วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลองของโหด MERCEDES BENZ E-COUPE BRABUS 6.1 (ตอนที่ 1)

โดย

Brabus GmbH ก่อตั้งขึ้นใน Bottrop ประเทศเยอรมนี เมื่อปี ค.ศ. 1977 เป็นบริษัทหรือสำนักงานที่เน้นในเรื่องอุปกรณ์เพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพ ตลอดจนความสวยงามที่ประสานไปกับไดนามิกของตัวรถ แผนกแต่งรถชื่อก้องโลกเจ้าแห่งแรงบิดและพลัง รับหน้าที่ต่อจากบริการหลังการขายที่สามารถเติมเต็มประสิทธิภาพสูงสุดของอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้งานในรถรุ่นนั้นๆ ค่าย Brabus มีความเชี่ยวชาญในรถยนต์ยี่ห้อ Mercedes-Benz / Smart / Maybach เป็นพิเศษ Claus Brackman และ Bodo Buschmann ร่วมกันทำการก่อตั้งบริษัทแห่งนี้ โดยจัดตั้งขึ้นในปี 1977 ชื่อ Brabus เกิดขึ้นมาจากแนวความคิดในการนำชื่อของทั้งคู่มารวมกัน โดยใช้สามตัวอักษรของชื่อสุดท้ายของพวกเขา Brabus กลายเป็นแบรนด์จูนเนอร์เครื่องยนต์สมรรถนะสูง อุปกรณ์ที่เสริมประสิทธิภาพให้กับรถสปอร์ตของแบรนด์ตราดาว เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ตกแต่ง รวมถึงรถยนต์สุดแรงที่โมมาชนิดเต็มพิกัด ค่าย Brabus ได้รับความนิยมไปทั่วทั้งทวีปอเมริกาเหนือ และยุโรปในบางประเทศ นอกเหนือไปจาก Mercedes-AMG ซึ่งกลายเป็นพันธมิตรใน​​ปี 1990 ในเครือของ Daimler


เป้าหมายหลัก Brabus คือ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับเครื่องยนต์ ต้นกำลังของรถยนต์ซึ่งผ่านการจูนอัพโดยช่างของ Brabus ซึ่งเน้นหนักไปที่ค่าทางวิศวกรรมที่ถูกต้อง อุปกรณ์ทุกชิ้นผ่านการทดสอบอย่างหนักเพื่อมาตรฐานสูงสุดในด้านการทำความเร็ว เครื่องยนต์จะได้รับเพิ่มขึ้นทั้งแรงม้าและแรงบิด ลูกค้าสามารถซื้อรถยนต์โดยตรงจาก Brabus หรือส่งรถ Mercedes Benz ให้กับแผนกตกแต่ง การปรับจูนที่เจ้าของสามารถกำหนดอุปกรณ์และแรงม้าได้เอง


Brabus มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรถ Mercedes Benz เพื่อให้มีสมรรถนะสูงมากกว่ารุ่นมาตรฐาน การปรับเปลี่ยน เช่น สปอยเลอร์ รายละเอียดต่างๆ ของระบบอากาศพลศาสตร์ที่จะส่งผลให้รถเกาะถนนและประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น Body kits คาร์บอนไฟเบอร์ และล้ออัลลอยหลากหลายขนาด การอัพเกรดที่ต้องการกำลังและความรุนแรงมากขึ้น รวมถึง LSDS ระบบไอเสียขั้นสมบูรณ์แบบ ระบบเบรกเสริมประสิทธิภาพสำหรับรถที่มีแรงม้าสูงๆ รวมถึงเครื่องยนต์แบบ V8-V12 อัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่ ลูกค้าส่วนใหญ่ จะเลือกจ่ายสำหรับการปรับแต่งรถยนต์ทั้งคัน หรือแม้แต่ลงเครื่องยนต์ใหม่ที่โมโดยแผนกมอเตอร์สปอร์ต การทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบสำหรับความพึงพอใจของลูกค้า ทำให้ Brabus กลายเป็นแบรนด์สินค้าด้านความแรงและเทคโนโลยีแนวสปอร์ตที่มีชื่อเสียง โดย Brabus มักจะนำรถสปอร์ตในตระกูล AMG มาปรับแต่งให้มีความสมบูรณ์สูงสุดอีกครั้ง เพื่อที่สุดของคำว่ารถสปอร์ตจากแบรนด์ตราดาว


