วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่ยึดติดตำแหน่ง ‘ปู’พร้อม! วางมือการเมือง

ลั่นอยากเห็นประเทศสงบ พุทธะฯป่วนหารือ58พรรค ปชป.เมินอ้างไม่ปลอดภัย สมชัยแย้มเลือกตั้ง20ก.ค.

กกต.หารือ 58 พรรคการเมืองกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ชุลมุนเล็กน้อย “พุทธอิสระ” นำม็อบจี้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ล้อมกรอบทุบ รถนักการเมือง ปชป.ไม่ร่วม อ้างเหตุผลเรื่องความปลอดภัย มีกลุ่มติดอาวุธมุ่งกำจัด “มาร์ค” พรรคเล็กวอล์กเอาต์ฉุน กกต.ปิดปาก ขณะที่ พท.-พรรคร่วมจี้เลือกตั้งเร็วเชื่อแก้ขัดแย้งได้ กกต.เผยกำหนดวันเลือกตั้งไว้ 3 ช่วง “สมชัย” แย้มวันเลือกตั้ง 20 ก.ค. ยันจะไม่โมฆะจากปัญหาเดิม โยนคู่ขัดแย้งไปคุยกัน “ยิ่งลักษณ์” ให้สัมภาษณ์ขึงขังประกาศพร้อมวางมือการเมืองหากทำให้ประเทศสงบ หนีพ้นวังวนปัญหาได้ ยืนยันไม่ตั้งเงื่อนไขต่อรอง พร้อมเตือนสติพวกยึดตัวตนเหนือประเทศทำชาติถอยหลัง รัฐบาลยังลุ้นศาล รธน.ขยายเวลาชี้แจงอีก 15 วัน “ชัยเกษม” ยืนกรานนายกฯถูกเชือดขอพึ่งพระบารมี ขณะที่ ศอ.รส.งัดคำสั่งศาล รธน.ดักคอไม่ให้โละ ครม.ทั้งคณะ

ปัญหาการเลือกตั้งที่ยืดเยื้อเรื้อรัง ยังถกเถียงกันไม่มีข้อสรุปว่าจะได้เลือกอีกครั้งเมื่อใด ฝ่ายรัฐบาลพยายามเร่งรัดให้มีการเลือกตั้ง ขณะที่ฝ่ายต่อต้านต้องการให้มีการปฏิรูปก่อน ล่าสุด กกต.นัดพรรคการเมืองต่างๆหารือเพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. โดยมีตัวแทนจาก 58 พรรคการเมืองเข้าร่วม แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เข้าร่วมตามนัด เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย

มติ กกต.ไม่ให้ยิงสดถกพรรคการเมือง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 เม.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการประชุม กกต.เพื่อหารือข้อเสนอที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) สั่งให้ช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ทีวี และช่อง 11 เอ็นบีทีถ่ายทอดสดการหารือระหว่าง กกต.กับพรรคการเมือง ต่อมาเวลา 11.45 น. นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.แถลงว่า กกต.ได้หารือกันและมีมติไม่ให้มีการถ่ายทอดสด เพราะการจัดประชุมที่เชิญหัวหน้าพรรค ผู้แทนพรรคมาหารือทุกครั้งไม่เคยเปิดให้ถ่ายทอดสด อย่างไรก็ตามจะให้สื่อมวลชนเข้าถ่ายภาพก่อนประชุม และเข้ารับฟังเท่านั้น เพราะเห็นว่าอาจจะควบคุมการประชุมได้ยากและมีการตอบโต้กันจนอาจเป็นคดีอาญาตามมา ขณะเดียวกันมีการข่าวไม่ค่อยดีในการประชุมครั้งนี้ มีรายงานว่ามีเหตุยิงปะทะกันเล็กน้อยใกล้กับพื้นที่ประชุม กกต.จึงได้ประสานงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สน.ทุ่งสองห้องและทหารให้เข้ามาช่วยดูแลตรวจตราอาวุธและวัตถุระเบิดเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ผู้สื่อข่าวถามว่า การไม่ถ่ายทอดสดเป็นการหักหน้า ศอ.รส.หรือไม่ นายภุชงค์ตอบว่าไม่ได้หักหน้า ศอ.รส. เพราะ กกต.โดนฟ้อง 24 คดี และจะโดนอีกคดีคือมาตรา 157 ด้วย ดังนั้น เราไม่สมคบคิดหรือร่วมกับใคร

กกต.ประชุมตัวแทนพรรคการเมือง

บ่ายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯ สถานที่จัดประชุมหัวหน้าพรรคการเมือง หรือผู้แทนพรรค การเมือง เพื่อหารือการกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ว่า ตั้งแต่เวลา 13.00 น. มีบรรดาตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ ทยอยเดินทางเข้าร่วมประชุมกับ กกต. อาทิ นายโภคิน พลกุล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย นายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ตลอดจนตัวแทนพรรคการเมืองขนาดเล็ก สำหรับบรรยากาศภายในโรงแรมมีกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ประมาณ 50 คน เดินทางมารอมอบดอกไม้ให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนหน้าโรงแรมมีกลุ่มชายฉกรรจ์ สวมเสื้อยืดสีดำ ประมาณ 30 คน จาก จ.อุทัยธานี ยืนกระจายตามบริเวณทางเข้าโรงแรม เพื่อดูแลความปลอดภัยให้นายอภิสิทธิ์ โดยนายกุลเดช พัวพัฒนกุล อดีต ส.ส.อุทัยธานี กล่าวว่า เป็นผู้ส่งกลุ่มชายดังกล่าวชื่อกลุ่ม “ช้างป่า” มาดูแลความปลอดภัยให้นายอภิสิทธิ์ ที่จะมาหารือร่วมกับ กกต. เพราะเป็นห่วงหัวหน้าพรรค หลังจากได้รับข่าวว่าจะมีกลุ่มเสื้อแดงในพื้นที่มาชูป้ายด่านายอภิสิทธิ์ คนที่ส่งมาไม่มีอาวุธแต่อย่างใด มาทำหน้าที่อารักขานายอภิสิทธิ์เท่านั้น

