วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘สมชัย’ขู่จ้อนอกเรื่อง โดนไล่ออก

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารจัดการเลือกตั้ง

พ้นวงถก64พรรค‘ทักษิณ’ยันพร้อมจะวางมือการเมือง

เพื่อไทยร่อนแถลงการณ์ถลกหนัง แก๊งสมคบคิด ปั่นสุญญากาศ ล้มล้าง ปชต.งัดมติศาล รธน. 8 พ.ค.49 ทวงคืนเวทีเลือกตั้งดับหายนะชาติ บี้ ปชป. ร่วมมือคืนสนาม “มาร์ค” จี้วงหารือ กกต.คลายเงื่อนไขหย่อนบัตรล้มเหลว เลิกยึดติดวันเข้าคูหา เตือนไม่ฟังจะซ้ำรอยปี 49 ด้าน “สมชัย” ดับฝันลงคะแนนไม่ทัน 15 มิ.ย. แบ่งเวลาสองขั้วอภิปราย ขู่จ้อนอกเรื่องตะเพิดพ้นห้องประชุม “นพดล” แถลงยัน “ทักษิณและครอบครัว” พร้อมเสียสละล้างมือ แต่ฝ่ายอื่นต้องเสียสละทำตามหน้าที่ด้วย ปัดวุ่นไม่เคยปูดบูรพาพยัคฆ์จ้องปฏิวัติ 23 เม.ย. ลุ้นศาล รธน.เคาะ “ปู” ขอต่อเวลาชี้แจง “อุกฤษ” ขย่มซ้ำตุลาการรธน.ขัดหลักนิติธรรม ซัดคำวินิจฉัยกว่า 350 คดีบิดเบี้ยวไร้ ก.ม.รองรับ

กรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารจัดการเลือกตั้งระบุว่า การหารือร่วมกับพรรค การเมืองในวันที่ 22 เม.ย. เป็นเพียงการเริ่มต้นพูดคุยกรอบการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ จะยังไม่ได้ข้อสรุป ขณะที่พรรคการเมืองต่างๆเรียกร้องให้เร่งจัดการเลือกตั้งในวันที่ 15 มิ.ย.นั้น

พท.แถลงการณ์ถล่มแก๊งสมคบคิด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 เม.ย. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ เป็นประธานการประชุม ภายหลังการประชุมพรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ “ทางออกของประเทศคือการเลือกตั้ง” โดยนายโภคิน พลกุล ที่ปรึกษากฎหมายพรรคเพื่อไทย อ่านแถลงการณ์ว่า 1.ความขัดแย้งในสังคมไทยขณะนี้ มีแนวโน้มไปสู่ความรุนแรงถึงขั้นกลียุคได้นั้น พรรคเพื่อไทยเห็นพ้องว่ามีสาเหตุหลักมาจากความพยายามของกลุ่มบุคคล พรรคการเมืองบางพรรคที่ไม่ต้องการระบอบประชาธิปไตย ไม่เคารพอำนาจอธิปไตยร่วมมือกันปฏิเสธและขัดขวางการเลือกตั้งทุกขั้นตอน โดยได้รับการร่วมมือจากหลายองค์กรตามรัฐธรรมนูญในลักษณะสมคบคิดกันให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง สถาปนาตนเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ผ่านวิธีใดวิธีหนึ่งใน 3 วิธีการ คือ 1.การยึดอำนาจรัฐโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. 2.การใช้กระบวนการวุฒิสภาที่ขัดรัฐธรรมนูญเสนอให้มีนายกฯที่มิได้มาจากการเลือกตั้ง 3.การขอพระราชทานนายกฯตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 7

ทวงคืนเวที ลต.ดับหายนะชาติ

นายโภคินกล่าวว่า 2.การสมคบคิดเพื่อไปสู่ความมุ่งหมายดังกล่าว เป็นต้นเหตุสำคัญของความพินาศของชาติ เพราะเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักสากลและระบอบประชาธิปไตย ยั่วยุให้เกิดความแตกแยก เกลียดชังในหมู่ประชาชน ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย 3.ทางออกจากความขัดแย้งมีเพียงวิธีเดียว คือ การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยไว้เมื่อวันที่ 8 พ.ค.49 4.พรรคเพื่อไทยหวังว่าการหารือระหว่าง กกต.กับพรรคการเมืองในวันที่ 22 เม.ย.จะนำไปสู่การเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด มิเช่นนั้นจะสมประโยชน์ทฤษฎีสมคบคิด ที่มุ่งให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองและการบริหาร กระทบต่อการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2558 ซึ่งปกติสภาฯจะเริ่มพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ในเดือน พ.ค.และเป็นกฎหมายใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.57 การขับเคลื่อนประเทศในทุกส่วนจะติดขัดหมด ประชาชนจะเดือดร้อนอย่างหนัก

