วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ห้วงเวลาลุ้นหัวก้อย!

22–28 เมษายน ห้วงสัปดาห์ที่ต้องจับตากันให้ดีๆ

ตามกระแสวงในที่มีการเช็กความเคลื่อนไหวไปทุกขั้วทุกป้อมค่าย รวมถึงกองทัพ ตำรวจ ทุกหน่วยงานความมั่นคงที่ต้องเกี่ยวข้องตามท้องเรื่องศึกชิงอำนาจประเทศไทย

ต่างประเมินสถานการณ์เกมล้มเดิมพันใกล้วันสุกดิบเข้ามาทุกขณะ

โดยเฉพาะจากเงื่อนไขที่โยงกับการพิจารณาขององค์กรอิสระ ที่ล่าสุดนายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ป.ป.ช.จะสามารถสรุปกรณีนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพิกเฉยปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตโครงการจำนำข้าวภายในต้นเดือนพฤษภาคมนี้ เนื่องจากเอกสารและพยานบุคคลครบถ้วนแล้ว

และนั่นก็ใกล้เคียงกันเลย กับคิวที่นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา หัวขบวนกลุ่ม 40 ส.ว.ก็ส่งสัญญาณนำร่อง ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีสำคัญในวันที่ 7 พฤษภาคม ซึ่งนั่นก็คงหมายถึงปมสถานภาพของนายกฯยิ่งลักษณ์ จากกรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

2 ช็อตที่มีผลต่ออาการพลิกคว่ำพลิกหงายของ “ยิ่งลักษณ์”

ตามปรากฏการณ์ที่จะเดินไปสู่จุด “สุญญากาศอำนาจรัฐ”

โดยจังหวะไหลเข้าเหลี่ยมวัดดวงวัดใจ สถานการณ์บังคับเข้าสู่โหมดประจัญบาน

ประเมินได้จากความเคลื่อนไหวฉากหน้า ด้านหนึ่ง “กำนันเทพ” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.นำม็อบเดินสายออกเรียกแขก ชักชวนให้พนักงานรัฐวิสาหกิจ ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลนัดสุดท้าย

ดีเดย์วันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพของนายกฯยิ่งลักษณ์

อีกด้านก็เป็นภาพข่าวแนวร่วมคนเสื้อแดง นปช.กลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยนับหมื่นคนร่วมฝึก “การ์ดรุ่น 2” ที่จังหวัดนครราชสีมา เตรียมพร้อมออกมาเคลื่อนไหว

ตั้งเงื่อนไขดักคอ หากองค์กรอิสระตัดสินคดีไม่เป็นธรรม

ตามเหลี่ยมที่ล้อกันกับยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลเดินหมากผ่านศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) ร่อนแถลงการณ์กระแทกชิ่งองค์กรอิสระ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญทั้ง ป.ป.ช. ใส่กันแบบตรงๆไม่ต้องอ้อมค้อม ตะโกนร้องขอให้พิจารณาตัดสินด้วยความยุติธรรม

อย่าสุมไฟให้บ้านเมือง

แล้วก็โดน ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ แนวร่วม กปปส. เครือข่าย ส.ว.ลากตั้งในกลุ่ม 40 ส.ว. ดาหน้าสวนกลับ อัดยับนายกฯยิ่งลักษณ์หลิ่วตาให้ ศอ.รส.ออกมาแทรกแซง ข่มขู่การทำงานขององค์กรอิสระ

ตั้งป้อมประจัญบาน เปิดหน้าโซ้ยกันตรงๆ

ตามสถานการณ์ที่โยงกันกับสัญญาณแปร่งๆจากปักกิ่ง ประเทศจีน

ตามข่าวลอยลมข้ามประเทศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประเมินผ่านคนใกล้ชิดว่า มีโอกาสสูงที่จะเกิดการปฏิวัติภายหลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีของนายกฯยิ่งลักษณ์และ ครม.กรณีโยกย้ายนายถวิล

แต่จะไม่ได้ดำเนินการโดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. แต่มีความพยายามจากอดีตนายพลผู้ทรงอิทธิพลจากบูรพาพยัคฆ์ และเครือข่ายกำลังหาคนมาปฏิวัติแทน

แล้วก็เป็นนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ แถลงปฏิเสธว่า อดีตนายกฯทักษิณไม่เคยให้สัมภาษณ์หรือพูดคุยกับบุคคลใดในประเด็นนี้

เพราะส่วนตัวเชื่อมั่นว่าทหารจะยึดกติกาและประชาธิปไตย จะไม่มีการปฏิวัติเกิดขึ้น

แต่กับอีกปมหนึ่งที่ติดติ่งห้อยท้ายมาในข่าวเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณยังพูดกับคนใกล้ชิดที่ไปพบ ถ้าทุกฝ่ายคืนความยุติธรรมให้ประเทศ แล้วขอให้จบ ทำให้ประเทศสงบ

ขอให้คนตระกูลชินวัตรเลิกเล่นการเมืองก็พร้อม

โดยประเด็นหลังนี้นายนพดลแถลงยอมรับว่า อดีตนายกฯทักษิณและครอบครัวพร้อมเสียสละยุติบทบาททางการเมือง เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ แต่ขณะเดียวกันทุกฝ่ายต้องเสียสละและยึดมั่นในกติกาเช่นกัน นักการเมืองที่ออกไปตั้งม็อบ

ต้องยุติ ปัญหาจะยุติลงได้ต้องเกิดจากความร่วมมือทั้งสองฝ่าย

ตามบทโอ้โลม ปฏิโลม ท้ารบไป เจรจาไป

“นายใหญ่” พยายามถือไพ่สองใบไว้ในมือตลอด.

ทีมข่าวการเมือง

22 เม.ย. 2557 01:47 ไทยรัฐ