วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กิน 'หน่อไม้ต้มปี๊บ-ถุง' ไม่ต้มซ้ำก่อน เสี่ยงเสียชีวิต!

เตือนอันตราย 'หน่อไม้ต้มอัดปี๊บ-ถุงพลาสติก' เปื้อนเชื้อ 'คลอสทรีเดียม โบทูลินัม' สธ.เผยพบผู้ป่วยแล้ว 4 ราย ใน 2 จังหวัด ชี้ เชื้อรุนแรงถึงขั้นทำให้กล้ามเนื้ออัมพาต อ่อนแรง หยุดหายใจได้ แนะก่อนกิน ต้มน้ำร้อนก่อน 15 นาที…

เมื่อวันที่ 22 เม.ย.57 นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้รับรายงานจากสำนักระบาดวิทยาว่า พบผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษรุนแรง หลังรับประทานหน่อไม้รวกต้มบรรจุถุงปนเปื้อนสารพิษโบทูลินัม จำนวน 4 ราย โดยเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลชัยภูมิ 2 ราย มีอาการปวดจุกแน่นท้อง ตาพร่ามัว ลิ้นแข็ง เสียงสั่น กลืนไม่ได้ ชาตามมือ การทรงตัวไม่ดี หนังตาตก คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลวเป็นน้ำ และอีก 2 รายเข้ารักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี ทั้ง 2 ราย มีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด ตาบวม จากการสอบสวนโรคพบว่าผู้ป่วย 4 รายนี้ ได้รับประทานหน่อไม้รวกต้มบรรจุถุง ซึ่งญาติที่อยู่บ้านหนองแวง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ทำส่งมาให้ โดยพบหน่อไม้มีรสชาติเปลี่ยน สากลิ้น น้ำแช่หน่อไม้ในถุงเป็นฟอง มีกลิ่นเหม็นรุนแรง และยังได้ส่งหน่อไม้ชุดเดียวกันนี้ให้ญาติที่ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ และจังหวัดอื่น เช่น หนองบัวลำภู สระแก้ว และชลบุรีด้วย

ทั้งนี้ จึงได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ ส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ลงพื้นที่ไปให้คำแนะนำและทำลายหน่อไม้ชุดที่มีการปนเปื้อนทั้งหมด และเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนในการรับประทานหน่อไม้ต้มบรรจุปี๊บหรือถุงให้ปลอดภัย  

ด้านนายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า เชื้อคลอสทรีเดียมโบทูลินัม (Clostridium botulinum) พบทั่วไปในธรรมชาติ ทั้งในดิน ห้วย หนอง คลองบึง ทะเล เป็นต้น มักพบในสัตว์ที่หากินในสถานที่เหล่านี้ และในพืชผักที่ปลูกในดิน เชื้อจะสร้างสปอร์ซึ่งทนความแห้งแล้งได้ดี และปะปนมากับอาหารแห้ง เช่น เครื่องเทศ แป้ง เป็นต้น โดยเชื้อโรคนี้จะปล่อยสารพิษที่มีชื่อว่าโบทูลินัมที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค 4 ชนิด คือ

1. ชนิดเอ มีพิษรุนแรง อัตราการตายสูงถึงร้อยละ 60–70
2. ชนิดบี ซึ่งทนความร้อนสูง และมีชีวิตอยู่ในอาหารได้นานกว่าชนิดอื่นๆ อัตราการตายร้อยละ 25
3. ชนิดอี พบการระบาดในอาหารทะเล
4. ชนิดเอฟ พบในอาหารทะเล พบการระบาดได้ประปราย มีอัตราการตายต่ำ

อย่างไรก็ดี สปอร์ของเชื้อและสารพิษที่กล่าวมา สามารถทำลายได้ง่ายโดยการต้มให้เดือดด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 80 องศา นาน 15 นาที ทั้งนี้ หลังรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนโบทูลินัม ประมาณ 12 – 36 ชั่วโมง จะมีอาการทางระบบประสาท ได้แก่ เหนื่อย อ่อนแรง วิงเวียนศีรษะ ตาพร่ามัว หรือเห็นภาพซ้อน หนังตาตก ปากแห้ง กลืนหรือพูดลำบาก อาจมีอาการท้องเสีย ท้องผูก หรือท้องบวมโตได้ ต่อมากล้ามเนื้อจะเกิดอัมพาต เริ่มจากใบหน้าลงไปที่ไหล่ แขนส่วนบนและล่าง ต้นขาและน่องตามลำดับ ซึ่งหากกล้ามเนื้อกระบังลมเป็นอัมพาตจะทำให้การหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้ ผู้ป่วยมักไม่มีไข้ ยกเว้นมีการติดเชื้อแทรกซ้อน แต่สติการรับรู้มักปกติ   

