนเสียงต่ำๆ ดังกึกก้องไปตลอดทาง เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างสุดยอดในรอบสูงๆ มันวิ่งได้ลื่นไหล ดึงหนักและดึงนาน ต่อเนื่องราวกับจรวดนำวิถี พุ่งทะยานไปตามแรงกดของฝ่าเท้า และทำให้ภาพวิวสองข้างทางร่นเข้ามาหาผมอย่างรวดเร็ว แรงดึงที่เกิดขึ้นใน Brabus 6.1 เหมือนไม่มีที่สิ้นสุด การระเบิดของพลังในเครื่อง V8 Brabus ตัวนี้ ขอเตือนว่าคุณต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าปกติ โดยเฉพาะตอนออกตัว

หากสวนคันเร่งแบบฉับพลันทันทีโดยไม่ประคองพวงมาลัยให้ดี รับรองว่าคุณจะเป๋ปัดหมุนไปหมุนมาราวกับคนเมาเหล้าขับรถเลยทีเดียว แรงบิด 615 นิวตันเมตร ไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อกันเล่น มันจะกระโจนพรวดพราดออกไป พร้อมๆ ไปกับการทิ้งควันที่เกิดจากการไหม้ของยางราคาแพง มันอาจทำให้คุณสะดุ้งได้ทุกขณะจิต เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนยางใหม่


พวงมาลัยให้ความสมดุลลงตัวดีและให้ความรู้สึกถึงการควบคุมรถสปอร์ตแท้ๆ ด้วยความเที่ยงตรงแม่นยำ จากน้ำหนักที่แปรผันไปตามความเร็ว พวงมาลัยที่ย่านความเร็วต่ำของ Brabus 6.1 มีน้ำหนักมากกว่ารถสปอร์ตทั่วไป ส่วนที่ย่านความเร็วสูง การปรับน้ำหนักที่ดีของ ECU ซึ่งเป็นสมองกลไฟฟ้า ทำให้คุณสามารถไว้วางใจความนิ่งของรถคันนี้ในแบบที่มันควรจะเป็น สัมผัสที่คมกริบ ถูกจุดถูกตำแหน่งไปซะทุกที่ทุกทาง โดยเฉพาะการควงผ่านโค้งมุมแคบ เชื่อมโยงกับความมั่นคงที่มันมอบให้เมื่อทำความเร็ว

พวงมาลัย Brabus แบบฐานตัดมีขนาดที่ลงตัว รอบวงไม่ใหญ่ หรือเล็กจนเกินไป หนังกลับ Alcantara ช่วยให้การยึดจับแนบแน่นมากยิ่งขึ้น ทีมพัฒนารถคันนี้ทำพวงมาลัยที่ให้ความรู้สึกดีเยี่ยมจนแทบจะไม่รู้เลยว่า คุณกำลังควบเครื่องจักรที่มีน้ำหนักตัวมากถึง 1.8 ตัน เมื่อเพิ่มความเร็ว ระบบที่สนับสนุนจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงน้ำหนักให้หน่วงขึ้นอีกนิด น้ำหนักที่ผกผันไปกับตัวเลขความเร็ว ผ่านการประเมินของสมองกลไฟฟ้า ทำงานได้อย่างรวดเร็ว จนคุณจับความรู้สึกไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เมื่อมันพยายามปรับให้น้ำหนักพวงมาลัยมีความสมดุลกับความเร็วไปตลอดทาง

โหมด Sport ใน Brabus 6.1 ส่งให้พวงมาลัยของเจ้าอสูรกายดำคันนี้ มีน้ำหนักไม่แตกต่างไปจากรถแข่งใน Class GT3 ระบบควบคุมการทรงตัว หรือแทรคชั่นคอนโทรล คอยรองรับการผิดพลาดที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของคนขับ แต่ผมไม่คิดจะให้มันเข้ามาแทรกแซงการทำงานแต่อย่างใดทั้งสิ้น การทำให้เจ้ายักษ์ใหญ่จอมพลังคันนี้เสียอาการ คือ การกระทำที่ไร้สติและอาจตามมาด้วยความเสียหายอย่างร้ายแรง มันจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนคุณไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย และอาจนำคุณไปจบลงที่โคนต้นไม้ เสาไฟฟ้า หรือแม้แต่ร่องน้ำ ด้วยระยะเวลาเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น