ปลุก ปชช.ฮือต้านอำนาจนอกระบบ

นายโภคินกล่าวว่า 5.ศาลรัฐธรรมนูญมิได้วินิจฉัยว่า การเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 เป็นไปโดยไม่สุจริต แต่ให้เหตุผลว่า การเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นช่วงที่มีความขัดแย้ง แตกแยกของคนในชาติอย่างรุนแรง มีการขัดขวางการสมัครรับเลือกตั้ง ดังนั้น ขอให้ฝ่ายที่ขัดขวางการเลือกตั้ง อย่าอ้างว่าถ้ามีการเลือกตั้งแล้วจะไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เพราะเท่ากับดูถูก กกต.ว่าไม่สามารถจัดเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรมได้ 6.ขอให้ทุกพรรค โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ให้ความร่วมมือทุกขั้นตอนของกระบวนการเลือกตั้ง 7.ขอให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐยืนหยัดพิทักษ์ไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ใช้วิจารณญาณโดยสุจริตในการเลือกตั้ง ส.ส. ที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้ ขอให้ทราบว่าหากมีบุคคลใด หรือองค์กรใด การกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ทุกคนมีสิทธิต่อต้านการกระทำดังกล่าวโดยสันติวิธี

งัดทางออกแก้ลำขวางหย่อนบัตร

เมื่อถามว่า กรอบการหารือที่พรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองต่างๆจะไปหารือกับ กกต.ในวันที่ 22 เม.ย.คืออะไร นายโภคินตอบว่า พรรคต้องการให้ กกต.จัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด ต้องการให้ กกต.เตรียมพร้อมจัดการเลือกตั้ง ถ้าเกิดปัญหาติดขัดในการรับสมัคร ขอให้มีการรับสมัครในพื้นที่ปลอดภัยเช่น ค่ายทหาร หรือรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต และมีมาตรการชัดเจนดำเนินการกับกลุ่มที่ขัดขวางการเลือกตั้ง ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. เสนอให้มีการจัดเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค. ถือว่าเนิ่นนานเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อการจัดทำงบฯปี 58 ถ้า กกต.ไปห่วงว่าต้องให้ประเทศสงบก่อนแล้วจึงจัดเลือกตั้ง ขอถามว่าแล้วทางออกที่จะให้ประเทศสงบคืออะไร เพราะทางออกที่ให้ประเทศสงบคือการเลือกตั้ง ฝ่ายพรรคการเมืองไม่ต้องการให้เกิดสุญญากาศ

หยัน ปชป.หดหัวกลัวเสียงส่วนใหญ่

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากให้ กกต.เร่งจัดให้มีการเลือกตั้งภายในเดือน มิ.ย. เพื่อยุติปัญหาของประเทศ เพราะเศรษฐกิจไทยจะเติบโตต่ำสุดในอาเซียนติดต่อกันเป็นปีที่ 2 และสุดท้ายจะถูกประเทศอื่นในอาเซียนแซงหน้าไปหมด ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันมาเจรจากัน อย่าใช้อารมณ์และการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองมาอยู่เหนือหลักการและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ขณะเดียวกันอยากให้พรรคประชาธิปัตย์กลับใจลงเลือกตั้ง เพื่อประเทศจะได้เดินต่อได้ หากพรรคประชาธิปัตย์ยังกลัวที่จะยอมรับเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ โอกาสจะเกิดสงครามกลางเมืองอย่างที่ได้เคยเตือนไว้แล้วก็เป็นไปได้สูง

อดีต ส.ส.ใจจะขาดอยากลงสนาม

ที่ บช.ปส.นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รอง นายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า หลายฝ่ายอยากให้มีการเลือกตั้งในเดือน มิ.ย. แต่ กกต.จะเอาเดือน ก.ค. แล้วจะประชุมไปทำไมเสียเวลา กกต.กำหนดวันไปเลย ส่วนการประท้วงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งตามต่างจังหวัด เพราะเป็นคนพูดมาก คำพูดที่ใช้สมควรหรือไม่ ถ้าตนเป็นนายสมชัยจะตบปากตัวเองให้สังคมเห็นเป็นการขอโทษ ทั้งนี้ อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ที่ตนเคยอยู่เข้าสู่การเลือกตั้ง เพื่อน ส.ส.บางคนโทร.มาหาบอกว่าอยากลงเลือกตั้งใจจะขาด แต่ผู้ใหญ่ในพรรคไม่เอา ฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์ต้องบอกสังคมให้ได้ว่าเป็นพรรคเก่าแก่ในระบอบประชาธิปไตย กินเงินภาษีราษฎร และไม่ลงเลือกตั้งใช้ข้ออ้างจนฟังไม่ขึ้น และขอให้ผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์หยุดขัดขวางการเลือกตั้ง