เครื่องยนต์อันทรงประสิทธิภาพซึ่งผ่านการปรับแต่งโดย Brabus มีให้เลือกใช้งานตั้งแต่เครื่องยนต์สี่สูบแถวเรียงขนาดเล็ก 200 แรงม้า (150 กิโลวัตต์) บล็อก K4 สำหรับรถสปอร์ต Roadsters รุ่น SLK และ CLK -Class นอกจากนั้นยังมีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ถึง 800 แรงม้า (600 กิโลวัตต์) บล็อก V12 เทอร์โบคู่ สำหรับ S -Class และ SL-Class นอกจากนี้ บริษัทยังมีการปรับปรุง การตกแต่งภายใน จากเบาะ พรม กาบบันได พวงมาลัย แป้นคันเร่ง เบรกและที่พักเท้า แผงมาตรวัด เบาะ รวมถึงหนังและวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งภายใน ที่เจ้าของรถสามารถเลือกกำหนดเองได้


สำหรับประเทศไทย ท่านที่สนใจในเทคโนโลยีความแรงของผลิตภัณฑ์รถสปอร์ตจากค่าย Brabus สามารถติดต่อ หรือเข้าชมได้ที่บริษัท YUMA Motor ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Brabus จากประเทศเยอรมัน โชว์รูมส์ของ YUMA Motor มีที่ตั้งอยู่บนถนนพระราม 3 ภายในโชว์รูมส์นอกจากจะมีรถ Mercedes Benz ที่ตกแต่งด้วยอุปกรณ์ของ Brabus แล้ว ยังมีรถยนต์นำเข้าสมรรถนะสูงหลากหลายรุ่นเตรียมไว้สำหรับผู้ที่รักความเร็วได้เลือกซื้อ เช่น Porsche Cayenne / Toyota Harrier Hybrid 2014 / Mercedes Benz A250 AMG Dynamic ส่วนรถ Mercedes Benz ที่ตกแต่งด้วยอุปกรณ์เสริมสมรรถนะของ Barbus ได้แก่ Brabus A-Class B25 / Brabus SLK B25S 2014 / Brabus CLS D4II / Brabus SL B50 / Brabus C-Coupe B18S / Brabus CLS SB D4II Shooting Brake ไฮไลต์ของ Brabus ได้แก่ รถยนต์สองรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวในตลาดโลก ได้แก่ Brabus A-Class B25 และ Brabus CLS SB D4II Shooting Brake สำหรับ A-Class B25 เป็นสปอร์ตแฮตช์แบคที่มาพร้อมกับชุดแต่งรอบคัน ปรับเปลี่ยนมุมมองในรุ่น A-Class ให้มีความแปลกแยกและสวยงามแตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน ส่วน Brabus CLS SB D4II Shooting Brake ถูกพัฒนาขึ้นจากพื้นฐานของ Mercedes Benz CLS ในรูปแบบสเตชั่นแวกอน 5 ประตู เพิ่มความอเนกประสงค์ในการขับขี่บนชุดแต่งแบบสปอร์ตเต็มรูปแบบจาก Brabus


