วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซีซั่นเดียวก็เกินพอ

โดย หมวดแซม

นาทีนี้ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นใจให้กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไปซะหมด สำหรับการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาลนี้ ซึ่งจะเป็นแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีหนแรกของพวกเขาในรอบ 24 ปี

หลังจากเชลซีพลาดท่าสะดุดแพ้ซันเดอร์–แลนด์คารัง 1-2 ไปก่อนเมื่อคืนวันเสาร์ พอวันรุ่งขึ้น “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก็ไม่พลาดซิวชัย ด้วยการบุกไปเฉือนชนะ “นกขมิ้น” นอริช ถึงถิ่นแคร์โรว์ โรด 3-2

แม้จะเป็นการคว้าชัยชนะแบบเฉียดฉิว แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ ลิเวอร์พูลยึดตำแหน่งจ่าฝูงอย่างเหนียวแน่นต่อไป พร้อมโขยกหนีห่าง เชลซี รองจ่าฝูง ออกไปเป็น 5 คะแนนแล้ว ขณะที่เหลืออีก 3 นัดจะจบฤดูกาล

พระเอกของทัพ “หงส์แดง” ในเกมบุกชนะนอริช 3-2 จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากราฮีม สเตอร์ลิง ปีกตัวจิ๊ดวัย 19 ปี ซึ่งโชว์ฟอร์มเทพเหมาซัดคนเดียว 2 ลูก พาทีมหงส์แดงบุกปลิดชีพทีมนกขมิ้นเหลืองอ่อนคารัง

โดยเฉพาะประตูที่ 2 ของสเตอร์ลิงนั้น ต้องบอกว่าสุดยอดมาก เนื่องจากเป็นการลากโซโล่เดี่ยวจากครึ่งสนาม ก่อนยิงแฉลบกองหลังนอริชแล้วบอลลอยข้ามหัว จอห์น รัดดี้ นายทวารทีมนกขมิ้น ตุงตาข่าย

ฤดูกาลนี้ ราฮีม สเตอร์ลิง พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา จากการดูแลประคบประหงมอย่างดีของเบรนดัน ร็อดเจอร์ส ยอดกุนซือชาวไอริช ถึงขนาดที่กุนซือ “บีร็อด” ยกนิ้วให้ สเตอร์ลิง เป็นนักเตะดาวรุ่งที่เก่งที่สุดในวงการลูกหนังยุโรปยุคนี้เลยทีเดียว

นอกจากนี้ สเตอร์ลิงยังได้รับการการันตีความเก่ง ด้วยการถูกเสนอชื่อให้เข้าชิงนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของ “พีเอฟเอ” สมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษด้วย

การนำห่างเชลซีถึง 5 แต้ม ทำให้เกมบิ๊กแมตช์ที่หงส์แดงจะเปิดรังแอนฟิลด์รับมือทีมสิงห์บลูแห่งกรุงลอนดอน ในวันอาทิตย์ที่ 27 เม.ย.นี้ อาจตัดสินชี้ขาดแชมป์ก็ได้

เพราะถ้าลิเวอร์พูลชนะจะทำแต้มทิ้งห่างเชลซีเป็น 8 คะแนนทันที โอกาสเป็นแชมป์สูงลิบถึง 90เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเสมอกันก็ถือว่าไม่เสียหายสำหรับหงส์แดง

ขณะที่ลิเวอร์พูลทำผลงานสุดยอดจนจ่อใกล้ซิวแชมป์เข้าไปทุกขณะ แต่ “ผีแดง” แมนฯยู กลับมีผลงานสวนทางคู่รักคู่แค้นตัวฉกาจอย่างสิ้นเชิง

เกมล่าสุด “ผีแดง” บ้อท่าอีกแล้ว บุกไปแพ้ “ทอฟฟี่” เอฟเวอร์ตัน ทีมเก่าของเดวิด มอยส์ ที่กูดิสัน พาร์ก แบบหมดรูป 0-2 นับเป็นความพ่ายแพ้ในลีกนัดที่ 11 ของแมนฯยู ภายใต้การคุมทัพของมอยส์ในฤดูกาลนี้

นี่เป็นการกลับมาเยือนถิ่นกูดิสัน พาร์กครั้งแรกของมอยส์ นับตั้งแต่อำลาทีมทอฟฟี่ไปรับงานคุมทีม “ปิศาจแดง” เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว แต่มอยส์กลับโดนทีมเก่าของตัวเองยัดเยียดความปราชัยให้กับสโมสรต้นสังกัดในปัจจุบันอย่างเจ็บแสบ

เกมนี้มีความหมายต่อทั้งเอฟเวอร์ตันและแมนฯยูอย่างยิ่ง ซึ่งทั้ง 2 ทีมมีเป้าหมายต่างกัน ทอฟฟี่ลุ้นทำอันดับไปเล่นแชมเปียนส์ลีก ส่วนแมนฯยูหวังซิวโควตาไปลุยยูโรปา ลีก

แต่สุดท้ายทอฟฟี่เป็นฝ่ายถล่มชนะผีแดง 2-0 จากลูกจุดโทษของเลห์ตัน เบนส์ นาที 28 และลูกยิงของเควิน มิรัลลาส นาที 43 ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 45 ปีที่เอฟเวอร์ตันเอาชนะแมนฯยูได้ทั้งสองนัดไป-กลับ ภายในฤดูกาลเดียว

ตอนนี้ คาดว่ากระแสเรียกร้องให้บอร์ดทีมผีแดงปลดมอยส์จะดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง หลังพาทีมบุกแพ้เอฟเวอร์ตันแบบหมดสภาพ

ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว แฟนบอล “ปิศาจแดง” ถึงกับลงทุนจ้างเครื่องบินติดป้ายข้อความว่า “WRONG ONE -MOYES OUT” หรือ “คนที่ผิด-มอยส์ออกไป” บินเหนือสนามโอลด์แทรฟเฟิร์ด เพื่อขับไล่มอยส์มาแล้ว

เชื่อว่าถึงตรงนี้ เหล่าสาวกเรดเดวิลส์ คงอยากบอกกับตระกูลเกลเซอร์ ซึ่งเป็นเจ้าของทีมแมนฯยูว่า

“แค่ซีซั่นเดียวก็เกินพอแล้ว” สำหรับการใช้บริการคุมทีมของเดวิด มอยส์ !!!

หมวดแซม

22 เม.ย. 2557 02:42 ไทยรัฐ