คุมเข้มความปลอดภัยการประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่บรรยากาศการรักษาความปลอดภัยภายในโรงแรมเป็นไปอย่างเข้มงวด มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง จำนวน 1 กองร้อย มาตรึงกำลังดูแลความสงบเรียบร้อยบริเวณรอบโรงแรม และภายในโรงแรม ขณะที่ภายในห้องแกรนด์เอบี ซึ่งเป็นห้องประชุมหารือระหว่าง กกต.กับตัวแทนพรรคการเมือง มีเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจค้นหาสิ่งผิดปกติรอบห้องประชุมอย่างละเอียด ส่วนสื่อมวลชนที่จะเข้าทำข่าวในห้องประชุม เจ้าหน้าที่จะขอตรวจดูบัตรสื่อมวลชนทุกคน เพื่อไม่ให้มีผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปร่วมประชุม

หลวงปู่บุกต้านเลือกตั้งก่อนปฏิรูป

ต่อมาเวลา 13.30 น. หลวงปู่พุทธอิสระ แกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ นำมวลชนพร้อมรถติดตั้งเครื่องขยายเสียง มาจอดด้านหน้าทางเข้าประตูโรงแรม เพื่อคัดค้านไม่ให้มีการเลือกตั้งก่อนการปฏิรูป พร้อมกับนำแผ่นป้ายไวนิล “คนไทยจะไม่ไปเลือกตั้ง จนกว่าจะปฏิรูป” มามอบให้นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.เพื่อให้นำไปติดในห้องประชุม โดยหลวงปู่พุทธอิสระกล่าวว่า ขอคัดค้านไม่ให้มีการเลือกตั้งจนกว่าจะปฏิรูประบบการเลือกตั้งให้เป็นที่ยอมรับ เราไม่ปฏิเสธการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งที่ไม่เป็นที่ยอมรับ ถือเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ หากการเลือกตั้งยังไม่เป็นที่ยอมรับ มีการซื้อเสียง เมื่อเลือกไปก็จะมีความแตกแยกตามมา การเลือกตั้งไม่สามารถแก้ปัญหาความแตกแยกได้ จะยิ่งสร้างความแตกแยกมากขึ้น ทั้งนี้ หาก กกต.ไม่นำป้ายคัดค้านการเลือกตั้งที่ กปปส.นำมาไปติดในห้องประชุม กลุ่มผู้ชุมนุมจะนอนค้างที่โรงแรมคืนนี้ หลังจากนั้นนายภุชงค์และผู้บริหารโรงแรมได้ลงมารับแผ่นป้ายไวนิลจากหลวงปู่พุทธอิสระ พร้อมรับปากว่า จะนำป้ายไปติดในห้องประชุม ทำให้หลวงปู่พุทธอิสระพอใจ และนำมวลชนเดินทางกลับเวทีแจ้งวัฒนะ

“สมศักดิ์” เผ่นโดนม็อบล้อมกรอบ

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ตนเดินทางมาถึงที่โรงแรมมิราเคิลเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่สามารถเดินทางเข้าไปได้ เนื่องจากขบวนรถติดกลุ่มผู้ชุมนุมของหลวงปู่พุทธอิสระ กั้นไว้ไม่ยอมให้เข้าร่วมประชุม โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ล้อมและทุบรถยนต์ พร้อมถามว่า เป็นตัวแทนพรรคการเมืองใด เมื่อทราบว่ามาจากพรรคชาติไทยพัฒนา กลุ่มผู้ชุมนุมจึงขอร้องให้เดินทางกลับ ไม่ให้เข้าร่วมประชุม ทำให้ตนเลี้ยวรถกลับออกจากโรงแรม โดยขณะที่ตนโดนกลุ่มผู้ชุมนุมล้อมอยู่นั้น นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง โทรศัพท์มาหาพอดี นายสมชัยขอให้ทุกคนยึดความปลอดภัยของตัวเองเป็นหลัก ขอให้กลับไปอย่าดันทุรัง ตนจึงเดินทางกลับมายังพรรคชาติไทยพัฒนา

58 พรรคร่วมถก ไม่มีตัวแทน ปชป.