นายกฯถก ครม.แก้ปัญหาความเชื่อมั่น

เมื่อเวลา 10.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางมายังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.กห.) เมืองทองธานี เป็นประธานการประชุมคณะทำงานกำกับการ บริหารนโยบายเศรษฐกิจ โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เข้าร่วม โดยนายกฯกล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจเริ่มมีผลกระทบ การลงทุนความเชื่อมั่นภาคเอกชนและประชาชนลดน้อยลง ขอให้คณะทำงานโดยเลขาธิการ สศช.ประสานทุกกระทรวงและเอกชนเร่งติดตามแก้ปัญหา

ครวญเลือกตั้งช้าทุบ ศก.ดิ่งเหว

กระทั่งเวลา 17.40 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่ยืดเยื้อมากว่า 6 เดือน ส่งผลให้ทุกภาคส่วนขาดความเชื่อมั่น นำไปสู่ความถดถอยทางเศรษฐกิจของไทยกังวลว่าจะส่งผลต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะสั้นและระยะยาว จากการรับฟังการรายงานสถานการณ์และติดตามการบริหารจัดการงบประมาณปี 57 และปี 58 ส่วนใหญ่ยังปรับตัวลดลง เหตุการณ์ทางการเมืองที่ทำให้มีความล่าช้าในการจัดการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลจะส่งผลต่อการจัดทำงบฯปี 58 จากนี้จะเร่งติดตามและบูรณาการการทำงานแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงทางการเมืองให้เกิดขึ้นโดยเร็ว

“มาร์ค” จี้คลายเงื่อนไข ลต.เหลว

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะเสนอต่อที่ประชุมพรรคการเมืองร่วมกับ กกต.ในวันที่ 22 เม.ย.ว่า หวังว่าทุกพรรคจะช่วยหาคำตอบให้ประเทศมากกว่าหาคำตอบหรือทางออกให้พรรคการเมือง เป้าหมายของ กกต.ต้องการความเห็นจากพรรคการเมืองเพื่อไปหารือกับรัฐบาลในการออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ไม่ใช่หาคำตอบว่าพรรคการเมืองต้องการเลือกตั้งวันไหน พรรคประชาธิปัตย์จะเสนอว่าพรรคการเมืองต้องช่วยแก้เงื่อนไขที่ทำให้การเลือกตั้งไม่ประสบความสำเร็จ พรรคต้องการให้มีการเลือกตั้งเปิดสภาและได้รัฐบาลที่ประชาชนยอมรับ จึงต้องใจกว้างถกถึงปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่ใช้การเลือกตั้งเป็นพิธีกรรม และความเสี่ยงต่อความรุนแรงยังดำรงอยู่ ทุกฝ่ายต้องร่วมกันหาทางออก ไม่ใช่ทะเลาะกันหรือพูดถึงแต่ความต้องการของแต่ละฝ่าย แต่ต้องช่วยหาคำตอบให้ประเทศและประชาธิปไตยเดินหน้าได้โดยไม่มีความรุนแรง ไม่มีการปฏิวัติ

บี้แก้ปมขัดแย้งเลิกยึดติดวันเข้าคูหา

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า การหลุดพ้นจากความขัดแย้งมีประเด็นมากกว่าการเลือกตั้งและการปฏิรูปประชาชนกังวลว่าจะมีการปะทะระหว่างมวลชนจากคำตัดสินขององค์กรต่างๆหรือไม่ การเลือกตั้งจะเรียบร้อยได้ทุกฝ่ายต้องมีเสรีภาพในการหาเสียง ล่าสุดกิจกรรมของ กกต.ยังมีมวลชนมาไล่ล่าแบบนี้ไม่สามารถจะทำให้การเลือกตั้งเรียบร้อยได้ จึงอยากให้ย้อนกลับไปดูบรรยากาศปี 2549 ที่กำหนดวันเลือกตั้ง แต่สุดท้ายกลับมีการรัฐประหาร จึงขอให้ทุกพรรคไปร่วมกันหาคำตอบ ไม่ใช่ยึดติดกับข้อเสนอของตัวเอง จะพูดเฉพาะว่าเลือกตั้งวันไหนไม่ได้ ไม่อยากให้มีการลงมติเรื่องเสียงข้างมากเสียงข้างน้อย อยากให้ กกต.ถามว่าอยากให้การเลือกตั้งเดินหน้าอย่างไร มากกว่าถามว่าจะกำหนดวันเลือกตั้งเมื่อไหร่

