วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฟันผอ.ร.ร. ผิดวินัยแน่

ฟันผอ.ร.ร. ผิดวินัยแน่

โดย ทีมข่าวหน้า1
22 เม.ย. 2557 07:50 น.
  • Share:

สอบครูผู้ช่วย

ที่ไปสอบ‘ครูผู้ช่วย’โดยไม่ลาต้นสังกัด

ยังไม่ฟันธงกรณี ผอ.โรงเรียนและข้าราชการครูในบุรีรัมย์โผล่สอบชิงตำแหน่งครูผู้ช่วยที่สมุทรสาคร-นนทบุรี ส่อทุจริตหรือไม่ แต่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่เกี่ยวข้องต่างตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว โดย ผอ.สพป.บุรีรัมย์ เขต 1 ต้นสังกัด อ้างโทร.คุยกับ ผอ.โรงเรียนแล้ว ระบุแค่มาดูแนวข้อสอบ แต่ต้องรอดูเจตนาอีกครั้งหลังพบรับเป็นติวเตอร์ให้ผู้เข้าสอบแข่งขันครั้งนี้ ขณะที่พบทั้ง 3 ทำผิดวินัยแน่ที่ไม่ขออนุญาตต้นสังกัดก่อนไป หนำซ้ำพบแจ้งเท็จในเอกสารสมัครสอบปกปิดว่าเป็นข้าราชการ ด้านเลขาฯ กพฐ.ตั้งคณะกรรมการอีกชุดตรวจสอบรายงานของสำนักงานเขตพื้นที่ อ้างเพื่อให้ครอบคลุมทั้งหมด ย้ำหากมีเหตุผลเพียงพอพร้อมสั่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยทันที ไม่รอผลการสืบข้อเท็จจริง

ความคืบหน้ากรณีมีการพบผู้อำนวยการโรงเรียนระดับชำนาญการพิเศษ และข้าราชการครูในจังหวัดบุรีรัมย์ โผล่เข้าสอบเพื่อเข้ารับราชการตำแหน่งครูผู้ช่วยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องสอบสวนเป็นการด่วน ต่อมาเมื่อวันที่ 21 เม.ย. นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศธ. เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ.ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รายงานการดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการ ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีทั่วไปครั้งที่ 1/2557 ใน 89 เขตพื้นที่การศึกษาและ 1 สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) จำนวน 1,888 ตำแหน่ง ซึ่งมีการสอบภาค ก และภาค ข ระหว่างวันที่ 19-20 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า มีผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 104,066 คน ใน 40 สาขาวิชาเอก มีผู้เข้าสอบ 91,577 คน ขาดสอบ 12,489 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 12 ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะมีการสมัครหลายที่ แต่เลือกสอบเพียงที่เดียว หรือบางคนยังไม่มีความพร้อมที่จะสอบ อย่างไรก็ตามในการสอบครูผู้ช่วยครั้งนี้ยังไม่พบการทุจริตที่ชัดเจน และส่วนใหญ่จะประกาศผลสอบภาค ก และภาค ข ภายในวันที่ 24 เม.ย.เพื่อสอบสัมภาษณ์วันที่ 27 เม.ย.และประกาศผลวันที่ 2 พ.ค.นี้

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณี นายพิทักษ์ ศุภเลิศ ผอ.ร.ร.บ้านหนองไทร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) บุรีรัมย์ เขต 1 เข้าสอบที่ สพป.สมุทรสาคร และนายชุมพล ศุภเลิศ ครูโรงเรียนเมืองแฝกพิทยาคม จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นน้องชายของนายพิทักษ์ เข้าสอบที่สนามสอบใน จ.นนทบุรี ทราบว่าทั้ง 2 คนนี้ไม่ได้เข้าสอบภาค ข ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงของ สพฐ.โดยเฉพาะกรณีผู้อำนวยการโรงเรียนคง จะไม่ใช่เจตนาที่สุจริตตามปกติแน่ เพราะเป็นถึงผู้อำนวยการโรงเรียน แต่มาสอบเพื่อเป็นครูผู้ช่วย ทั้งนี้ จะต้องดูความเชื่อมโยงกับผู้ที่เข้าสอบที่มาจากจังหวัดเดียวกันด้วย และถ้าผู้เข้าสอบเป็นติวเตอร์สอบครูผู้ช่วย จะต้องดูว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดสอบครูผู้ช่วยหรือไม่ ถ้ามีส่วนก็ต้องเป็นปัญหา ซึ่ง สพฐ.ต้องไปดูข้อเท็จจริง