กระทั่งเวลา 14.00 น. ตามเวลานัดการประชุมร่วมพรรคการเมืองกับ กกต. ก็ยังไม่ปรากฏว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคในฐานะตัวแทนพรรค เดินทางมาถึง โดยนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.กล่าวสั้นๆว่า เราได้ประสานแจ้งนัดหมายไปแล้ว และเป็นสิทธิของแต่ละพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้มีพรรค การเมืองเข้าร่วมประชุม 58 พรรค โดยพรรคประชา– ธิปัตย์ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยชุดล่วงหน้า ที่เดินทางมาที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ก่อนตั้งแต่ช่วงเที่ยง ก็ได้ถอนตัวกลับ พร้อมทั้งมีการประสานกับเจ้าหน้าที่ กกต.แจ้งให้ทราบว่า นายอภิสิทธิ์ไม่ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมตามที่แจ้งไว้แต่แรก เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งจะมีหนังสือชี้แจงเหตุผลส่งเรียนถึงประธาน กกต.และ กกต.ตามมา

“อภิสิทธิ์” แจงห่วงความปลอดภัย

นายอภิสิทธิ์โพสต์จดหมายที่ส่งถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นหนังสือด่วนที่สุด เรื่องการประชุมหัวหน้าพรรคการเมือง หรือผู้แทนกับ กกต.โดยมีใจความว่า จากการที่พรรคประชาธิปัตย์ตอบรับเข้าร่วมหารือพรรคการเมืองเกี่ยวกับการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ต่อมามีข้อมูลเชิงลึกว่าอาจมีปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัย ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการประชุมดังกล่าว และหลังจากได้หารือเป็นการภายในกับ กกต.แล้ว มีความเห็นร่วมกันว่า การเข้าร่วมประชุมของพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นจริง ตนและผู้แทนจึงไม่ได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ แต่พรรคพร้อมให้ความร่วมมือในกระบวนการพิจารณาในการกำหนดวันเลือกตั้งต่อไป

กลุ่มติดอาวุธวางแผนมุ่งกำจัด

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากข้อมูลเชิงลึกพบว่า จะมีการก่อเหตุในการประชุมพุ่งเป้าหมายที่นายอภิสิทธิ์ และมีการประกาศจากกลุ่มที่ใช้อาวุธว่า อาจจะมีการพลีชีพเพื่อกำจัดนายอภิสิทธิ์ โดยมีข้อความจากเฟซบุ๊กของผู้ที่ใช้ชื่อว่า “ลุงยิ้ม ตาสว่าง” มีเนื้อหาว่าการประชุมพรรคการเมืองวันนี้จะมีการก่อเหตุในที่ประชุม โดยอ้างว่าเป็นการทำเพื่อประชาธิปไตย และเมื่อนายอภิสิทธิ์ไม่ได้เดินทางไป “ลุงยิ้ม ตาสว่าง” ก็โพสต์ข้อความเหมือนกับตัวเองอยู่ในห้องประชุมด้วย และยังมีการระบุในเชิงข่มขู่ด้วยว่า จะมีการใช้อาวุธยิงใส่ในที่ประชุม ซึ่งที่ผ่านมาเฟซบุ๊กของลุงยิ้ม มีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับความรุนแรงหลายครั้งล่วงหน้าโดยเกิดเหตุขึ้นจริงในเวลาถัดมา

กกต.เผยวางวันเลือกตั้งไว้ 3 ช่วง

กระทั่งเวลา 14.35 น. กกต.ทั้ง 5 คนนำโดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.เดินทางมาถึงห้องประชุม ทันทีที่มาถึงนายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ เป็นตัวแทนกลุ่มสห พรรคการเมือง ได้ยื่นหนังสือกับนายศุภชัย เพื่อขอให้ กกต.เร่งดำเนินการเลือกตั้งภายในวันที่ 15 มิ.ย. ขณะที่นายพูลเดช กรรณิการ์ หัวหน้าพรรคเพื่ออนาคต ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กกต.เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมเพื่อปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง

จากนั้นนายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต. ได้สรุปข้อหารือของ กกต.กับหน่วยงานด้านความมั่นคงในการประเมินสถานการณ์เพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง และได้รายงานร่างปฏิทินที่สำนักงาน กกต.ได้ตั้งไว้เป็นแนวทางในการกำหนดวันเลือกตั้ง 3 แนวทาง คือ 1. กรอบระยะเวลาจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 20 ก.ค.2557 โดยกรอบระยะเวลานี้จะมีระยะเวลา 59 วัน นับแต่ร่าง พ.ร.ฎ.ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หลังจากมีการดำเนินการทั้งในส่วนของการหารือกับรัฐบาล กกต.เห็นชอบในร่าง พ.ร.ฎ. และการประกาศร่าง พ.ร.ฎ.ในราช– กิจจานุเบกษาในวันที่ 22 พ.ค.2557 2. กรอบระยะ เวลาจัดเลือกตั้ง ส.ส. เลือกตั้งในวันที่ 17 ส.ค.2557 กรอบนี้จะกินเวลา 87 วัน นับแต่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา 22 พ.ค.2557 และ 3. กรอบ ระยะเวลาจัดการเลือกตั้งวันที่ 14 ก.ย.2557 โดยกรอบนี้จะมีผล 115 วัน นับแต่มีประกาศในราช– กิจจานุเบกษา 22 พ.ค.2557

พรรคเล็กวอล์กเอาต์ฉุนไม่ให้พูด

ต่อมาได้มีการเปิดให้พรรคการเมืองที่มี ส.ส.แสดงความคิดเห็นเพียง 3 พรรค ฝ่ายละ 15 นาที คือ พรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย สร้างความไม่พอใจให้กับพรรคการเมืองที่เข้าร่วมประชุมจนทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น โดยนายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า ทำไม กกต.ต้องให้เวลาจำกัด เราอยากรู้ว่า กกต.จะกำหนดการเลือกตั้งได้เมื่อไหร่ ขณะที่พรรคการเมืองอื่นๆได้แสดงความเห็นว่าต้องให้ทุกพรรคได้ชี้แจง กกต.ควรจะทำให้เกิดความเท่าเทียมกัน เมื่อเกิดความวุ่นวายขึ้น นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.จึงเสนอว่า 15 นาทีในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะให้พรรคอื่นอภิปรายแทน แต่บรรดาพรรคการเมืองก็ยังไม่พอใจ โดยนายอุเทนได้วอล์กเอาต์จากห้องประชุมทั้งที่การประชุมยังไม่เริ่มเข้าระเบียบวาระการประชุม

