วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กระแสธุรกิจเมืองลาว คราวอาเซียนมาเยือน

โดย

ก่อนเข้าประชาคมอาเซียน รัฐบาลลาวเตรียมพร้อมอย่างไร

ในมุมมองนักธุรกิจลาว “รัฐบาลเราถือว่าสุดยอด มีการอบรมต่างๆ ผมเองก็ได้เข้าไปประชุมอยู่ด้วย รัฐบาลได้เตรียมทั้งคนสิ่งของและอุปกรณ์ต่างๆ รองรับเป็นอย่างดี” ท้าววงนำบอก



ท้าววงนำวงวิไล เจ้าของธุรกิจขุนตาการป้าย กำแพงนครเวียงจันทน์ เสริมอีกว่า “ความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้า เมื่อประชาคมอาเซียนเข้ามา ธุรกิจโฆษณาของเราจะบูม เพราะมีนักลงทุนเข้ามามาก มีบริษัทห้างร้านมาก แน่นอนเรื่องโฆษณาสินค้าจะมีมากขึ้น ถ้าเราเตรียมตัวพร้อมเพื่อจะรับมือก็จะไม่มีการเสียเปรียบ อย่างไรก็ตาม เราดีใจในเรื่องความร่วมมือที่จะเกิดขึ้น”

รัฐบาลลาวเร่งปรับโครงสร้างด้านนโยบาย ระเบียบ และบุคลากรโครงสร้างมาตรฐานการผลิต คุณภาพสินค้าและบริการ สร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ให้สังคมทราบและเข้าใจ พร้อมกันนั้นยังจัดทีมผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรลงสู่ท้องถิ่นในแขวงต่างๆ

ด้านกฎหมายได้ปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระเบียบผ่านแดน กฎหมายเกี่ยวกับการลงทุน เงินเดือนข้าราชการ ค่าแรง ส่วนเรื่องภาษา นอกจากรัฐบาลจะเน้นภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษากลางของอาเซียนแล้ว ยังส่งเสริมให้ประชาชนเรียนรู้ภาษาจีนเป็นอันดับต้นๆ เพราะคนจีนเข้ามาลงทุนทำธุรกิจในประเทศลาวมาก อีกทั้ง ให้เงินช่วยเหลือปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้วย

ลาวเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล รัฐบาลจึงให้ความสำคัญในเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านและโลกภายนอก โดยใช้เส้นทางบิน เป็นต้นว่าสร้างและปรับปรุงสนามบินนานาชาติให้เพียงพอ

ปัจจุบันลาวมีสนามบินนานาชาติอยู่ 4 แห่ง ตัวอย่างเช่น สนามบิน นานาชาติวัดไต นครหลวงเวียงจันทน์ สนามบินนานาชาติหลวงพระบาง แขวงหลวงพระบาง และสนามบินสะหวันนะเขต แขวงสะหวันนะเขต เป็นต้น ส่วนเส้นทางน้ำ ลาวมีแม่น้ำโขงไหลผ่านเป็นระยะทาง 1,835 กม. ใช้เป็น เส้นทางสัญจรภายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดี



การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน “เท่ากับเป็นการเปิดเมืองให้คนเข้ามาลงทุนในลาว การลงทุนต้องมีการสร้างตึก สร้างอาคาร รัฐบาลลาวให้เช่าที่ดินได้ แต่ไม่ขายที่ดินให้คนต่างชาติ เมื่อหมดสัญญาเช่า นักธุรกิจที่เข้ามาลงทุนจะเอากลับไปไม่ได้ กลายเป็นของลูกของหลาน