เตือนอย่าผิดพลาดซ้ำรอยปี 49

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า หวังว่าการประชุมในวันที่ 22 เม.ย. จะเป็นจุดเริ่มต้นการแก้ปัญหา ไม่ใช่การเพิ่มความขัดแย้งอีกเรื่อง และไม่หวังว่าจะได้บทสรุปตรงกัน แต่อย่างน้อยควรเห็นตรงกันมากขึ้น สิ่งที่ต้องหารือคือ เสียงเรียกร้องเรื่องหลักประกันว่าการปฏิรูปประเทศ และการเลือกตั้งที่เสรีเป็นธรรม จึงขอให้พรรคการเมืองวางความต้องการไว้ก่อน ดูความต้องการ ของประเทศเป็นหลัก หากไม่ทำต้องลุ้นว่าจะรุนแรงหรือจบลงที่การรัฐประหารหรือไม่ พรรคการเมืองต้องให้คำตอบตรงกันว่าไม่ต้องการให้เหตุการณ์ย้อนกลับไปในปี 2549 ที่ผิดพลาดอีก โดยไม่ต้องโทษกันทุกฝ่ายมีส่วนผิดด้วยกันทั้งนั้นรวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ด้วย

โต้ “มาร์ค” หาช่องล้มคดี 99 ศพ

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต้องการล้มการเลือกตั้ง เพราะต้องการล้มคดี 99 ศพว่า จะโกหกอะไรควรมีสาระและพูดบนพื้นฐานข้อเท็จจริง ถ้านายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ต้องการจะล้มคดีตัวเอง คงไม่ต้องชุมนุมตั้งแต่สามเสนถึงวันนี้ หากอยากพ้นคดี แค่ยกมือผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคเพื่อไทยเรื่องก็จบได้ ส่วนกรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า นายอภิสิทธิ์มีส่วนออกคำสั่งใช้ความรุนแรง สั่งฆ่าประชาชน ยืนยันว่า ศอฉ.ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ไม่เคยมีคำสั่งใช้อาวุธไปเข่นฆ่าประชาชน มีแต่คำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารออกไปปกป้องประชาชนจากกลุ่มคนเสื้อแดง ที่แฝงตัวมาในกองกำลังชุดดำมาฆ่าประชาชน

ศอ.รส.สั่งสื่อรัฐถ่ายทอดวงหารือ

ที่ บช.ปส. พ.ต.ท.หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล คณะทำงานศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)แถลงว่า ศอ.รส.เห็นว่า การจัดการเลือกตั้งเป็นหัวใจสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และโดยเฉพาะจะเป็นส่วนสำคัญที่จะนำความสงบเรียบร้อยมาสู่ชาติบ้านเมืองในขณะนี้ ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสารโดยตรง โดยไม่มีการบิดเบือน อันเป็นส่วนสำคัญ ที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยที่ประชุม ศอ.รส.เห็นสมควรให้สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยกรมประชาสัมพันธ์ (NBT) และช่อง 9 อสมท จัดการถ่ายทอดสดการหารือจัดการเลือกตั้งใหม่ระหว่าง กกต.กับผู้แทนพรรคการเมืองในวันที่ 22 เม.ย.