ขณะที่นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านพรรคการเมือง ได้เสนอให้ที่ประชุมนัดประชุมครั้งต่อไป 3 วัน 3 คืน แต่ขอให้แนวทางการประชุมวันนี้มีแนวทางเสียก่อน ทำให้ที่ประชุมเริ่มมีความ เรียบร้อยขึ้น

พท.จี้จัดเลือกตั้งเร็วเชื่อแก้ขัดแย้ง

นายโภคิน พลกุล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประเทศต้องเดินหน้าด้วยการเลือกตั้งโดยเร็ว ไม่ว่าการเลือกตั้งจะแพ้หรือชนะ ต้องรักษาประชาธิปไตยให้ได้ ส่วนแนวทางของ กกต.ที่จะให้มีการเลือกตั้งเร็วที่สุดในวันที่ 20 ก.ค.นั้น ถ้าสามารถเร็วกว่านั้นแม้สักสัปดาห์ก็จะเป็นเรื่องที่ดี เราต้องแก้ความขัดแย้งด้วยการฟังเสียงประชาชน ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองจะไปสู่กลียุค อารมณ์คนสังคมคุกรุ่น ไม่ใช้เหตุผล ถ้า กกต.จะสามารถย่นเวลาได้จะช่วยกันให้ทุกอย่างเดินไปได้

ภท.กังวลเลือกตั้งเหลวซ้ำรอยเดิม

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจ ไทย กล่าวว่า ดูแผน กกต.เห็นด้วยว่าจะมีวันเลือกตั้ง แต่กังวลใจเรื่องหลักประกัน กกต.กล้ายืนยันหรือไม่ว่าการเลือกตั้งจะไม่เป็นโมฆะอีก และอยากให้มีความชัดเจนเรื่องข้อกฎหมายว่าทุกองค์กรเห็นพ้องต้องกันว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะไม่เป็นโมฆะ แม้จะมีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้น ถ้า กกต.ยืนยันว่าเลือกตั้งแล้วบรรยากาศดี มีกฎหมายรองรับ ทุกฝ่ายพร้อมเพรียงกันยอมรับวันเลือกตั้งที่กำหนดขึ้นก็จะเป็นทางออกได้
นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า ขอถามว่าที่ประชาธิปัตย์ไม่มาร่วม มีการส่งข้อความมาถึง กกต.หรือไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะส่งผู้สมัครหรือไม่ ไม่อย่างนั้นการเลือกตั้งคราวหน้าจะเสียเปล่า

พรรคร่วมแนะ กกต.เลือกตั้งใน 45 วัน

ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า พรรคของตน รวมทั้งพรรคชาติ– ไทยพัฒนา พลังชล และพรรคมหาชน ขอให้ กกต. จัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน หลังจากที่ศาลรัฐธรรม– นูญมีคำวินิจฉัย ซึ่งวันที่เหมาะสมคือควรจะเลือกตั้งก่อนวันที่ 20 ก.ค.

นายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า อำนาจการตัดสินใจกำหนดวันเลือกตั้งที่เหมาะสมยังเป็นของ กกต. การเลือกตั้งที่ผ่านมามีปัญหามากมาย กกต.ต้องพิสูจน์ตัวเอง เห็นด้วยว่าการเลือกตั้งต้องจัดภายใน 60 วัน ซึ่งที่ กกต.เสนอรูปแบบแรกเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค. หรือเลือกตั้งในวันที่ 59 ของกรอบเวลา 60 วันถือว่าเหมาะสมแล้ว แต่ กกต.ต้องเคร่งครัดในเรื่องของการดำเนินการกับผู้ที่ขัดขวางการเลือกตั้ง

“สมชัย” ยันไม่โมฆะด้วยสาเหตุเดิม

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งใหม่ที่ กกต.จะร่วมกำหนดกับรัฐบาล จะไม่เป็นโมฆะด้วยสาเหตุเดิม เพราะสามารถสร้างกลไกให้มีผู้สมัครครบทุกเขต ถ้ามีการขัดขวางการเลือกตั้งก็จะเลือกตั้งใหม่จนครบ สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่ ส.ส.เขต แต่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 125 คน จะทำไม่ได้ ถ้าการเลือกตั้งไม่ครบ ดังนั้น กกต.ไม่สามารถรับปากว่า 30 วัน จะมี ส.ส.ครบ 95% เพื่อเปิดสภาฯได้ ดังนั้น จะเลือกตั้งซ้ำไปตามกรอบระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดภายใน 180 วัน แต่จะมีผู้ร้องอีก ปัญหาไม่ได้อยู่ที่พรรคการเมืองหรือ กกต. แต่เป็นปัญหาของฝ่ายตรงข้าม ต้องไปคุยกัน

แย้มได้กรอบเวลาเลือกตั้ง 20 ก.ค.