Mercedes Benz E-Coupe Brabus 6.1 เป็นรถสปอร์ตคูเป้รุ่นที่มีความพิเศษมากขึ้น จากการปรับจูนเสริมเติมเต็มสมรรถนะ มันคือเป้าหมายของการอัพเกรด Mercedes Benz E-Coupe ด้วยโปรแกรมการปรับแต่งที่ครอบคลุม จาก Brabus (www.brabus.com) จุดสุดยอดของการปรับแต่งประสิทธิภาพที่มีอยู่ เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้การขับขี่รถสปอร์ตจากแบรนด์ตราดาว เต็มไปด้วยอรรถรสมากยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ V8 Brabus 6.1 ส่งมอบพลวัตของการเคลื่อนที่ รถรุ่นนี้ มีการส่งออกพลังงานสูงสุดจากเครื่องยนต์ที่ 462 แรงม้า ( 456 แรงม้า) / 340 กิโลวัตต์ และสามารถขับเคลื่อน E-Coupe 6.1 ให้กลายเป็นจักรกลแห่งการทำความเร็ว ตามใบสั่งจองของลูกค้ากระเป๋าหนัก ที่ชอบความแตกต่างบนเรือนร่างสปอร์ตจากแบรนด์ตราดาว มันเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ เพื่อการทำความเร็วสูงสุดที่น่าประทับใจ บนตัวเลข 315 กม./ ชม. (196 ไมล์ต่อชั่วโมง) เครื่อง V8 กระหน่ำเรี่ยวแรง 462 แรงม้า (456 แรงม้า) / 340 กิโลวัตต์ พร้อมกับแรงบิดสูงสุดที่ 615 นิวตันเมตร ที่ 3,100 รอบต่อนาที เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของเครื่องยนต์ V8 แบบสี่วาล์วต่อสูบ 6.1 ลิตร อัตราเร่ง 0-100 กม. / ชม.(62 ไมล์ต่อชั่วโมง) ใน 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุดปลายคันเร่งทำได้ 315 กม. / ชม. (196 ไมล์ต่อชั่วโมง)


เครื่องยนต์ V8 ได้รับการปรับตั้งใหม่หมดเพื่อทำให้มันสามารถผลิตแรงม้าได้มากยิ่งขึ้น มีความทนทานแม้จะถูกใช้งานในรอบสูงๆ อย่างต่อเนื่อง ด้วยการคัดสรรวัสดุและชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ที่คงทน การติดตั้งเพลาข้อเหวี่ยงแบบใหม่ ลูกสูบถูกขยายให้มีขนาดใหญ่มากขิึ้น วาล์ว และกลไกทั้งหมดของระบบวาว์ลถูกปรับให้มีการทำงานด้วยความแม่นยำ กรรมวิธีตลอดจนขั้นตอนในการขึ้นรูปผ่านการกลึง เพื่อทำให้มันพอดีกับค่าที่วิศวกรกำหนด แครงชาร์ป ระบบระบายไอเสียเต็มรูปแบบ ผลิตจากโลหะที่มีประสิทธิภาพสูงในด้านการคงทนต่อความร้อน นอกจากนี้ยังปรับจูนกล่องสมองกลควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ ด้วยโปรแกรมพิเศษที่เชื่อมโยงการทำงานของระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมเครื่องยนต์ หล่อลื่นด้วยน้ำมันเครื่องเกรดสูงสุด ที่มีประสิทธิภาพสูง งานทั้งหมดจะได้รับการรับประกันจาก BRABUS ® เป็นระยะเวลาในการใช้งานนานสามปี

 