ด้านนายสุพจน์ เจียมใจ ผอ.สพป.บุรีรัมย์ เขต 1 กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีนายพิทักษ์ ศุภเลิศ ลงพื้นที่ไปหาพยานหลักฐานแวดล้อมและสอบถามกรรมการคุมสอบ กรรมการรับสมัครสอบที่ สพป.สมุทรสาครแล้ว คาดว่าประมาณ 1-2 วันน่าจะได้ข้อสรุปว่า ผลการสืบข้อเท็จจริงมีมูลที่จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อหรือไม่ กรณีนี้ต้องดูที่เจตนาในการไปสมัครสอบของนายพิทักษ์ว่ามีเหตุจูงใจอะไรไปสอบทั้งๆ ที่เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนอยู่แล้ว หากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลที่ต้องไปสอบก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป

นายสุพจน์กล่าวอีกว่า จากการโทรศัพท์พูดคุยกับนายพิทักษ์ ได้สอบถามเหตุผลที่ไปสอบแล้ว ได้รับคำตอบเพียงว่าต้องการไปดูแนวข้อสอบเท่านั้น แต่ก็มีผู้ให้ข้อมูลว่านายพิทักษ์เปิดติวสอบ ครูผู้ช่วยด้วย ทั้งหมดนี้จะต้องมีการสืบข้อเท็จจริงกันต่อไป น่าจะให้กรรมการสืบข้อเท็จจริงหาพยานหลักฐานและสอบปากคำนายพิทักษ์ด้วย ส่วนกรณีที่นายพิทักษ์ไปสมัครสอบโดยไม่ได้ขออนุญาตเขตพื้นที่การศึกษาตามระเบียบทางราชการนั้น ถือว่ามีความผิดทางวินัย แต่เป็นความผิดเล็กน้อยเท่านั้นในฐานที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนทางราชการ

ผอ.สพป.บุรีรัมย์ เขต 1 กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ส่วนของการดำเนินคดีอาญานั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของสนามสอบใน จ.สมุทรสาคร ซึ่งหากพบว่ามีการทุจริตหรือมีพฤติกรรมส่อทุจริตก็มีการดำเนินคดีตามกฎหมายได้ ส่วนต้นสังกัดมีอำนาจเพียงดำเนินการตามความผิดวินัยกรณีไปสอบไม่ขออนุญาตและการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเท่านั้น โดยยืนยันจะไม่มีการเข้าข้าง หากพบว่ากระทำผิดก็จะให้ดำเนินคดีทันที

เช่นเดียวกับนางภานิชา อินทร์ช้าง รอง ผอ.สพป.บุรีรัมย์ เขต 4 รักษาการ ผอ.สพป.บุรีรัมย์เขต 4 ที่กล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงนายธนกฤต ศุภเลิศ ครูโรงเรียนบ้านหนองกระทุ่ม สังกัด สพป.บุรีรัมย์ เขต 4 กรณีไปสอบครูผู้ช่วยโดยไม่ได้ขออนุญาตจากเขตพื้นที่ฯตามระเบียบของทางราชการ รวมถึงสอบถามเหตุผลของการไปสอบในครั้งนี้ด้วย เบื้องต้นนายธนกฤตให้เหตุผลว่าไปสอบเพื่อดูแนวข้อสอบไว้ให้ลูกหลานเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้จะต้องรอให้คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงสรุปผลก่อนว่าเป็นอย่างไร

ขณะที่นายกิตติ บุญเชิด ผอ.สพม.เขต 32 กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่นายชุมพล ศุภเลิศ ครูโรงเรียนเมืองแฝกพิทยาคม สังกัด สพม.บุรีรัมย์ เขต 32 ไปสอบครูผู้ช่วยที่สนามสอบจังหวัดนนทบุรีแล้ว โดยให้เร่งดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงถึงเจตนาที่ไปสมัครสอบในครั้งนี้ด้วย

