วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระหว่างกฎหมายกับกฎหมู่

โดย หมัดเหล็ก

มีแฟนคลับไปรดน้ำดำหัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ซึ่งต้องรอคิวกันยาวเหยียด ประมาณว่าในหนึ่งวัน พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องใช้เวลากับแขกรับเชิญและแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ไม่ต่ำกว่า 5-6 คณะ ไม่รวมงานเลี้ยงรับรอง ที่มีทั้งแขกคนไทยและแขกคนต่างชาติ ในแต่ละวันใช้เวลาไม่น่าจะต่ำกว่า 12 ชั่วโมง

มีข่าวจากคนใกล้ชิด เก็บมาเล่าให้กระจอกข่าวฟังว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ห่วงสถานการณ์ทางการเมือง จากนี้เป็นต้นไปที่คาด

ว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้น และส่งสัญญาณถึง คนเสื้อแดง ให้หลีกเลี่ยงการปะทะ ใช้กำลังเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงกันข้าม เพราะเกรงว่าจะเป็นการจุดชนวนทางการเมือง และจะเข้าทางฝ่ายตรงข้ามในที่สุด

พ.ต.ท.ทักษิณยังวิเคราะห์ว่า มีโอกาสสูงที่จะเกิดการปฏิวัติ ภายหลังการตัดสินของ ศาลรัฐธรรมนูญ คดีข้อกล่าวหาการโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี จาก เลขาธิการ สมช. โดยไม่เป็นธรรม นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ ครม.จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังเชื่อด้วยว่า ถ้าจะมีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้น ไม่ใช่ฝีมือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. แต่เป็นความพยายามของนายทหารผู้ทรงอิทธิพลจากบูรพาพยัคฆ์ ที่กำลังหาคนมาปฏิวัติแทน ผบ.ทบ.

เหวี่ยงดอกนี้คงไม่พ้นตัว พี่ใหญ่ของบูรพาพยัคฆ์ ที่มีข่าวกะปริดกะปรอย มีชื่อเป็นนายกฯในช่วงที่การเมืองวิกฤติมาโดยตลอด ซึ่งพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ ได้ปฏิเสธมาโดยตลอดว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังพูดเป็นประเด็นตอนท้ายของข่าวว่า อยากให้บ้านเมืองสงบ ทุกฝ่ายคืนความยุติธรรมให้ประเทศแล้วขอให้จบ หรือจะขอให้คนในตระกูลชินวัตรเลิกเล่นการเมืองก็พร้อม

ถือเป็นประโยคเด็ด

ซึ่งเชื่อขนมกินได้ว่า ฝ่ายตรงกันข้ามก็จะบอกว่า เชื่อถือไม่ได้ ที่ว่า คนในตระกูลชินวัตรเลิกเล่นการเมืองคงเป็นเรื่องไม่จริง ต้องการจะลดกระแสกดดันทางการเมืองมากกว่าอะไรทำนองนี้

ที่นอกเหนือจาก เนื้อหาการพูดคุยระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับ แฟนคลับ เป็นทางออกของวิกฤติการเมืองในบ้านเราเวลานี้ จะเห็นได้ว่า อำนาจการบังคับใช้กฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ การบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในการรักษาความสงบของประเทศ

ไม่ศักดิ์สิทธิ์

แต่การเรียกร้องที่นอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ การแก้ปัญหาโดยการปฏิวัติรัฐประหาร การเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงโดยกฎหมู่ กลับมีอำนาจและอิทธิพลต่อสังคมไทยมากกว่า

ก็แสดงว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศ ไทยไม่มีความหมาย กฎหมู่ยังสามารถที่จะอยู่เหนือกฎหมายได้อย่างสบายๆ ที่เลวร้ายคือคนที่มีอำนาจมีอิทธิพล มีความรู้ความสามารถการศึกษาสูง

กลับเรียกร้องอำนาจเผด็จการฉิบ.

 

หมัดเหล็ก

22 เม.ย. 2557 10:54 22 เม.ย. 2557 10:54 ไทยรัฐ