ระบบส่งกำลังแบบกึ่งอัตโนมัติ 6 สปีด ใช้คลัตช์แบบเปียก วางตัวอยู่บนกึ่งกลางในโลกของระบบส่งกำลังในรถซุปเปอร์คาร์ มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการทำความเร็ว ไม่ใช่เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง มันเดินเกียร์สูงได้แรงดั่งใจและว่องไวปานสายฟ้าฟาด กระชากกระชั้นเมื่อมันปรับอัตราทดด้วยตัวของมันเอง หรือชิฟเกียร์ขึ้น-ลงผ่านแป้น Paddle Shift โดยส่งถ่ายความรู้สึกแบบกลไกที่พวกบ้าขับชื่นชอบไปตลอดทาง การสับเกียร์ไม่มีจังหวะของอาการรีเลย์ ในโหมดสปอร์ตเหมือนกับการยิงพรวดเดียวทะลุขึ้นไปจากเกียร์ 2-3-4 ที่อาจทำให้คอต่อของคุณเคลื่อนเอาง่ายๆ

สัมผัสที่คู่ควรของกำลังจากเครื่องยนต์ ซึ่งรับหน้าที่เชื่อมต่อกับเกียร์ลูกนี้ ถูกทำออกมาในรูปของฝีเท้าที่มีความจัดจ้าน จิ๊ดจ๊าดถึงทรวง และไม่มีการประนีประนอมยอมความแต่อย่างใดทั้งสิ้น ตัวเลข 0-100 ใน 4.7 วินาที เป็นอัตราเร่งตามมาตรฐานของรถแรงทั่วๆ ไป แต่ตัวเลขความเร็วสูงสุด คือเรื่องมหัศจรรย์ที่จะทำให้ขนบนหัวของคุณตั้งชัน มันสามารถทะยานไปได้ถึง 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้เวลาน้อยกว่ารถซุปคาร์แบบอื่นๆ นิดหน่อย ทำให้มันกลายเป็นรถยนต์ที่แรงที่สุดในช่วงบ่ายวันศุกร์ ท่ามกลางสภาพอากาศที่สดใส แต่ร้อนระยับดับจิตของวนอุทยานสามร้อยยอด

รถคันนี้ คือ กิเลสของความอยากได้ อยากมี และอยากที่จะเอาชนะแบบล้วนๆ เมื่อคุณต้องการ E-Coupe ที่มีความแตกต่างจาก E-Class ทั่วไป เจ้านี่คือคำตอบ มันอาจไม่ใช่ทั้งหมด เพราะยังคงมีจักรกลที่แรงกว่านี้อยู่อีกมากในสารบบของโลกแห่งความเร็ว แต่ในบางแง่มุมแล้ว Mercedes Benz Brabus 6.1 เป็นรถที่หากได้ลองแล้ว คุณจะต้องแบ่งปันความชอบให้กับมันอย่างแน่นอน


ช่วงล่างกับแซส์ซีส์ คือ ส่วนผสมที่ลงตัว ซึ่งกลายเป็นจุดเด่นที่น่าทึ่งไปโดยปริยาย ระดับของความรู้สึกขณะควบคุมนั้นดี พอฟัดพอเหวี่ยงกับตัวแรงอื่นๆ ที่มีขายในตลาดรถไฮเอนด์ของประเทศไทย เป็นพัฒนาการที่ถูกต่อยอดโดยช่างระดับหัวกะทิของเยอรมัน ผ่านแบรนด์ชั้นนำอย่าง Brabus ไม่ว่ามันจะออกอาการดีดดิ้นใดๆ มันจะแจ้งเตือนให้คุณรับรู้ล่วงหน้าก่อนเสมอ หากรู้จักควบคุมพลังของมันซึ่งหมายถึงการที่มันจะไม่ทำให้คุณต้องไปจบลงที่ข้างทาง หรือแม้แต่เปลี่ยนที่หลับที่นอนใหม่ในคุก

Brabus 6.1 อาจไม่ใช่รถที่ขับได้ง่ายนัก เมื่ออยู่ในมือของคนบางคน เมื่อคุณต้องการรถยนต์แบบฮาร์ดคอร์ ที่พร้อมจะตอบสนองต่อการอัด เจ้ารถคันนี้ก็มีดีพอที่จะทำให้คนรวยหันกลับมามองมันบ้างไม่มากก็น้อย เบรกดีเยี่ยม จากขนาดและความใหญ่โตของจานเบรกกับคาร์ลิปเปอร์แบบ 6 พอต ที่สามารถกำราบปราบพยศม้าเกือบๆ ครึ่งพันตัว เบรกของ Brabus ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ให้ความรู้สึกมั่นใจ ไม่แตกต่างไปจากพวงมาลัย ช่วงล่าง และแซสซีส์ เมื่อเอาไปวิ่งในสนามแข่ง ชุดเบรกประสิทธิภาพสูงจะแสดงตัวตนออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด เมื่อคุณต้องการจะลดความเร็ว ก็ทำเพียงแค่กดเท้าลงไปเท่านั้น