“สมชัย” ขู่จ้อนอกเรื่องตะเพิดพ้นห้อง

วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารจัดการเลือกตั้งเปิดเผยถึงรูปแบบการประชุมกับตัวแทน 64 พรรคการเมืองวันที่ 22 เม.ย.ว่า ต้องคุยกันก่อนว่าจะแบ่งเวลากันอย่างไร ถ้าทุกพรรคจะขอพูดหมดก็ต้องให้พูดได้เพียงพรรคละ 1 นาทีครึ่ง หากจะอภิปรายเชิงเหตุผล กกต.จะจัดแบ่งเวลาให้ โดยฝ่ายที่เห็นว่าควรเลือกตั้งโดยเร็วพูดครึ่งชั่วโมง และฝ่ายที่เห็นควรให้ชะลอออกไปก่อนพูดอีกครึ่งชั่วโมง แต่หากมาโต้เถียงกันเรื่องอื่นที่ไม่ใช่การกำหนดวันเลือกตั้ง ขอให้ไปโต้เถียงกันนอกห้องประชุม เมื่ออภิปรายกันแล้วจะถามความเห็นจากทุกพรรคการเมือง แต่ผลการหารือยังไม่ถือเป็นมติเพราะ กกต.จะนำไปประกอบการประชุมกันเองและไปหารือกับรัฐบาลต่อไป อย่างไรก็ตาม กกต.ได้ให้ตัวเลขวันเลือกตั้งที่เร็วที่สุด คือหลังจากวันหารือคือวันที่ 22 เม.ย. ไป 90 วัน ซึ่งหมายถึงหารือแล้วได้ข้อสรุป แต่ถ้าวันที่ 22 เม.ย.ไม่ได้ข้อสรุปก็ต้องเริ่มนับใหม่ ส่วนที่เสนอมาวันที่ 15 มิ.ย.คงไม่สามารถทำได้ กว่าจะตกลงกับรัฐบาล กว่าที่จะทูลเกล้าฯ และโปรดเกล้าฯ จะเหลือไม่ถึง 45 วันตามกฎหมายด้วยซ้ำ

ผวาป่วนประสาน ตร.คุมเข้ม

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า กกต.ได้ประสานขอความร่วมมือสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เข้ามาช่วยดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยในการหารือร่วมกันระหว่าง กกต.กับพรรคการเมือง แต่เชื่อว่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เนื่องจากทุกพรรคการเมืองต้องการให้การหารือครั้งนี้ประสบความสำเร็จ เพื่อจะได้กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.ได้โดยเร็ว ในช่วงเช้าวันที่ 22 เม.ย. กกต.จะหารือเกี่ยวกับกรณีที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) มีคำสั่งให้สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ ช่อง 11 และสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี หรือช่อง 9 ถ่ายทอดสดการหารือร่วมกันระหว่าง กกต.และพรรคการเมือง เนื่องจากการจะอนุญาตให้ถ่ายทอดได้หรือไม่ ต้องมีมติจากที่ประชุม กกต.ก่อน

“นพดล” ปัดนายใหญ่วิเคราะห์ ปว.

ที่พรรคเพื่อไทย นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงถึงกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณกังวลว่า หลังการตัดสินคดีของ ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับสถานภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะเกิดรัฐประหารจากฝ่ายบูรพา–พยัคฆ์ พร้อมทั้งกระแสข่าวตระกูลชินวัตรพร้อมเสียสละทางการเมืองว่า ได้มีโอกาสคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว เรื่องรัฐประหารท่านยืนยันว่าไม่ได้ให้สัมภาษณ์หรือคุยกับใครเกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้พูดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.หรือนายทหารรุ่นพี่บูรพาพยัคฆ์จะทำรัฐประหาร ท่านหวังว่าทหารจะยึดมั่นกติกา ระบอบประชาธิปไตย ไม่เชื่อว่าจะมีการรัฐประหาร หลัง ป.ป.ช.หรือศาล รัฐธรรมนูญตัดสิน

ยันครอบครัว “ทักษิณ” พร้อมล้างมือ

นายนพดลกล่าวว่า สำหรับประเด็นตระกูลชินวัตรพร้อมจะเลิกเล่นการเมือง “พ.ต.ท.ทักษิณย้ำกับผมเมื่อเช้าว่า ครอบครัวและตัวท่านพร้อมจะเสียสละ ครอบครัวท่านพร้อมยุติการเป็นนักการเมือง ถ้าจะทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ มีสันติ แต่หวังว่าทุกฝ่ายจะคำนึงถึงประเทศเหมือนกับท่าน การแก้ไขปัญหาการเมืองต้องปรบมือสองข้างถึงจะดัง ท่านไม่ได้เป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งปวง ปัญหาคือการไม่ยึดกติกา ไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน แต่พร้อมเสียสละเพื่อบ้านเมือง พร้อมให้ครอบครัวยุติการทำงานทางการเมือง โดยไม่ได้กำหนดเป็นเงื่อนไข เพื่อแลกเปลี่ยนอะไร ท่านพร้อมให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ แต่คนอื่นต้องพร้อมเสียสละทำหน้าที่ตัวเอง จะมีประโยชน์อะไรถ้าท่านยุติบทบาท แต่คุณสุเทพส่ง กปปส.ไปขัดขวางการเลือกตั้ง” นายนพดลกล่าว

