วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รบแบบซุนวู

อ่านตำราพิชัยสงครามซุนวู มาหลายสำนวน เพิ่งมาพบใน หนังสือโรเนียว อภินันทนาการจากวิทยาลัยครูเพชรบุรี อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว เขียนไว้เมื่อ 2 ก.พ. 2520

(สะกดรอย 77 ปี ศาสตราภิชาน ล้อม เพ็งแก้ว 1 ธ.ค. 2556 ทวีโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์ บก.)

สั้น กระชับทั้งได้น้ำได้เนื้อกว่า เล่มที่เคยอ่านมาก่อน

บรรพบุรุษของซุนวู แต่เดิม ใช้แซ่เถียน เพิ่งมาใช้แซ่ซุน ในรุ่นปู่ ซึ่งเป็นอำมาตย์ใหญ่ สามารถตีแคว้นฉู่มารวมกับแคว้นฉีได้ พระเจ้าจิ้งกง จึงพระราชทานแซ่ซุน ให้ใช้กันต่อมา

ซุนวู มิใช่นักละเลงขนมเบื้องด้วยปาก เมื่อได้ถวายตำราพิชัยสงคราม แด่พระเจ้าเหอหลูแล้ว ก็ได้เป็นแม่ทัพใหญ่ไปตีได้อีก 5 แว่นแคว้น แต่พอชื่อเสียงกำจรกำจาย ซุนวูก็กราบถวายบังคมลา

ไปใช้ชีวิตวิเวกอยู่ในป่าเขาลำเนาไพร หนีความหวาดระแวง... จากอ๋องผู้เป็นเจ้านาย

การรณรงค์สงคราม เป็นงานใหญ่ของประเทศชาติ เป็นจุดความเป็น ความตาย เป็นวิถีทางอันนำไปสู่ความยืนยงคงอยู่ หรือดับสูญหายนะ ก่อนจะใช้พิชัยสงคราม ทั้ง 13 บท ผู้ใช้พึงพินิจพิจารณาให้จงหนัก

“ยุทธศาสตร์นั้น คือวิชาว่าด้วยเล่ห์เหลี่ยม และแต้มคู” ซุนวู เริ่มต้น

เมื่อเรามีความสามารถจริง พึงแสดงให้เห็นว่า เราไม่มีความสามารถเลย ครั้นตกลงจะเข้าโรมรัน ก็ต้องแสดงประหนึ่งว่า เราไม่มีความประสงค์เช่นนั้น

สิ่งใดใกล้ ก็แสดงให้เห็นว่าไกล สิ่งใดไกล ก็แสดงให้เห็นว่าใกล้

คอยล่อใจศัตรูด้วยนานาอามิสประโยชน์ เมื่อเห็นศัตรูแตกแยกระส่ำระสาย ก็พึงหักเอา จึงเตรียมพร้อมเมื่อข้าศึกมีกำลังบริบูรณ์ เย้า... เมื่อศัตรูตกอยู่ในโทสจริต พึงถ่อมตัวพินอบพิเทา เสริมให้ศัตรูโอหังได้ใจ

ต้องรังควานให้เหน็ดเหนื่อยระอา ในเมื่อศัตรูพักผ่อนเพื่อออมกำลังยุให้รำตำให้รั่ว ให้ปรปักษ์แตกแยกความสามัคคี

เข้าจู่โจมยามเขามิได้คาดฝัน

ทั้งนี้ เป็นเงื่อนงำความมีชัยของนักการทหาร จงอย่าแย้มพรายให้ศัตรูล่วงรู้เจตจำนงอันแท้จริงของเราได้ เป็นอันขาด

การรณรงค์สงครามนั้น การทุ่มเทร้อยทั้งร้อย มิใช่วิธีอันประเสริฐ แต่ชนะโดยไม่ต้องรบเลยนั้นต่างหาก เป็นวิธีการอันประเสริฐยิ่ง

วิธีการใช้ทหารชั้นเลิศ คือหักศัตรูด้วยกโลบาย

รองลงมา คือหักเอาด้วยวิธีการทูต ถัดมา คือหักเอาด้วยกำลัง

เลวที่สุด คือการล้อมตีค่ายคูหอรบของศัตรู

ซูนวู บอกว่า การหยั่งรู้ชัยชนะ คือ รู้ว่า ควรรบ ไม่ควรรบเพียงใด รู้จักการใช้ทหารมากน้อยเพียงใด นี่คือทางนำมาซึ่งชัยชนะ ฝ่ายนำและผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาร่วมจิตสมานฉันท์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผู้นั้นชนะ

เตรียมพร้อมเสมอ เพื่อคอยหาโอกาสหละหลวมของศัตรู ผู้นั้นชนะ

เพราะฉะนั้น จึงกล่าวได้ว่า หากรู้เขารู้เรา แม้รบกันตั้งร้อยครั้ง ก็ไม่มีอันตรายใดๆ

ไม่รู้เขา แต่รู้เพียงตัวเรา แพ้ชนะย่อมก้ำกึ่งอยู่

หากไม่รู้ในตัวเขาตัวเราเสียเลย ก็ต้องปราชัยทุกครั้ง ในการยุทธ์นั่นแล

อาจารย์ล้อม เขียนเรื่องนี้ ตอนมีข่าวเขมรแดงบุกฆ่าคนไทยไปกว่า 30 คน ท่านบอกว่า ทั้งขงเบ้ง ทั้งเมาเซตุง ต่างก็ศึกษา พิชัยสงคราม 13 บทอย่างช่ำของ สุดท้ายจึงได้ชัยชนะ

ผมอ่านพิชัยสงคราม สำนวนอาจารย์ล้อมแล้ว ก็เข้าใจเอาเองว่า ทั้งฝ่ายท่านกำนัน ทั้งท่านเจ้าสัวทักษิณ เปิดสงครามสู้กันมาเกือบสิบปี ผลัดกันแพ้ชนะ ก็คงเรียนรู้และเจนจัดในการใช้พิชัยสงคราม ทั้งสองฝ่าย

แต่ยังไม่มีฝ่ายใด...ใช้พิชัยสงครามบทสำคัญ...คือบทที่ว่า ชัยชนะที่ได้มา โดยไม่ต้องรบ

ชัยชนะแบบนี้ ซุนวู ถือว่าเป็นชัยชนะอันประเสริฐยิ่ง ฝ่ายใดเข้าถึงได้ ฝ่ายนั้นก็จะชนะใจประชาชนไปตลอดกาล.

 

กิเลน ประลองเชิง

22 เม.ย. 2557 09:47 ไทยรัฐ