การถ่ายเทมวลอยู่ในขั้นที่ดีเยี่ยม จากค่าของตัวเลขการกระจายน้ำหนัก แม้เครื่อง V8 จะหนักและหน่วงส่วนหน้าของรถอยู่พอสมควร แต่อัตราการกระจายน้ำหนักที่ดีของ Brabus 6.1 ส่งผลไปถึงการควบคุมแบบอัตโนมัติ คุณสามารถขับมันไปได้แบบเรื่อยๆ เมื่อมีความคุ้นชินกับน้ำหนักของคันเร่ง เครื่องยนต์หายใจเองโดยไม่พึ่งพาระบบอัดอากาศ มีแรงบิดมหาศาลให้ใช้งานตั้งแต่รอบต่ำ เช่นเดียวกับ Brabus แรงๆ ทุกคันที่ให้ความรู้สึกตื่นตัว และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างรถกับคนขับ


ราคา 5.99 ล้านบาทของ E-Class Coupe โมโดย Brabus เป็นราคาแบบตัดใจขายของผู้บริหารในค่าย YUMA Motor แทนที่จะเป็นตัวเลข 14 ล้านบาทเมื่อตอนเปิดผ้าคลุมในงาน Motor Expro เนื่ิองจากมันผ่านการวิ่งมาแล้วประมาณ 3000 กิโลเมตร แต่อย่างที่บอกเอาไว้ตั้งแต่ต้นว่า สภาพของเจ้า Brabus คันนี้ ยังคงสดใส ใหม่ปิ๊ง ราวกับเพิ่งจะวิ่งออกจากโชว์รูมมาเมื่อเช้า ข่าวดี ก็คือ คุณจะได้รถซุปเปอร์คาร์แรงๆ ที่มีค่าตัวราวกับซีดานหรูคันหนึ่งเท่านั้น

งานประกอบระดับคุณภาพ บวกวัสดุไฮเทค พวกคาร์บอนไฟเบอร์ ที่เต็มไปด้วยรูปแบบและดีไซน์ที่โดนใจ กำลังของเครื่องยนต์ที่ส่งมอบแรงบิด 615 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นแรงบิดในระดับนรกแตก ที่พร้อมจะระเบิดออกมา หากไม่ระวังให้ดี ขณะที่ทำการปลดปล่อยมันลงสู่พื้น ความมันหลังพวงมาลัยที่พร้อมมอบให้คุณ ตลอดเวลาหากมีพื้นที่ว่างพอ ตามความคิดเห็นส่วนตัวของผม นี่คือ E-Coupe ที่แตกต่างไปจากสำนักโมรถ AMG ของ Mercedes Benz ซึ่งพิสูจน์ให้คนทั้งโลกได้เห็นถึงปรัชญาในการทำรถแรงของ Brabus เป็นเครื่องจักรที่ดุดัน แม้จะจอดนิ่งๆ อยู่กับที่ กลุ่มพ่อมดหัวหมอในแผนกมอเตอร์สปอร์ตของ Brabus สามารถทำรถแรงให้วิ่งได้ดี ทั้งทางตรงและทางโค้ง ท่ามกลางคู่แข่งร่วมสัญชาติที่มีตัวแรงมากมาย รถ Mercedes Benz E-Coupe Brabus 6.1 วางตัวเองอยู่ในระดับเดียวกันกับ E63 AMG หรือแม้แต่ BMW M5 โดยมีราคาค่าตัวในแบบ Used car ที่รับได้และไม่แพงจนเกินเหตุ


เกือบค่ำแล้ว เสียงเครื่อง V8 ของ Brabus คำรามกึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขา ภายในเขตวนอุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด ท่ามกลางสภาพแสงที่เริ่มเหลือน้อยลงไปทุกที แม้จะเหนื่อยจากการปลุกปล้ำกับเจ้าอสูรดำมาตั้งแต่เช้า ผมยังคงใช้เวลาที่เหลือทั้งหมด ซึมซับรายละเอียดของตัวรถ บนถนนที่สวยงามและเงียบสงบของสามร้อยยอด ลองเลี้ยวเข้าไปในถนนเส้นเล็กๆ ที่ตัดผ่านหุบเขาและหมู่บ้านด้วยความเร็วต่ำ เพื่อหาทำเลเก็บภาพในช่วงสุดท้าย ก่อนที่ดวงอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า มันเป็นช่วงเวลาที่ยากจะลืมจริงๆ เมื่อได้อยู่กับเจ้าอสูรกายสีดำทะมึนคันนี้.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

V8 6,096 cc 462 แรงม้า 615 นิวตันเมตร 0-100 ใน 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทดสอบ Brabus E-Coupe 6.1 ตอนที่ 2... 23 เม.ย. 2557 11:07 ไทยรัฐ