เราไป นอกจากนั้น เราจะได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและการค้า ได้ความรู้ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่เข้ามา” นางบุนโฮม หอมสมบัด บอกสายใยเชื่อมลาวกับไทย นอกจากลาวมีประเพณี วัฒนธรรมและภาษาพูดใกล้เคียงกับไทยแล้ว ยังมีภาษาเขียนคล้ายไทยด้วย การรับสื่อจากไทยของประชาชนลาวไม่ว่าหนังสือพิมพ์ไทย ทีวีไทยทุกช่องลาวรับสารได้เต็มร้อย ทำให้รู้ความเคลื่อนไหวในประเทศไทย และสินค้าของไทย ส่งผลให้วันเสาร์-อาทิตย์ คนจะออกไปยังชายแดนไทย-ลาว เพื่อซื้อสิ่งของในร้านค้าชายแดน ส่วนพ่อค้าแม่ค้าก็จะเลยเข้ามาซื้อเสื้อผ้าในตลาดโบ๊เบ๊ ตลาดเสื้อผ้าประตูน้ำ และห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง เป็นต้น

ค่าแรงขั้นต่ำของลาว แม้จะปรับขึ้นมาแล้วแต่หนึ่งเดือนเมื่อเทียบกับเงินไทยแล้ว ก็ยังไม่ถึง 10,000 บาท ขณะที่ข้าวผัดราคาจานละ 60 บาท เฝอชามละ 100 บาท ท่ามกลางค่าครองชีพสูงแต่รายได้ต่ำนี้ ชาวลาวผู้มีรายได้น้อยอยู่ได้เพราะพึ่งพาตนเอง เช่น ไม่ออกไปทานข้าวนอกบ้าน และซื้อเฉพาะสิ่งที่จำเป็น ส่วนคนมีเงินนั้นอีกเรื่องหนึ่ง



แนวรุกของไทย กลุ่มนักธุรกิจด้านป้ายและสื่อโฆษณานำโดยนายสักกฉัฐ ศิวะบวร ได้นำนักธุรกิจไทยเข้ามาไปพบปะนักธุรกิจลาวเพื่อจับเข่าคุยหาลู่ทางทำธุรกิจร่วมกัน หลังการพูดคุยผู้นำคณะบอกว่า “เราเป็นประเทศที่ใกล้ชิดกันมาก เมื่อถึงลาวเรารู้สึกได้เลยว่า เราใกล้ชิดกันมากจริงๆ ผู้คนของเขาได้รับข่าวสารข้อมูล ได้ไปมาหาสู่กับบ้านเราอย่างเป็นกันเอง แล้วก็บ่อยกว่าที่เราคิด ง่ายกว่าที่เราคิด การรับรู้ความเปลี่ยนแปลง การหลั่งไหลของวัฒนธรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

สำหรับ “การเข้ามาศึกษาลู่ทางการค้าการลงทุนปรากฏว่า ความเข้าใจของนักธุรกิจลาวกับความสามารถของนักธุรกิจฝั่งไทยเชื่อมโยงกันง่ายและรวดเร็ว ลาวเขามีความเป็นเจ้าภาพที่ดีมาก จนเรารู้สึกว่า เริ่มต้นธุรกิจกันได้เลย ด้วยความเป็นกันเองทั้งด้านคำพูด ภาษา วัฒนธรรม วิถีชีวิต อาหารการกินมันเหมือนไม่ต้องอธิบาย จากจุดเริ่มต้นต่างๆเหล่านี้แทบจะไม่ต้องรอการเปิดประชาคมอาเซียน”

เมื่อให้มองการก้าวย่างสู่ประชาคมอาเซียนของลาว ผู้นำนักธุรกิจไทยเห็นว่า “ลาวค่อยๆขยับ แม้จะเติบโตค่อนข้างกระโจน แต่ความเข้มแข็งทางด้านวัฒนธรรมของเขาก็มีมาก เขาเองยังใส่ใจกับวิถีชีวิตเดิมและยังยอมรับเงื่อนไขวิถีชีวิตใหม่ที่กำลังเข้ามา เนื่องจากว่าประเทศลาวไม่ใหญ่ ประชากรไม่เยอะ สิ่งที่เคยใช้อยู่ในบ้านเขาอาจจะพอใช้ได้ แต่ว่าเมื่อเขาเปิดประเทศการค้าการลงทุนเข้ามา เศรษฐกิจดีขึ้น การประชาสัมพันธ์ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สิ่งที่เขาต้องปรับปรุงคือคุณภาพ มาตรฐาน และการใช้ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ให้เหมาะสมกับกฎหมายและเงื่อนไขของวัฒนธรรมที่ดี”