ด้านนายพิศุทธิ์ วีระจิตต์ ผอ.สพป.สมุทรสาคร กล่าวว่า ส่งสรุปรายงานถึงนายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) แล้ว โดยข้อมูลส่วนตัวจากเอกสารหลักฐานที่ นายพิทักษ์และนายชุมพลนำมายื่นสมัครสอบ อาทิ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน วุฒิการศึกษาที่จบ ทั้ง 2 รายระบุในใบสมัครว่าประกอบอาชีพอื่น ไม่ได้แสดงตนว่าเป็นข้าราชการ ทั้งนี้ก่อนหน้าวันสอบเพียง 1 วัน เพิ่งได้รับข้อมูลว่าทั้ง 2 ราย เป็น ผอ.โรงเรียนและข้าราชการครู และในการสอบภาค ก. วันที่ 19 เม.ย. ปรากฏว่านายพิทักษ์เดินทางมาสอบเพียงคนเดียว ทางเขตพื้นที่ฯได้ส่งกรรมการคุมสอบนั่งประกบนายพิทักษ์ตลอดการสอบเพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะมีการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริต รวมทั้งเฝ้าสังเกตการณ์พฤติกรรมของผู้เข้าสอบอีก 9 คนจาก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมาสอบในเขตพื้นที่เดียวกันทางกล้องวงจรปิดด้วย ส่วนนายชุมพลนั้นแม้จะมีชื่อเข้าสอบแต่ไม่มาสอบ ทราบว่าไปสอบที่ สพป.นนทบุรี เขต 1 แทน

ผอ.สพป.สมุทรสาครกล่าวอีกว่า ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่แปลกที่คนเป็น ผอ.โรงเรียนอยู่แล้วมาสอบครูผู้ช่วย ดังนั้น ต้องดูว่ามีเจตนาอะไรที่มาสอบครูในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อทราบเรื่องก็ได้วางมาตรการให้กรรมการคุมสอบนั่งประกบทำให้การทุจริตสอบทำได้ยาก อีกทั้งใช้ข้อสอบที่ออกโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) ที่สลับข้อสอบ สลับคำตอบจึงเป็นไปได้ยากที่จะมีการส่งสัญญาณ รวมทั้งยังมีการพิมพ์ชื่อผู้เข้าสอบลงในกระดาษคำตอบด้วย ดังนั้น พฤติกรรมที่อาจจะสวมรอยเข้าสอบจึงจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำสถิติจำแนกผู้เข้าสอบที่มาจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจากบุรีรัมย์ด้วยว่ามีกี่ราย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา ส่วนกรณีของนายพิทักษ์ต้องรอให้เลขาธิการ กพฐ.สั่งการอีกครั้ง

เย็นวันเดียวกัน นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก ผอ.สพป.สมุทรสาคร และ ผอ.สพป.นนทบุรี เขต 1 แล้ว โดยที่ สพป.สมุทรสาคร นายพิทักษ์ไปสอบภาค ก เพียงวันเดียว ส่วนที่ สพป.นนทบุรีเขต 1 นายชุมพลและนายธนกฤตไปสอบครบทั้ง 2 วัน ซึ่งไม่ได้ขออนุญาตจากผู้บังคับบัญชา และมีการสมัครสอบซ้ำ 2-3 สนามสอบ ต้นสังกัดของทั้ง 3 คนได้ตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว อย่าง ไรก็ตาม การตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงของเขตพื้นที่จะไม่สามารถสอบข้ามเขตได้ ดังนั้น สพฐ.จึงสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเองเพื่อให้สามารถสอบได้ครอบคลุมทั้งหมด โดยได้มอบหมายให้สำนัก พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) ของ สพฐ.ไปตรวจสอบรายงานที่ทั้ง 2 เขตเสนอมา หากเห็นว่ามีเหตุผลเพียงพอก็จะสั่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยทันที โดยไม่ต้องรอผลการสืบข้อเท็จจริงที่ทางเขตพื้นที่ตั้งขึ้น

“หลังเรื่องนี้ตกเป็นข่าวก็มีคนโทรศัพท์เข้ามาแจ้งเบาะแสว่านายพิทักษ์เป็นติวเตอร์ โดยใช้ชื่อว่า ติวเตอร์แอ๊ด ลำปลายมาศ และที่นามสกุลเดียวกันก็ไม่แน่ใจว่าเป็นพี่น้องร่วมพ่อแม่เดียวกันหรืออาจเป็นแค่ญาติกัน เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวนที่ต้องไปตรวจสอบต่อไป” เลขาธิการ กพฐ. กล่าวและว่า นอกจากนี้ได้ให้ สพร.ไปตรวจสอบด้วยว่า มีผู้อำนวยการโรงเรียนและครูไปกระทำการในลักษณะเดียวกันนี้ในพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีเพียงแค่ 2 เขตนี้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เท่าที่ได้รับรายงานจาก 60 เขตพื้นที่ที่เปิดสอบ ไม่มีรายชื่อผู้ไปสอบซ้ำในเขตอื่นเหมือนการสอบครูผู้ช่วยกรณีพิเศษเหมือนที่ผ่านมา

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้