นายสมชัยกล่าวว่า สำหรับตุ๊กตากำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค.เป็นตัวเลขเทคนิคและเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จากนี้เราจะไปคุยกับรัฐบาลใช้เวลา 10 วัน รอโปรดเกล้าฯอีก 20 วัน เป็น 30 วัน โดยหลังมี พ.ร.ฎ.วันเลือกตั้งใหม่ จะกำหนดวันเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน แต่ กกต.จะเลือกใกล้ 60 วัน เพราะจะมีกิจกรรมที่ต้องเผื่อระยะเวลา เช่น รับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือเขต ถ้าไม่ทันตามกำหนดจะขยายได้หรือไม่ หรือกรณีโรงพิมพ์บัตรถูกปิด การส่งบัตรไปต่างประเทศ ถ้ากำหนดใกล้ 45 วัน จะตึงไป การเลือกตั้งอาจจะล้มได้ แต่ใกล้ 60 วัน จะมีเวลาแก้ปัญหาได้ ยืนยันว่าไม่ได้เพื่อดึงเวลาเพื่อรออะไรบางอย่าง หรือสมคบคิดอะไรอย่างที่กล่าวหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้าย กกต.ได้เปิดโอกาสให้พรรคเล็กแสดงความคิดเห็นพรรคละ 1 นาที กระทั่งเวลา 17.19 น. หารือเกือบ 3 ชั่วโมง ล่าช้ากว่าที่กำหนดเกือบ 1 ชั่วโมงประธาน กกต.จึงปิดการประชุม โดยประธานกล่าวว่าจะนำข้อเสนอจากที่ประชุมไปหารือกับ กกต.และรัฐบาลเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งต่อไป

กกต.พอใจผลหารือพรรคการเมือง

ต่อมาเวลา 17.45 น. ภายหลังการหารือ นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ว่า พอใจผลการหารือ เพราะทุกพรรคแสดงความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของ กกต. หลังจากนี้จะนำข้อเสนอไปกำหนดวันเลือกตั้งที่เหมาะสม ก่อนจะนัดวันหารือกับรัฐบาลต่อไป ซึ่งอยู่ในกรอบวันที่ 23 -28 เม.ย. ส่วนที่พรรคการเมืองเสนอให้เลือกตั้งเร็วกว่าวันที่ 20 ก.ค.นั้น ก็มีความเป็นไปได้ที่จะร่นการเลือกตั้งให้เร็วขึ้น

ยังเปิดรับฟังความเห็น ปชป.

นายประวิช รัตนเพียร กกต.กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ไม่เข้าร่วมประชุมว่า พรรคประชาธิปัตย์ชี้แจงเหตุผลที่ไม่เข้าร่วมหารือแล้ว แต่พรรคประชาธิปัตย์จะลงเลือกตั้งหรือไม่ คงรอดูท่าทีหลังจาก กกต.หารือกับรัฐบาล อย่างไรก็ตามหากพรรคประชาธิปัตย์จะเสนอความเห็นหลังจากนี้ กกต.ก็พร้อมรับฟัง ส่วนที่ กปปส.มีธงชัดเจนให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งนั้น เรื่องการขัดขวางการเลือกตั้ง กกต.ได้คุยกับฝ่ายความมั่นคงจนมีข้อสรุปตรงกันแล้ว ขณะนี้ กกต. พยายามแก้ไขระเบียบต่างๆเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในการเลือกตั้ง แต่ กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งแบบไม่มีประชาชนบาดเจ็บล้มตาย

“ยิ่งลักษณ์” เรียกประชุม ครม.ที่ อพวช.

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางมาองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ต.คลอง 5 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อเป็นประธานการประชุม ครม. ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่ประชุม ครม.ครั้งแรก จากเดิมที่ใช้โรงเรียนนายร้อยตำรวจสาม–พราน อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยนายกฯไม่ได้ใช้วีลแชร์แล้ว ทันทีที่เดินทางมาถึงผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการยุติบทบาททางการเมือง แต่นายกฯปฏิเสธตอบคำถาม ก่อนไปวางพวงมาลัยสักการะพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ที่อยู่บริเวณชั้นล่างของอาคาร อพวช. จากนั้นไปยังห้องรับรองชั้นล่างอาคาร อพวช.ซักซ้อมวาระการประชุม ร่วมกับนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นเวลา 40 นาที จากนั้นขึ้นไปยังชั้น 2 ของอาคารเพื่อเป็นประธานการประชุม ครม.

ประกาศลั่นพร้อมวางมือหากชาติสงบ

ต่อมาเวลา 13.15 น. ภายหลังการประชุม ครม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณให้นายกฯและคนตระกูลชินวัตรวางมือทางการเมืองถ้ากระบวนการต่างๆเป็นไปด้วยความยุติธรรม ด้วยสีหน้าท่าทางจริงจังว่า ยังไม่ได้คุยเรื่องนี้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่อย่างที่เคยเรียนไป ส่วนตัวไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง ที่อยากเห็นคือการทำอย่างไรให้ประเทศชาติสงบ ทุกคนรักษากติกาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศ ไทย ตรงนี้ต่างหากที่เราอยากเห็น เรายินดีให้ความร่วมมือ เราไม่ได้ยึดติดและอะไรที่เป็นความต้องการของประชาชนโดยส่วนใหญ่ อะไรที่เราจะทำให้ประเทศ ชาติสงบได้ก็ยินดี วันนี้เราอยากเห็นบ้านเมืองกลับเข้าสู่กติกา ทุกคนเคารพกติกา ทุกอย่างเดินหน้าได้ เราเจ็บปวดมามากพอแล้ว ประเทศชาติเสียหาย เศรษฐกิจเสียหายต่อเนื่อง ถ้าระยะยาวไม่มีการเลือกตั้ง ไม่มีรัฐบาลใหม่เข้ามา นี่คือประเด็นที่เป็นห่วง