ดังนั้น “เขาก็เลยอยากถ่ายทอดองค์ความรู้กับนักธุรกิจไทย ซึ่งก็ตรงกับความต้องการของนักธุรกิจไทยที่ไม่ได้หวังมายึดพื้นที่ มาครอบคลุมนักธุรกิจชาวลาว เราอยากทำร่วมกันอยู่แล้ว เมื่อมีความต้องการพ้องกัน ก็จะขับเคลื่อนได้ ในทางของเราคงต้องนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพื่อให้คุณภาพดีขึ้น ราคาถูกลง และมีมาตรฐานสูง เราสามารถนำเอาประสบการณ์อันยาวนานมาใช้ ผมชอบคำว่า เพื่อนใกล้ชิด มิตรใกล้บ้าน ทำให้เราเหมือนไม่ต้องบอกเลยว่าเราทำอะไรกันอยู่”

สำหรับความก้าวหน้าในการพบปะนั้น “เรามาพบกันวันนี้ เรานัดหมายกันเรียบร้อยแล้ว เขาจะไปเยี่ยมเรา สืบสานธุรกิจกันต่อไป”



วรเชษฐ์ พลากรกิจวัฒนา หนึ่งในนักธุรกิจไทยในคณะบอกว่า การเข้ามาทำธุรกิจในลาวมีหลายด่านที่ต้องฟันฝ่า แต่ด่านแรกเรื่องภาษานั้น เราผ่านไปได้สบายๆ การไม่มีกำแพงภาษาทำให้เราคุยกันรู้เรื่องง่ายและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ด่านความเข้าใจซึ่งกันและกัน ก็ไม่ยากนักเพราะลาวกับไทยมีลักษณะการใช้ชีวิตใกล้เคียงกันมาก



เมื่อถามถึงธุรกิจด้านป้ายและสื่อโฆษณาวรเชษฐ์บอกว่า ตลาดในลาวยังมีโอกาสมาก เพราะ “ที่นี่เขายังไม่เชี่ยวชาญด้านงานป้ายเท่าไร คิดว่าเราเข้ามาได้โดยเข้ามาในลักษณะร่วมมือกัน ส่วนในรูปธรรมเป็นอย่างไรนั้น ต้องคุยกันในรายละเอียดอีกทีหนึ่ง” ส่วนข้อจำกัด “ลาวเป็นสังคมนิยม ถ้าทำอะไรไปไม่ถูกต้องเขาจะรื้อเลย ดังนั้นทางที่ดีถ้าจะลงทุนในลาวควรมีคู่ธุรกิจที่นี่ เราโชคดีที่เขารู้สึกดีกับคนไทยมาก ทีวีเขาดูจากไทยทุกช่องทำให้รู้จักเรา ผมว่าลาวเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่น่าสนใจมาก” วรเชษฐ์บอก

แม้ลาวจะมีเสน่ห์เรียกร้องนักธุรกิจต่างแดน แต่ต้องไม่ลืมว่าลาวเป็นสังคมนิยม สามารถเปลี่ยนกฎระเบียบได้ทุกเมื่อถ้าเห็นว่าเสียเปรียบ แม้แต่จีนยักษ์ใหญ่ยังถูกแก้เรื่องสร้างทางรถไฟจากจีนสู่ลาวมาแล้ว.

22 เม.ย. 2557 08:52 22 เม.ย. 2557 09:03 ไทยรัฐ