วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เรกูเลเตอร์'รับมือแหล่งก๊าซหยุด 28 วัน หวั่นภาคใต้เสี่ยงไฟดับ

"เรกูเลเตอร์" ประสาน กฟผ.-กฟภ.-ส.อ.ท. รับมือแหล่งก๊าซ JDA ปิดซ่อม 28 วัน หวั่นภาคใต้ใช้ไฟพีคเกิน 2.5 พันเมกะวัตต์ เสี่ยงต้องดับไฟในบางพื้นที่รอบนอก 19 จุดสลับกันไปแห่งละ 1ชม. ลดผลกระทบ...

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือเรกูเลเตอร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เรกูเลเตอร์ได้ประสานทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งเป็นภาคการผลิตเพื่อร่วมลดใช้ไฟฟ้ารองรับกรณีที่ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติ ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย แหล่ง JDA-A18 จะดำเนินการปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ ระหว่างวันที่ 13 มิ.ย.-10 ก.ค.นี้ รวม 28 วัน โดยยอมรับว่า หากความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ภาคใต้เกิน 2,543 เมกะวัตต์ จะมีความเสี่ยงต้องดับไฟ (ลดโหลด) บางพื้นที่เพื่อรับมือ ซึ่งทุกส่วนจะพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

 

 

ทั้งนี้ การปิดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซธรรมชาติดังกล่าว จะทำให้ก๊าซธรรมชาติหายไป 420 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และส่งผลให้โรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา ต้องหยุดทันทีไป 710 เมกะวัตต์ ทำให้การผลิตไฟในภาคใต้อยู่ที่ 2,306 เมกะวัตต์ แต่คาดว่าพีคสูงสุดจะอยู่ที่ 2,400 เมกะวัตต์ ภาคใต้จะเสี่ยงในช่วงพีคเวลา 18.30-22.30 น. และกรณีวันที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่ 2,543 เมกะวัตต์ ระบบไฟฟ้าภาคใต้จะมีความเสี่ยงเพิ่มเติมในช่วงบ่ายเวลา 13.30-15.30 น. ดังนั้นไฟฟ้าจะขาดไปราว 250 เมกะวัตต์ จึงต้องหาแผนรับมือไว้ 3 แนวทาง คือ 1. ให้เอกชนภาคใต้ 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท.ลดใช้ไฟ 250 เมกะวัตต์ 2. รับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมจากผู้ผลิตรายเล็ก หรือ SPP ภาคใต้ 10 เมกะวัตต์ และ 3. กรณีไฟไม่พอที่สุดจะให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ทำการปลดโหลด หรือเลือกดับไฟบางพื้นที่ใน 19 ระดับ 19 จุดสลับกันไปจุดละ 50 เมกะวัตต์ต่อ 1 ชม.
       
ขณะที่ นางพัลลภา เรืองรอง กรรมการเรกูเลเตอร์ กล่าวว่า จากกรณี JDA ได้ทำให้ไฟหายไป 200 กว่าเมกะวัตต์ หากต้องดับไฟจะทำให้สูญเสียต่อระบบเศรษฐกิจ 30-40 ล้านบาทต่อวัน ดังนั้น การลดใช้ไฟจากเอกชนและคนในพื้นที่จะช่วยได้มากสุด ซึ่งช่วงดังกล่าวเป็นช่วงฟุตบอลโลก จึงขอความร่วมมือประชาชนดูทีวีแบบร่วมกัน จะช่วยประหยัดได้อีกทาง
       
ด้าน นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) จริงๆ ของภาคใต้อยู่ที่ 2,550 เมกะวัตต์ เนื่องจากการใช้ไฟภาคใต้จะเติบโตทุกปี แต่ผลิตได้ 2,300 เมกะวัตต์ในช่วงนี้ จึงทำให้ขาดไฟสำรองประมาณ 250 เมกะวัตต์ จึงจำเป็นจะต้องขอความร่วมมือการลดใช้ไฟในช่วงพีค เพื่อไม่ให้การส่งไฟจากภาคกลาง มายังสายส่งภาคใต้เกินมาตรฐาน ซึ่งปกติจะต้องไม่เกิน 950 เมกะวัตต์ แต่หากมีแนวโน้มมากกว่านี้ ทาง กฟผ.จะดำเนินการประสานไปยัง กฟภ.เพื่อหมุนเวียนดับไฟฟ้าบางส่วนตามแผนที่จัดเตรียมไว้
       
นอกจากนี้ ยังเตรียมพร้อมทั้งระบบผลิต ระบบส่ง รวมถึงการจัดสำรองน้ำมันเตา 39 ล้านลิตร ดีเซล 9 ล้านลิตร หากมีการใช้หมดจะกระทบต่อค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือเอฟที ไม่เกิน 1.8 สตางค์ต่อหน่วย
       
นายนำชัย หล่อวัฒนตระกูล ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า หาก กฟผ.ประสานให้ปรับโหลด หรือดับไฟในพื้นที่ ทาง กฟภ.เตรียมรองรับไว้แล้วใน 19 กลุ่มพื้นที่ สลับกันไปแต่ละแห่งไม่เกิน 1 ชม. และพื้นที่ที่จะเลือกดับก่อนจะเป็นรอบนอกชนบทห่างไกลที่ไม่มีบ้านคนหรือมีน้อยสุด แล้วค่อยๆ ขยับเข้ามาในเขตเมือง โดยสถานที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาล สถานีตำรวจ ศาลากลางจังหวัด ฯลฯ จะไม่ดับ และยังมีรถเคลื่อนที่สำหรับปั่นไฟเป็นเครื่องกำเนิดสำรองไว้กรณีฉุกเฉิน
       
ด้านนายเจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากนี้จะไปหารือกับสมาชิก ซึ่งขณะนี้ทางเอกชนภาคใต้ ส.อ.ท.ได้ให้ความร่วมมือ รวมถึงที่ไม่เป็นสมาชิกด้วย โดยตั้งเป้าไว้ที่ 11 กลุ่มอุตสาหกรรม ตั้งเป้าหมายว่าจะลดใช้ไฟได้ 250 เมกะวัตต์.

"เรกูเลเตอร์" ประสาน กฟผ.-กฟภ.-ส.อ.ท. รับมือแหล่งก๊าซ JDA ปิดซ่อม 28 วัน หวั่นภาคใต้ใช้ไฟพีคเกิน 2.5 พันเมกะวัตต์ เสี่ยงต้องดับไฟในบางพื้นที่รอบนอก 19 จุดสลับกันไปแห่งละ 1ชม. ลดผลกระทบ... 22 เม.ย. 2557 17:11 22 เม.ย. 2557 19:37 ไทยรัฐ