ไม่ตั้งเงื่อนไข อยากให้ ปท.จบปัญหา

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะประกาศเว้นวรรคเลยหรือไม่ หรือจะรอดูสถานการณ์เพื่อนำไปเป็นเงื่อนไขสู่การเจรจาคู่ขัดแย้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ตนไม่ได้อยู่ในสภาวะจะมาตั้งเงื่อนไข ถ้าวันนี้ยังมีทิฐิต่อกันแล้วมาตั้งเงื่อนไข ประเทศเราและประชาชนคนไทยจะเจ็บปวด สิ่งที่อยากเห็นคือจะนำประเทศพ้นวังวนของปัญหาต่างๆนี้อย่างไรมากกว่า ปีหน้ากำลังก้าวสู่ประชาคมอาเซียนแล้วเราจะยืนอยู่ในระดับแนวหน้าของกลุ่มประเทศอาเซียนได้อย่างไร เมื่อประเทศไทยไม่มีแม้แต่การเลือกตั้ง จะไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง วันนี้สมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรยังไม่เรียบร้อย ทั้งหมดนี้จะไปบอกคนอื่นได้อย่างไร นี่คือผลที่สะท้อนให้เห็นว่าไม่กลับเข้าสู่กติกา อยากขอความร่วมมือทุกคนหันหน้าเข้าหากันในการแก้ไขปัญหาด้วยกติกา แต่ละฝ่ายก็มีประชาชน ถามว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการอย่างไร ก็ต้องถามประชาชนด้วยการใช้กติกาที่ทุกคนยอมรับคือการเลือกตั้ง หากต่างคนต่างพูดก็จะเป็นปัญหาอยู่อย่างนี้

เตือนสติพวกยึดตัวตนจนชาติถอยหลัง

เมื่อถามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศขัดขวางการเลือกตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ต้องถามว่าถ้าเรารักประเทศ แล้วมาขัดขวางกันทุกวัน แล้วประเทศจะไปอย่างไร จะมีแต่ถอยหลังลงทุกวัน ต่อข้อถามว่า ปัญหาการเมืองวันนี้เล่นกันแรงเกินไปหรือไม่ นายกฯตอบว่า วันนี้ทุกคนพยายามที่จะยึดเอาตัวตน ตัวบุคคล แต่ความจริงต้องยึดเอาประเทศเป็นที่ตั้ง พยายามที่จะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ ปรับกันคนละนิดคนละหน่อย แต่ถ้าทุกคนตั้งมั่นที่จะขัดแย้งกันตลอดเวลาแล้วเราจะก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายให้ประเทศหลุดพ้นปัญหาความวุ่นวายทางด้านสถานการณ์การเมืองนี้อย่างไร เมื่อถามว่า นายกฯจะขอเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอพระบรมราชวินิจฉัยทางออกทางการเมืองหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า คงไม่ขอเข้าเฝ้าฯรัฐบาลก็ทำหน้าที่ไป เมื่อถามว่า ช่วงนี้จะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศหรือไม่ นายกฯตอบว่า ช่วงนี้จะไม่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ

“ปู” ดิ้น 23 เม.ย. ยื่น ป.ป.ช.ขอพยาน 7 ปาก

จากนั้น 13.45 น. ที่ อพวช.ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้หารือร่วมกับรัฐมนตรี พร้อมทีมทนายความ ที่เกี่ยวข้องในการชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คดีข้อกล่าวหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าว โดยใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ภายหลังการหารือนายพิชิต ชื่นบาน คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากที่ ป.ป.ช.ให้โอกาสนำพยานเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาจำนวน 4 ปาก แต่ยังเหลืออีก 7 ปาก และได้ขอเพิ่มไปตอนหลัง 2 ปากคือนายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯเห็นว่า มีความสำคัญที่จะไปหักล้างประเด็นของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการปิด บัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรได้ เพราะเป็นข้าราชการประจำและอยู่กระทรวงการคลังด้วยกัน ทั้งนี้ ในวันที่ 23 เม.ย.ทนายความจะเดินทางไปยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อ ป.ป.ช.ว่าอย่าตัดพยานทั้ง 7 ปากทิ้ง และอย่าคิดว่าเป็นเรื่องเสียเวลา เนื่องจากใช้เวลาไม่นาน แต่หาก ป.ป.ช.ยังยืนยันในจุดยืนเดิม จะมีผลเสียเสียหายต่อนายกฯแน่ เพราะฝ่ายปฏิบัติยังไม่ได้ชี้แจง มีแต่ฝ่ายการเมือง

รัฐบาลโยนรัฐสภาหาข้อยุติเปิดประชุม

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ตามที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้เสนอให้ ครม.ออก พ.ร.ฎ.เปิดประชุมสมัยวิสามัญในวันที่ 1 พ.ค. และปิดประชุมสภาวันที่ 10 พ.ค. เพื่อพิจารณาเรื่องการแต่งตั้งบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 132 (2) แต่ปรากฏว่า มีหนังสือจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสำนักงานรัฐสภา ที่มีความเห็นต่างส่งมายังรัฐบาล เนื่องจากเห็นว่า การเปิดประชุมเป็นอำนาจของประธานรัฐสภา แต่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเห็นว่า เป็นเรื่องที่ต้องส่งให้สำนักงานเลขา– ธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ดำเนินการ ซึ่ง ครม.ได้รับทราบความเป็นมาทั้งหมดแล้ว จึงได้เร่งรัดให้ สลค.ประสานกับทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเพื่อให้ได้ข้อยุติ เมื่อไรที่มีความเห็นตรงกัน ทาง สลค.จะต้องเรียกประชุม ครม.นัดพิเศษเพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป ส่วนเรื่องการถอดถอนที่ยังมีความเห็นต่าง เลขาธิการวุฒิสภาบอกไม่ได้ติดใจ และไม่ใช่เรื่องที่ต้องเร่งรีบตอนนี้