นักออกแบบและวิศวกรด้านอากาศพลศาสตร์ของ Brabus ยังได้พัฒนาระบบแอร์โรไดนามิกส์ของตัวรถขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยมีความแปลกแยกจากระบบอากาศพลศาสตร์ของ E-Coupe E63 AMG อยู่พอสมควร แพ็กเกจที่สวยงามหรูหรา แต่แฝงด้วยความดิบโหด จากชิ้นงานที่เชื่อมโยงกับหลักอากาศพลศาสตร์ของตัวรถ เพื่อทำการยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบแอร์โรไดนามิก สำหรับสปอร์ตคาร์รุ่นสองประตู E-Class ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของ Brabus นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังทำให้ระบบอากาศพลศาสตร์ของตัวรถดีขึ้น สปอยเลอร์ด้านหน้า Brabus ลิ้นบริเวณชายล่างของสปอยเลอร์หน้าทำจากคาร์บอนเคฟล่าห์น้ำหนักเบา เพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทรงตัวในย่านความเร็วสูง ด้วยการสร้างแรงกดไปที่ส่วนหน้า ไฟหรี่กลางวัน Daytime Runing Light ผลิตจากหลอด LED ทำให้วางในแนวตั้ง สัดส่วนมุมมองด้านหน้าโดดเด่นแปลกตา ด้วยสปอยเลอร์ทรงโหดที่เน้นไปในแนวรถแข่ง งานแอร์โรไดนามิกส์ของ Brabus E-Coupe 6.1 ช่วยลดการยกตัวบริเวณด้านหน้าเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง อากาศจะไหลผ่านสปอยเลอร์ซึ่งออกแบบให้อากาศทำหน้าที่กดส่วนหน้าของรถได้อีก 30% แก้มข้างของรถรุ่นนี้ยังทำจากคาร์บอนเพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มความสวยงามให้กับรูปลักษณ์ด้านข้างที่ดูไม่เหมือน E-Coupe W212 รุ่นปกติ มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจากการลงมือลงแรงของสำนักแต่งสุดโหดแห่งนี้


โปรแกรมด้านอากาศพลศาสตร์ มีการเพิ่มประสิทธิภาพโดยงานวิจัยชิ้นส่วนที่รับแรงจากกระแสลม แล้วนำเอาค่าต่างๆ ที่มีความถูกต้องมาพัฒนาในอุโมงค์ลม เพื่อปรับแต่งชิ้นส่วนของตัวถังให้มีค่าทางไดนามิกในระดับสูง มุมมองด้านข้างของรถ E-Class ด้วยกันชน ด้านหน้าแบบสปอร์ต แก้มข้างเคฟล่าห์พร้อมช่องระบายอากาศกับตราสัญลักษณ์ Brabus เรืองแสงตอนกลางคืน นอกจากนี้ยังมี ไฟ LED โลโก้ BRABUS ให้แสงโทนสีฟ้า ตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉกถูกถอดออกแล้วแทนที่ด้วยตรา Brabus สีดำทะมึน โดยโลโก้ Brabus เกือบทุกจุดนอกตัวถังสามารถเรืองแสงได้ในตอนกลางคืนด้วยหลอดไฟ LED ขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ภายใน


ด้านข้างตัวถังที่ห่อหุ้มด้วยสติกเกอร์สีดำด้านเรียบง่าย เส้นนำสายตาด้านข้างลงตัวกับแก้มข้างที่ทำจากอัลลอย หลังคาของ Brabus E-Coupe 6.1 เป็นหลังคากระจกแบบ Panoramic สามารถเปิดออกได้ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า กระจกหลังคามีฟิล์มป้องกันแสงแดดกับม่านบังแดด ทำงานด้วยมอเตอร์โดยเลื่อนเข้า-ออกได้ตามความต้องการ ทรงของตัวถังแบบสปอร์ตสองประตูใน E-Coupe W212 มีการออกแบบแนวเส้นตัวถังที่โดดเด่นและคมชัด กาบข้างหรือสเกิร์ตด้านข้างงานไฟเบอร์จาก Brabus ส่งให้ตัวถังของมันดูเป็นจริงเป็นจังมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแก้มข้างที่ทำจากคาร์บอนเคฟล่าห์ซึ่งมีมุมของโป่งด้านข้างสอดรับกับโป่งของล้อหลังอย่างลงตัว ชิ้นงานราคาแพงช่วยลดน้ำหนัก นอกจากฝากระโปรงอะลูมินั่มอัลลอยแล้ว บานประตูทั้งสองบานยังเป็นอะลูมินั่มอัลลอยอีกด้วย แนวหลังคาที่โค้งมนของ E-Coupe ไล่ระดับความลาดเอียงลงไปยังส่วนท้าย ซุ้มล้อค่อนข้างกว้าง แต่ความใหญ่โตมโหระทึกของล้อ ทำให้มันเต็มซุ้มแบบพอดิบพอดี จนแทบจะสอดมือเข้าไปไม่ได้ ล้ออัลลอย Brabus โมโนบล็อก ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 นิ้ว ใหญ่ที่สุดของการรวมกันระหว่าง ยาง / ล้อ Brabus โมโนบล็อก VI , E, Q หรือ S ล้อไซส์ยักษ์ ขนาด 9Jx20 ที่ล้อหน้า และ ขนาด 9.5Jx20 ในด้านหลัง วิศวกรของ Brabus เลือกยางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเกรด ZR เพื่อวิ่งในย่านความเร็วทะลุเกิน 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยาง Pirelli P-ZERO Nero ขนาด 245/30 ZR 20 ที่ล้อหน้า และ 285/25 ZR 20 บนล้อคู่หลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อน เป็นความลงตัวที่สมบูรณ์แบบ ด้วยความต้องการในการที่จะถ่ายเทแรงบิดทั้งหมด ให้ลงสู่พื้นถนนแบบไม่ให้รั่วไหลไปไหน ความกว้างของหน้ายางกับเทคโนโลยียางสปอร์ตสมรรถนะสูง ทำให้ราคาค่ายางแพงระยับดับจิต ยังไม่นับรวมล้ออัลลอยขอบ 20 นิ้ว ซึึ่งมีราคาค่าตัวพอๆกับรถเล็กคันหนึ่งเลยทีเดียว


