วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สพฉ.พบอุบัติเหตุสงกรานต์ 57 'เสียชีวิตคาที่' ร้อยละ 60

สพฉ.พบอุบัติเหตุสงกรานต์ 57 'เสียชีวิตคาที่' ร้อยละ 60

  • Share:

สพฉ.วิเคราะห์สถิติอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์พบ 'เสียชีวิตคาที่' สูง ชี้ประชาชนใช้บริการสายด่วน 1669 มากขึ้น พร้อมระบุมีอัตรารอดสูงถึงร้อยละ 97 ขณะเดียวกันยัง ย้ำการรณรงค์ลดอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะช่วงเทศกาล...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า สถิติการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2557 ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.57 ที่ผ่านมา พบว่ามีสถิติการเกิดอุบัติเหตุ 2,992 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต 23,494 ราย ซึ่งลดลงจากปีที่ผ่านมา 3,898 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 14.00 ขณะที่จำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินที่ต้องนอนโรงพยาบาล 5,441 ราย ลดลงจากปีที่ผ่านมา 798 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 13.00 ทั้งนี้ ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์ คิดเป็นร้อยละ 74 ในจำนวนนี้ไม่สวมหมวกนิรภัยมากถึงร้อยละ 46.20

นอกจากนี้ ผู้ป่วยฉุกเฉินที่ประสบอุบัติเหตุยังดื่มสุรามากถึงร้อยละ 33.2 และกลุ่มอายุที่บาดเจ็บมากที่สุดคือ อายุระหว่าง 21-29 ปี คิดเป็น 20.3% และช่วงเวลาเกิดเหตุมากที่สุดคือ เวลา 11.01-21.00 น. คิดเป็น 60.8%



นพ.อนุชา ยังกล่าวอีกว่า สำหรับการใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินผ่านสายด่วน 1669 ในรอบ 7 วันอันตราย พบว่าประชาชนใช้บริการผ่านสายด่วน 1669 มากขึ้น โดยวันที่ 13 เม.ย. เป็นวันที่ใช้มากที่สุด และพบว่าจำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินที่ได้รับการนำส่งโดยรถปฏิบัติการฉุกเฉิน มีอัตราการรอดชีวิตสูงถึงร้อยละ 97.04 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การช่วยเหลือที่ถูกวิธี จะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉินมากขึ้น

ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้ยังมีผู้เสียชีวิตสูง เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุถึงร้อยละ 60.4 แสดงให้เห็นว่า อุบัติเหตุมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น จะต้องมีการเร่งรณรงค์ สร้างจิตสำนึกให้ผู้ขับขี่ใช้รถใช้ถนนอย่างระมัดระวังมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะช่วงเทศกาล แต่จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีสถิติสูงติดอันดับโลก รวมทั้งต้องหามาตรการที่เข้มแข็งมากขึ้น อาทิ ทบทวนความปลอดภัยของถนน จัดการจุดอันตรายและผลักดันให้มีการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม การบริการการแพทย์ฉุกเฉินเองก็ต้องมีความเข้มข้นมากขึ้น เพิ่มความครอบคลุมของหน่วยบริการให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที และที่สำคัญจะต้องเร่งการประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนใช้บริการจากสายด่วน 1669 มากขึ้นด้วย.

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้