กฤษฎีกาเผยร่าง พ.ร.ฎ.รอไว้แล้ว

นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า สำหรับความเห็นต่างกันระหว่างสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภานั้น เป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายต้องตกลงกันเองให้ได้ก่อน เมื่อได้แล้วค่อยส่งมา ซึ่งระหว่างนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาเองเตรียมยกร่างพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสมัยวิสามัญตามที่เราเห็นว่าถูกต้องและสามารถทำได้

ลุ้น 23 เม.ย. ศาล รธน.ขยายเวลาแจง

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการพิจารณาคำร้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในการขอขยายระยะเวลาชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญ ออกไปอีก 15 วัน กรณีการวินิจฉัยสถานภาพรัฐมนตรีของนายกฯและคณะรัฐมนตรี (ครม.) สืบเนื่องจากการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในวันที่ 23 เม.ย.ว่า หากศาลรัฐธรรมนูญไม่อนุญาตให้ขยายเวลาออกไป ในวันที่ 23 เม.ย. ทีมทนายนายกฯจะส่งเอกสารคำชี้แจงที่เหลืออยู่ทั้งหมด โดยเฉพาะเอกสารจากศาลปกครองสูงสุด ให้กับศาลรัฐธรรมนูญไปจนครบ ส่วนที่มีข่าวว่านายกฯมีกำหนดการจะเดินทางไปต่างประเทศนั้น ไม่เป็นความจริง

“ชัยเกษม” ยืนยันแนวทางพึ่งพระบารมี

นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ขณะนี้นายกฯอยู่ระหว่างให้การต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องรออย่างเดียวว่าจะตัดสินเมื่อไร อย่างไร คงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ ส่วนข้อเสนอให้มีการทูลเกล้าฯขอให้มีพระบรมราชวินิจฉัยสถานภาพนายกฯ และ ครม.หากศาลตัดสินให้พ้นสภาพนั้น สามารถทำได้ แต่อะไรจะเกิดขึ้นบ้างยังไม่รู้ ส่วนตัวยังไม่ได้หารือนายกฯ หรือ ครม. แต่ยังยืนยันแนวทางนี้อยู่ หากศาลรัฐธรรมนูญทำเกินกว่าอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด ถ้าประชาชนเดือดร้อน อะไรที่ไม่มีทางออกจริงๆ สามารถพึ่งพระบารมีได้ แต่หวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้น

ศอ.รส.อ้าง จม.“อุกฤษ” โต้ศาล รธน.

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ บช.ปส. พ.ต.ท.หญิงอัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล คณะทำงาน ศอ.รส. แถลงว่า ที่ประชุม ศอ.รส.ได้พิจารณาจดหมายเปิดผนึก 2 ฉบับ ของนายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ที่ไม่เห็นด้วยกับศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยสถานภาพของนายกฯและ ครม.ให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี โดยเฉพาะจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 2 ที่นายอุกฤษเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญควรที่จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ของตนไว้ก่อน จนกว่าจะดำเนินการให้เป็นไปโดยถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือหลักนิติธรรม ซึ่งความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับแถลงการณ์ ศอ.รส.ฉบับที่ 1 แสดงให้เห็นว่าความกังวลของ ศอ.รส.มิได้เป็นการคาดการณ์ที่ไร้มูลความจริง และมิได้มุ่งหวังที่จะก้าวก่ายทำลายชื่อเสียงหรือความเชื่อถือศรัทธาของศาลรัฐธรรมนูญ

งัดคำสั่งเชือด “สมัคร” ปิดเกมโละ ครม.

พ.ต.ท.หญิงอัญชุลีกล่าวว่า จากการตรวจสอบย้อนไปเมื่อครั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยต่อกรณีที่ กกต.และกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา โดยนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ และคณะ ได้ร้องขอให้พิจารณาการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายสมัคร สุนทรเวช นายกฯในขณะนั้น ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไว้ชัดเจนเป็นมติเอกฉันท์ว่า “ผู้ถูกร้องกระทำการอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 267 มีผลให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายสมัคร ผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) จึงเป็นเหตุให้รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรม– นูญมาตรา 180 วรรคหนึ่ง (1) แต่ด้วยความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯเป็นการสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ทำให้รัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีที่เหลือจึงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า ครม.ที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181” ดังมีรายละเอียดปรากฏในคำวินิจฉัยของศาลรัฐ ธรรมนูญที่ 12-13/2551 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 19 พ.ย.2551 โดยคำวินิจฉัยนี้ได้พิจารณาโดยคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเกือบทุกคนจำนวน 8 ใน 9 คน ซึ่งยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน

“พฤณท์” ได้กลิ่นปฏิวัติเหมือน “ทักษิณ”