บั้นท้ายของ Brabus E-Coupe 6.1 ประกอบไปด้วย สปอยเลอร์หลังของ Brabus กับชิ้นงานเคฟล่าห์ที่ห่อหุ้มปิดทับชายล่างของสปอยเลอร์หลัง ท่อระบายไอเสีย หม้อพักกลางและท้ายจาก Brabus ท่อระบายไอเสียแบบแฝดที่มุมด้านล่างของสปอยเลอร์ทั้งสองข้าง พร้อมไฟทรงกลมที่บริเวณกึ่งกลางด้านล่างของชุดสปอยเลอร์หลัง ฝาท้ายติดตั้งวิงหลังทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ยึดติดกับฝาท้ายด้วยก้านอะลูมินั่มอัลลอย วิงหลังขนาดกำลังพอดี ช่วยในการสร้างแรงกดส่วนท้ายเมื่อทำความเร็ว ตราสัญลักษณ์ Mercedes Benz ถูกแทนที่ด้วยตรารูปตัว B จาก Brabus อุปกรณ์เสริมเติมเต็มประสิทธิภาพของตัวรถถูกต้องตามหลักแอร์โรไดนามิกส์ โดยผ่านการทดสอบในอุโมงค์ลม แอร์โรพาร์ททุกชิ้นได้รับการคำนวณในขั้นตอนของการพัฒนา นอกจากจะให้ความสวยงามแล้ว ยังช่วยให้อากาศไหลผ่านอย่างเป็นระเบียบขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง ชิ้นงานแอร์โรพาร์ทของ Brabus E-Coupe 6.1 ช่วยลดแรงเสียดทานและสร้างแรงกดตามการไหลของอากาศ ผลิตขึ้นจากคาร์บอนไฟเบอร์เครียร์โคท ให้ความเงางามของชิ้นงานและมีน้ำหนักเบา