โอ่จริงใจไร้เงื่อนไขต่อรอง

เมื่อถามว่าเป็นการตั้งเงื่อนไขหรือไม่ นายนพดลตอบว่า ไม่ใช่การเจรจาต่อรอง หรือมีการทำบันทึก จะเรียกเป็นเงื่อนไขก็ไม่ใช่ แต่ขอเรียกว่าเป็นการประกาศฝ่ายเดียวที่แสดงความจริงใจเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ ในฐานะอดีตนายกฯที่ไม่มี ผลประโยชน์ทางการเมือง เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าจะเสียสละ หมายรวมถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าตระกูลชินวัตรจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง นายนพดลตอบว่า อย่าถามตนถึงความชัดเจนขนาดนั้นเลย เอาเป็นว่าความพร้อมมีอยู่ในใจ แต่ข้างหลังความพร้อมจะไปก่อให้เกิดผลทางปฏิบัติได้หรือไม่ ต้องรอดูสถานการณ์บ้านเมืองด้วย เราอย่าถามว่าตระกูลชินวัตรจะทำอะไรให้ประเทศบ้าง ฝ่ายตรงข้ามต้องถามว่าตัวเองจะทำอะไรให้กับประเทศบ้าง อย่ามากำหนดเงื่อนไขเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณหรือครอบครัวชินวัตร ขอใช้คำว่าครอบครัวไม่ได้ใช้คำว่าตระกูลชินวัตร เพราะถ้าเกิดมีญาติห่างๆ 3 ช่วงตัว ก็ไม่เป็นธรรมต้องอยู่ในเงื่อนไขที่เป็นไปได้

หวังศาล รธน.–ป.ป.ช.ตัดสินตาม ก.ม.

เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณประเมินถึงคดีที่ ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินนายกฯจะออกมาอย่างไร นายนพดลตอบว่า ไม่ได้คุยเรื่องนี้ ไม่มี ใครรู้ว่า ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินเมื่อใดอย่างไร แต่หวังว่าการตัดสินจะเป็นไปตามตัวบทกฎหมาย ไม่คำนึงถึงประเด็นทางการเมือง จะช่วยให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ เราคงไม่สามารถไปข่มขู่ ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่คงเล็งเห็นผลถ้าตัดสินไม่เป็นไปตามตัวบทกฎหมายจะมีผลอะไรตามมา แต่เราวิงวอน ศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.ไม่ใช่องค์กร จะจัดการปัญหาประเทศ ต้องจัดการประเด็นเฉพาะหน้าตามตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด การเมืองไม่ใช่ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือ ป.ป.ช.จะไปแก้ไข เป็นเรื่องของสภาฯ ฝ่ายนิติบัญญัติ และขอประเมินอีกครั้งหลังมีคำวินิจฉัยออกมา

อ้างหมอดูทายหลัง เม.ย.ชาติสงบ

ขณะที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกระแสข่าว พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งสัญญาณให้ตระกูลชินวัตรเตรียมยุติบทบาททางการเมืองว่า เชื่อได้ว่าเป็นแนวคิดส่วนหนึ่งของ พ.ต.ท.ทักษิณแน่นอน เพราะเป็นคนใจกว้าง รู้จักให้อภัยคน และไม่มีความคิดจะเอาเงิน 4.6 หมื่นล้านบาทคืน ต้องการกลับบ้านมาอยู่เมืองไทยในบั้นปลายชีวิตด้วยความสงบ พ.ต.ท.ทักษิณต้องการเห็นคนไทยมีความสุข ไม่ทะเลาะกัน เมื่อถามว่า ตระกูลชินวัตรจะยุติบทบาททางการเมืองถาวรเลยหรือไม่ นายสุรพงษ์ตอบว่า คิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณพร้อมทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสงบ ถ้าในอนาคต พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาประเทศ ไทยแล้วประชาชนมีความประสงค์ให้ช่วยบริหาร พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะพร้อมก็ได้แล้วแต่สถานการณ์ เราบอกอนาคตไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ตนไปดูดวงจากหมอดูต่างประเทศทำนายว่าประเทศจะสงบหลังจากเดือน เม.ย.ไปแล้ว

“ปู” ปิดฉากต้องอยู่บนกติกา ปชต.