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยา– ศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จ.ปทุมธานี พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้บ้านเมืองสับสนวุ่นวายไม่อยู่ในกรอบ สิ่งที่น่าเสียดายคือในช่วงปี 44 ถึงปี 49 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นความหวังของประเทศ หลายคนไม่สามารถทำได้อย่างท่าน แต่ปี 49 มีการปฏิวัติ ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณระบุทหารสายบูรพาพยัคฆ์จะทำการรัฐประหาร ในเรื่องนี้เป็นเพียงข่าว ในฐานะที่เคยอยู่กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) และเป็น ผบ.กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ก็พอทราบข่าวเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะเกษียณมาแล้ว อย่างไรก็ตามทหารน่าจะเห็นบทเรียนตั้งแต่ปี 49 ถึงปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่คาดหวังไว้ได้เลย ทุกวันนี้มีแต่จะเพิ่มพูนปัญหา วิธีแก้ที่ดีที่สุดน่าจะอยู่ในกรอบของประชาธิปไตย ทหารควรอยู่ในกรอบของกฎหมายจะถูกต้องที่สุด วันนี้กองทัพอยู่ในกรอบอยู่แล้วถือเป็นเรื่องที่ดี

“เฉลิม” เล่นมุกเอาฮา “ทักษิณ” วางมือ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และ ผอ.ศอ.รส. กล่าวถึงการส่งสัญญาณวางมือของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ไม่ได้ยินกับหูไม่กล้าแสดงความคิดเห็น เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้บอก ต้องถามคนพูดมาถามตนไม่ได้ ต้องดูว่าวางมือที่ไหน แบบไหน วางตัก ไหล่หรือเข่า จะตัดสินใจแทนได้อย่างไร ถ้าวางที่ตักสร้างความแนบแน่น วางไหล่ให้ความเชื่อมั่น วางที่เข่าเดินหน้าต่อ ตนตัดสินใจไม่ได้เพราะไม่เคยพบ หลังจากนี้ถ้า พ.ต.ท. ทักษิณไม่วางมือ ตนก็อาจวางแทนเพราะอายุ 67 ปีแล้ว

ปชป.จี้ “ทักษิณ” ทำ 5 ข้อยืนยันล้างมือ

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯระบุว่า จะวางมือทางการเมืองว่า หากคิดวางมือทางการเมืองจริงต้องทำ 5 อย่างคือ 1.เลิกตั้งวอร์รูมที่ฮ่องกง 2. ให้กลับมารับโทษ 3.ให้รัฐบาลยอมรับคำวินิจฉัยขององค์กรอิสระ 4.ประกาศให้พรรคเพื่อไทยและสมุนยอมรับคำวินิจฉัยขององค์กรอิสระทุกองค์กร ทุกกรณี 5.ให้ล้มเลิกความคิดที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมไม่ว่าจะเป็นรูปแบบปกติหรือรูปแบบจำแลงที่นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ออกมาเสนอ
น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณมีลักษณะหน้าไหว้หลังหลอก ที่บอกว่าจะวางมือทางการเมืองนั้นเป็นมุกเก่า ที่พูดมาตั้งแต่ปี 51 รวม 7 ครั้งแล้ว แต่ไม่ทำจริง มีการฝึกการ์ดโดยนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ถือเป็นการข่มขู่องค์กรที่กำลังทำหน้าที่ และยังมีกิจกรรมของคนเสื้อแดงที่ออกแถลงการณ์ข่มขู่องค์กรอิสระ และศาล รวมถึงกลุ่มฮาร์ดคอร์เสื้อแดงยังคุกคามคนเห็นต่างอย่างต่อเนื่องด้วย โดยทั้งหมดเป็นพฤติกรรมที่สอดรับกัน

ครม.ต่ออายุ ผวจ.กรุงเก่ายันเกษียณ

เมื่อเวลา 13.10 น. ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ คลอง 5 จ.ปทุมธานี ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลง ภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของนายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ต่อไปอีกเป็นครั้งที่ 2 ไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย.57 ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ต.ค.57 รวมทั้งมีมติต่อเวลาดำรงตำแหน่งของนายนภดล เทพพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ไปถึง 7 มี.ค. 58 นายนรชิต สิงหเสนี เอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ไปถึง 25 พ.ค.58 และนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ไปถึง 25 พ.ค.58 ทั้งนี้ ยังมีมติแต่งตั้งนายสมชาย โรจน์รุ่งวศินกุล ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในอัตราค่าตอบแทนคงที่เดือนละ 450,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.57 นอกจากนี้ยังแต่งตั้งนายประสิทธิ์ สืบชนะ เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) แทน นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ที่ลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย.

ประชุมองคมนตรีไม่มีเรื่องนายกฯ ม.7

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะองคมนตรีได้มีการประชุมประจำสัปดาห์ตามวาระปกติ ส่วนใหญ่หารือเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะคดีของนักโทษที่ทางกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ทำเรื่องเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ พร้อมทั้งหารือกรณีที่รัฐบาลคืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้กับนายถวิล เปลี่ยนศรี แทน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ซึ่งย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายก– รัฐมนตรีตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด โดยองค– มนตรีได้หารือเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งศาลเท่านั้น อย่างไร ก็ตาม ที่ประชุมไม่ได้พูดถึงเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง รวมถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 ที่จะให้พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงวินิจฉัยเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีพระราชทาน เพราะเรื่องนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับองคมนตรี

23 เม.ย. 2557 07:21 23 เม.ย. 2557 07:21 ไทยรัฐ