กลไกของระบบบังคับเลี้ยวใช้พวงมาลัยไฟฟ้า ผ่านการทำงานของเซนเซอร์สองชุด ทำหน้าที่ปรับน้ำหนักของพวงมาลัยให้เบาหรือหนักผกผันไปตามความเร็วที่แท้จริง ระบบรองรับของ Brabus E-Coupe 6.1 ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพพร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิ้งค์ สปริงและโช้คอัพแบบพิเศษที่ด้านหน้าและด้านหลังของ Brabus E-Coupe 6.1 ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงกดและแรงกระแทก ผ่านการคำนวณค่ามาเป็นอย่างดีในสนามแข่ง เพื่อให้มีความเหมาะสมกับประสิทธิภาพของตัวรถ รองรับแรงที่เข้ามากระทำเมื่อต้องวิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอ ช่วงล่างของรถสปอร์ตรุ่นนี้ มีความแตกต่างจาก E-Coupe รุ่นมาตรฐานราวฟ้ากับเหว เนื่องจาก E-Coupe รุ่นมาตรฐานที่มีจำหน่ายในประเทศไทยมีพละกำลังไม่เกิน 215 แรงม้า ซึ่งต่างจาก Brabus E-Coupe 6.1 ที่มีพละกำลังมากมายมหาศาลเกือบๆ 500 แรงม้า โช้คอัพ สปริง และเหล็กกันโคลงจึงต้องถูกปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับสมรรถนะความแรงของเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มที่ สำหรับระบบส่งกำลังของ Brabus E-Coupe 6.1 เป็นระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีดที่ถูกวิศวกรของค่าย Brabus ปรับอัตราทดใหม่หมดเพื่อการตอบสนองในด้านการทดกำลังในทุกย่านรอบเครื่องยนต์ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดอัตราทดชิดสามารถถ่ายเทแรงบิดจากเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพผ่านเพลากลางลงไปยังเฟืองท้ายตรงไปยังล้อขับเคลื่อนคู่หลัง ระบบห้ามล้อถูกปรับเปลี่ยนใหม่หมด โดยเบรกหน้าใช้คาร์ลิปเปอร์แบบ 6 พอตของ Brabus พร้อมด้วยจานเบรกแบบพิเศษขนาด 360 มิลลิเมตร เบรกหลังเป็นแบบคาร์ลิปเปอร์อัลลอย 4 พอต พร้อมครีบระบายความร้อน รวมถึงการปรับแต่งท่อทางเดินของน้ำมันเบรกใหม่ โดยใช้ท่อเป็นแบบสายโลหะถัก Steel Flex ที่มีความเหนียวและทนทานต่อสภาพการณ์อันสุดขั้ัวขณะที่ต้องเบรกในย่านความเร็วสูง ท่อน้ำมันเบรกแบบพิเศษยัังมีส่วนช่วยในการกระจายความร้อนของน้ำมันเบรกอีกด้วย.

BRABUS E-COUPE 6.1 ราคา 5,990,000 บาท (YUMA MOTOR)-www.yumamotors.com / www.facebook.com/yumamotorsgroup 088-291-9199 / 02-291-9199


MERCEDES BENZ BRABUS E-COUPE 6.1 SPECIFICATIONS
Engine....................................................V8 6,091 cc
Horsepower.............................................462 hp@ 6,200 rpm
Torque.....................................................615 Nm@3,100 rpm
Compression Ratio..................................11.1:1
Transmission............................................6 Speed automatic
Maximum Speed......................................315 km/h
Acceleration.............................................0-100 km/h in 4.7s

DIMENSION
Width.........................................................1,786 mm
Height.........................................................1,393 mm
Length.........................................................4,698 mm
Weight.........................................................1,795 kg

CO2 EMISSIONS
Urban...........................................................9.2 L/100 km
Extra Urban.................................................17.4L/100 km
Conbined.....................................................13.4L/100 km

OPTION
*Complete Brabus Aero Dynamic Set
*Brabus High Efficency Brake System
*Brabus V8 6.1L high Performance Engine
*Brabus Sport Comfort Suspension component
*Brabus Sport Exhaust System
*Brabus Luxury Mastik leather interior Design
*All around Brabus Identity Logo and Embleme
*Brabus Monoblock F Design 20" Wheel Set + Pirelli P-ZERO Nero 245/30 ZR 20 and 285/25 ZR 20

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

ทดสอบตัวเต็มดุสุดจาก Brabus ประลองประสิทธิภาพอัตราเร่ง 0-100 ใน 4.7 วินาที ความเร็วปลาย 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน Mercedes Benz Brabus E-Coupe 6.1... 21 เม.ย. 2557 14:42 23 เม.ย. 2557 15:08 ไทยรัฐ