ด้าน พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวนายกฯและคนตระกูลชินวัตร พร้อมวางมือทางการเมืองเพื่อเป็นเงื่อนไขให้การเลือกตั้งเกิดขึ้น ตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯระบุว่า ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเสนอแนวทางนี้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และนายกฯยังไม่เคยพูดให้ฟังในเรื่องนี้ การวางมือทางการเมืองไม่ว่าใคร เงื่อนไขไม่ได้อยู่ที่การเลือกตั้งอย่างเดียว ต้องดู หลายองค์ประกอบ และต้องเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย และการเลือกตั้งต้องมีความชอบธรรม อะไรที่อยู่ในกรอบข้อกฎหมาย นายกฯไม่เคยหลีกเลี่ยงและไม่เคยปฏิเสธ ยอมรับกติกาที่เป็นข้อกฎหมายของประเทศทุกเรื่อง

ให้ ปชช.ตัดสินชินวัตรเว้นวรรค

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการปฏิวัติจากฝ่ายกองทัพว่า เป็นความพยายามของฝ่ายตรงข้ามไม่หวังดีพยายามเสี้ยมให้ทหารออกมาปฏิวัติ ยืนยันว่าการเลือกตั้งจะเป็นทางออกของประเทศ กกต.ต้องเร่งจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด ทุกฝ่ายควรลดเงื่อนไขของตัวเองลง เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียและทำให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ส่วนกระแสข่าวการเว้นวรรคของตระกูลชินวัตรเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ตนมองว่าเป็นสิทธิของแต่ละบุคคลจะตัดสินใจเข้าสู่การเลือกตั้งหรือจะเว้นวรรค เชื่อว่านายกฯจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก แต่ไม่ได้หมายความว่าการเว้นวรรคจะเป็นทางเลือกที่ช่วยแก้ปัญหาที่เป็นอยู่นี้ เพราะไม่มีระบบใดจะจัดการใครเพียงคนใดคนหนึ่งได้ ท้ายที่สุดในระบอบประชาธิปไตยประชาชนเท่านั้นจะเป็นผู้ตัดสินว่าใครจะได้อยู่ต่อผ่านการหย่อนบัตรเลือกตั้ง

ศาล รธน.เคาะ “ปู” ขอต่อเวลาแจง

นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ รองเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า วันที่ 23 เม.ย. ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณากรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ขอขยายเวลายื่นคำชี้แจงการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) คาดว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะเข้าประชุมทั้ง 9 คน เพราะขณะนี้ยังไม่มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใดขอลาการประชุม อย่างไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขอเลื่อนส่งคำชี้แจงออกไปอีก 15 วัน แต่ก็ขึ้นกับดุลพินิจของคณะตุลาการฯว่าจะให้เลื่อนหรือไม่ และหากอนุญาตให้เลื่อนได้จะให้เลื่อนกี่วัน ในวันดังกล่าวคงจะมีผลสรุปออกมา

“อุกฤษ” เฉ่งคำวินิจฉัยไร้ ก.ม.รองรับ

วันเดียวกัน นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ทำจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 2 เรื่อง “เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นฝ่ายที่ฝ่าฝืนหลักนิติธรรมเสียเอง ศาลรัฐธรรมนูญก็ควรจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่” โดยระบุว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีสำคัญหลายคดีที่ผ่านมาถูกวิพากษ์วิจารณ์มากว่ามีปัญหาความยุติธรรม หลายคดีวินิจฉัยก้าวล่วงการใช้อำนาจอธิปไตยขององค์กรอื่นโดยไม่มีอำนาจ ขัดหลักการแบ่งแยกอำนาจและขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขณะที่รัฐธรรมนูญมาตรา 216 วรรคหก บัญญัติว่าวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบมาตรา 300 วรรคห้า ที่บัญญัติว่าในระหว่างที่ยังมิได้ตรา พ.ร.บ.ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจออกข้อกำหนดเกี่ยวกับวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยได้ แต่ทั้งนี้ต้องตรา พ.ร.บ.ดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แต่จนถึงปัจจุบันเกือบ 7 ปีแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญยังละเลยที่จะให้มีกฎหมายดังกล่าว

อัด 350 คดีบิดเบี้ยวขาดชอบธรรม

นายอุกฤษกล่าวว่า นอกจากนี้ยังนำเอาข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย พ.ศ.2550 ที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดขึ้นเองเพียงฝ่ายเดียว มาใช้ในการพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยเรื่อยมาทั้งที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ใช้ข้อกำหนดนั้นได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปีเท่านั้น ประเด็นที่หยิบยกขึ้นมานี้มีความสำคัญยิ่งกับประเทศที่ได้ชื่อว่าให้ความสำคัญต่อหลักนิติรัฐและนิติธรรม นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาวินิจฉัยคดีโดยไม่มีกฎหมายรองรับไปแล้วกว่า 350 เรื่อง แยกเป็นทำในรูปคำวินิจฉัย 92 เรื่อง และที่ทำเป็นคำสั่งอีก 258 เรื่อง การละเลยต่อหลักการดังกล่าว ส่งผลให้การพิจารณาวินิจฉัยคดีบิดเบี้ยว ขาดความชัดเจนในกระบวนการพิจารณา ไม่มีกรอบแห่งการใช้อำนาจ คือ 1.ไม่มีกำหนดระยะเวลาการพิจารณาแต่ละประเภทคดีให้ชัดเจน ส่งผลให้กระบวนการวินิจฉัยในบางคดี กระทำไปด้วยความรีบเร่งผิดปกติ