นายแพทย์โสภณกล่าวต่อไปว่า ผู้ป่วยที่ได้รับพิษชนิดนี้จะต้องรีบมาพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อให้ยาต้านพิษหรือแอนตี้ท็อกซิน (Antitoxin) และดูแลระบบการหายใจอย่างใกล้ชิด ป้องกันปัญหาการหายใจล้มเหลว ซึ่งจะทำให้เสียชีวิตได้ ทั้งนี้ โรคพิษโบทูลิซึม พบได้ประปรายทั่วโลก โดยในไทยมีรายงานครั้งแรกใน พ.ศ.2541 ที่จังหวัดน่าน จากการรับประทานหน่อไม้อัดปี๊บที่ไม่ได้ต้มก่อน มีผู้ป่วย 13 ราย เสียชีวิต 2 ราย และพบประปรายในบางปี ในเขตภาคเหนือ เช่น จ.ลำปาง ใน พ.ศ.2546 มีผู้ป่วย 11 ราย เสียชีวิต 1 ราย จากสาเหตุเดียวกัน การระบาดครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นที่ จ.น่าน เมื่อ พ.ศ.2549 มีผู้ป่วย 209 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต สาเหตุจากรับประทานหน่อไม้ปี๊บไม่ได้ต้ม ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขครั้งสำคัญของประเทศ ต้องระดมแพทย์เชี่ยวชาญ เครื่องช่วยหายใจ รวมถึงการสั่งแอนติท็อกซินจากต่างประเทศเข้ามาแก้พิษโดยเร่งด่วน และส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลต่างๆ เป็นต้น

“ขอย้ำเตือนประชาชนที่นิยมบริโภคหน่อไม้ต้มอัดปี๊บหรือบรรจุในถุงพลาสติก โดยเฉพาะเมนูที่ใช้เป็นผักจิ้มน้ำพริกต่างๆ หรือใช้ตำ เช่น ใส่ผสมรวมในส้มตำ ซุปหน่อไม้ เป็นต้น ก่อนนำมาบริโภคทุกครั้ง ขอให้นำมาต้มซ้ำให้เดือดนาน 15 นาที เพื่อให้ความร้อนทำลายเชื้อโรคทุกชนิดที่ปนเปื้อนอยู่ให้หมดไป หากพบว่าปี๊บที่บรรจุหน่อไม้บวม ไม่ควรซื้อมาบริโภค ในกรณีที่พบว่ามีกลิ่นหรือสีผิดปกติ ไม่ควรนำมารับประทานหรือลองชิมอย่างเด็ดขาด ขอให้นำไปทำลายทิ้ง โดยการฝังดิน” นายแพทย์โสภณกล่าว อย่างไรก็ดี หากประชาชนบริโภคอาหารที่สงสัยจะมีการปนเปื้อนสาพิษโบทูลินัม และมีอาการผิดปกติ เช่น อาการอ่อนแรง วิงเวียนศีรษะ ตาพร่ามัว หนังตาตก ปากแห้งกลืนหรือพูดลำบาก ขอให้บอกญาติและรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการตรวจรักษาที่ถูกต้อง ป้องกันการเสียชีวิต ขณะเดียวกันจะเป็นประโยชน์ในการสอบสวนโรค เพื่อหาสาเหตุได้อย่างรวดเร็วและควบคุมการระบาด โดยเฉพาะอาหารที่พบการปนเปื้อนเชื้อ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ โทร. 0-2590-3159, 3238 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422 " นายแพทย์โสภณกล่าว.

 

เตือนอันตราย 'หน่อไม้ต้มอัดปี๊บ-ถุงพลาสติก' เปื้อนเชื้อ 'คลอสทรีเดียม โบทูลินัม' สธ.เผยพบผู้ป่วยแล้ว 4 ราย ใน 2 จังหวัด ชี้ เชื้อรุนแรงถึงขั้นทำให้กล้ามเนื้ออัมพาต อ่อนแรง หยุดหายใจได้ แนะก่อนกิน ต้มน้ำร้อนก่อน 15 นาที… 22 เม.ย. 2557 17:54 ไทยรัฐ