วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปธน.โสมประณาม กัปตันและลูกเรือ

ผู้เสียชีวิตเหตุเรือเฟอร์รี่ “เซวอล” อัปปาง

ไม่ต่างไปจากฆาตกรจับเพิ่มวิศวกรเฟอร์รี่

พบเพิ่มศพเหยื่อเรือเฟอร์รี่ “เซวอล” อับปาง ทำให้ยอด ผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 64 ศพ สูญหาย 238 ราย ด้านประธานาธิบดีหญิง “ปาร์ค กึน เฮ” ประณามการกระทำของกัปตันและลูกเรือ ไม่ต่างจากการฆ่าคนตาย ลั่นลากคอผู้เกี่ยวข้องมาลงโทษทั้งอาญาและแพ่ง ขณะที่ตำรวจตามจับลูกเรือเพิ่มอีก 4 ราย 1 ในนั้นเป็นวิศวกร 1 ราย พร้อมสั่งห้ามเจ้าของบริษัทเรือมรณะและผู้ถือหุ้นใหญ่เดินทางออกนอกประเทศ ด้านอัยการเรียกดูหลักฐานทุกชนิด เร่งสอบสวนสาเหตุเรืออับปาง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 21 เม.ย.เกี่ยวกับความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายในเหตุเรือเฟอร์รี่ “เซวอล” ล่มขณะพาผู้โดยสาร 476 คน รวมทั้งนักเรียนมัธยมและครูรวม 339 คนจากท่าเรือเมืองอินชอน ทางภาคตะวันตกมุ่งหน้าสู่เกาะเชจู ทางภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า กลุ่มนักประดาน้ำสามารถงมกู้ศพขึ้นมาจากเรือเซวอลได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการเขยิบอยู่ที่ 64 ศพแล้ว แต่ผู้สูญหายยังอยู่ที่ 238 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยม ส่วนผู้ได้รับช่วยเหลือรอดชีวิตอยู่ที่ 174 คน

ทั้งนี้ การค้นหาผู้สูญหายมุ่งเน้นที่บริเวณชั้น 3 และ 4 ของเรือ รวมทั้งพยายามเปิดทางเพื่อที่จะเข้าไปยังส่วนที่เป็นห้องอาหารของเรือ ขณะที่ประธานาธิบดีปาร์ค กึน-เฮ ของเกาหลีใต้ แถลงประณามการกระทำของกัปตันและลูกเรือบางคนว่าเป็นสิ่งที่เข้าใจยาก ยอมรับไม่ได้และไม่ต่างจากการฆ่าคนตาย รวมถึงประกาศจะนำผู้เกี่ยวข้องเหตุโศกนาฏกรรมเรือล่มทั้งหมดมารับผิดชอบและว่าคนเหล่านี้ต้องรับผิดชอบทั้งทางอาญาและแพ่ง

“กัปตันไม่ทำตามคำสั่งของหอควบคุมการสัญจรทางน้ำ ที่ให้อพยพผู้โดยสาร และยังหนีเอาตัวรอดก่อนขณะที่บอกให้ผู้โดยสารนั่งอยู่กับที่ มันเป็นอะไรที่นึกภาพไม่ออกเลยว่าจะเกิดขึ้นได้ทั้งทางกฎหมายหรือจริยธรรม” ประธานาธิบดีปาร์ค ระบุ

ส่วนการสอบสวนสาเหตุเรือเฟอร์รี่ล่ม ตามข่าวระบุว่าหลังจากกัปตันลี จุน ซอก วัย 69 ปี กับผู้ช่วยกัปตันอีก 2 คน ซึ่ง 1 ใน 2 คนนี้คือผู้บังคับเรือตอนเกิดเหตุ ถูกจับกุมและถูกแจ้งข้อหาหลายกระทงแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจยังตามจับกุมลูกเรือได้เพิ่มอีก 4 คน ซึ่ง 1 ในจำนวนนี้เป็นวิศวกร โดยถูกตั้งข้อหาเดียวกัน และยังสั่งห้ามเจ้าของบริษัทผู้ประกอบการเรือเฟอร์รี่ บริษัท “ชองแฮจิน มารีน” จำกัด กับผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท เดินทางออกนอกประเทศด้วย

อัยการที่สอบสวนเหตุเรือล่ม ยังได้รวบรวมเบาะแสและพยานหลักฐานเพิ่มเติมบนแอพพลิเคชั่นสนทนาบนมือถือยอดนิยมในหมู่ชาวเกาหลีใต้อย่าง “คาเคา ทอล์ค” (kakao Talk) ด้วย เพื่อติดตามดูเนื้อหาการสนทนาของคนบนเรือช่วงที่เกิดเหตุ หาเหตุผลเชื่อมโยงสาเหตุเรือล่มที่ชัดเจน นอกเหนือจากเก็บข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของลูกเรือทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยรายละเอียดการสื่อสารทางวิทยุช่วงสุดท้ายระหว่างเรือเซวอลกับหอควบคุมการสัญจรทางน้ำ บ่งชี้ว่าสถานการณ์เต็มไปด้วยความสับสนและละล้าละลัง ลูกเรือคนหนึ่งถามเจ้าหน้าที่ซ้ำๆ ว่าถ้ามีการสั่งอพยพแล้วเรือกู้ภัยมีพร้อมหรือไม่ และกว่าจะมีการอพยพผู้โดยสาร เวลาได้ล่วงเลยไปแล้วถึง 40 นาที ซึ่งทุกอย่างก็สายไปแล้ว โดยกัปตันลีอ้างก่อนหน้านี้ว่าเหตุที่สั่งอพยพผู้โดยสารช้าเพราะห่วงว่าผู้โดยสารจะถูกน้ำทะเลซัดสูญหายหรือจมน้ำตาย

โทรทัศน์ท้องถิ่นเกาหลีใต้นำเทปวีดิโอโฆษณาเก่าเมื่อปี 2553 มาเผยแพร่ ในเนื้อหาวีดิโอ กัปตันลีบอกว่า เรือเฟอร์รี่นำเสนอบริการขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยที่สุด ตราบใดที่คุณทำตามคำสั่งของลูกเรือ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้ญาติๆ ผู้สูญเสียไม่น้อย เพราะต่างเห็นว่าเหตุอุบัติภัยทางเรือครั้งร้ายแรงหนนี้ เป็นเพราะลูกเรือแก้ปัญหาและอพยพล่าช้า รวมทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ตอบรับเหตุฉุกเฉินและให้การช่วยเหลือกู้ภัยไม่ทันกาล

ทั้งนี้ มีข่าวระบุด้วยว่าเจ้าหน้าที่ระดับผู้อำนวยการคนหนึ่งของกระทรวงความมั่นคงและรัฐประศาสนศาสตร์ของเกาหลีใต้ ถูกสั่งปลดเมื่อวันที่ 20 เม.ย.หลังถ่ายภาพที่ระลึกบนเกาะจินโดที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุและเป็นศูนย์รับมือและกู้ภัยเหตุเรือเซวอลล่ม โดยยืนหน้าป้ายรายชื่อผู้เสียชีวิต ซึ่งดูไม่เหมาะสมในห้วงเวลาที่ทุกคนกำลังเศร้าโศก

22 เม.ย. 2557 07:15 ไทยรัฐ