ซัดละเลยหลักนิติธรรม

นายอุกฤษระบุอีกว่า 2.การทำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ยังไม่มีความชัดเจนว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นองค์คณะทุกคน ได้ทำคำวินิจฉัยส่วนตนพร้อมแถลงด้วยวาจาต่อที่ประชุมก่อนการลงมติ ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 216 วรรคสอง กำหนดไว้หรือไม่เพียงใด และ 3.ไม่มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจนในการเผยแพร่คำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตนในราชกิจจานุเบกษา ส่งผลทำให้บางคดีมีการอ่านคำวินิจฉัยไปแล้วหลายเดือน แต่คำวินิจฉัยกลางยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 216 วรรคสามกำหนดไว้ การที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ปฏิบัติตามบท บัญญัติรัฐธรรมนูญ หรือการพิจารณาวินิจฉัยคดีโดยไม่มีกฎหมายรองรับ รวมทั้งการละเลยต่อกระบวนการหรือวิธีพิจารณาคดีที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ดังกล่าว คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาย่อมมีปัญหาความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรมเสียเอง และอาจทำให้คำวินิจฉัยดังกล่าวตกไปทั้งฉบับได้

พท.ทวง ป.ป.ช.ดองเค็ม 7 คดี ปชป.

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษก พรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.สอบถามความคืบหน้าการไต่สวน 7 คดีในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยนายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า มาทวงถามความคืบหน้า 7 คดีสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ได้แก่ 1.คดีสั่งสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง 2.คดีโรงพักทดแทน 396 แห่ง 3.คดีวิกฤติน้ำมันปาล์ม 4.คดีสั่งปิดสัญญาณดาวเทียมช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ 5.คดีประกาศซื้อดาวเทียมไทยคมคืนนอกเหนืออำนาจหน้าที่ 6.คดีออกใบอนุญาตก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่พัฒนาเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง โดยไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 และ 7.คดีปล่อยให้มีการทุจริตในคณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยาง ซึ่งไม่มีความคืบหน้า ขณะที่คดีเกี่ยวกับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเกิดทีหลังกลับตรวจสอบก่อน เร่งรีบรวบรัด มาตรฐาน ป.ป.ช.อยู่ตรงไหน ทั้งนี้จะไปติดตามเอกสารจากหน่วยงานต่างๆ ที่ ป.ป.ช.ระบุว่าขอเอกสารไปแล้วแต่ไม่ส่งมาให้ ในวันที่ 22 เม.ย.จะไปกระทรวงพาณิชย์ องค์การคลังสินค้า หากหน่วยงานใดไม่ส่งเอกสาร จะร้องเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่

เร่งสรุปสำนวนเช็กบิลจำนำข้าว

ด้านนายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่า คาดว่าต้นเดือน พ.ค. ป.ป.ช.จะสรุปเรื่องได้ ขณะนี้ได้พยานเอกสาร พยานบุคคลครบถ้วนแล้ว อยู่ในขั้นตอนการสรุปสำนวนว่าจะชี้มูลความผิดหรือให้ข้อกล่าวหาตกไป ยืนยันว่าการไต่สวนเป็นไปตามขบวนการทุกขั้นตอน ไม่ได้เร่งรีบรวบรัด และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ส่วนการตัดพยานของนายกฯทิ้งหลายปาก เพราะบางประเด็นมีความชัดเจนในชั้นพยานเอกสาร พยานบุคคลแล้วจึงไม่จำเป็นต้องสอบพยานเพิ่ม ส่วนคดีประกันราคาข้าวสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อยู่ระหว่างการติดตามเอกสารและเชิญ ผอ.องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) มาให้ข้อเท็จจริง และเร็วๆนี้จะเชิญนายไพโรจน์ อิสรเสรีพงศ์ อดีต ส.ส. กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ร้องคดีมาให้ข้อมูลคาดว่าจะสรุปสำนวนได้ในเร็วๆนี้

22 เม.ย. 2557 08:09 22 เม.ย. 2557 08:09 ไทยรัฐ