วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คุณอยู่ที่ไหนของช่องทีวีดิจิตอล

ในสัปดาห์นี้ สถานีโทรทัศน์ หรือทีวีในระบบดิจิตอลจะได้ฤกษ์เบิกชัย ประเดิมการออกอากาศกันอย่างเป็นทางการหลายช่อง ทำให้สนามการแข่งขันเม็ดเงินมากกว่า 1 แสนล้านบาทขึ้นไปเริ่มเดือดไม่แตกต่างจากอากาศที่ร้อนขึ้นทุกวัน

มีการประเมินกันว่า ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการโทรทัศน์จะมีการลงทุนในปีแรกประมาณ 53,000 ล้านบาท ทั้งค่าโครงข่ายสำหรับการออกอากาศ ลงทุนสตูดิโอ อุปกรณ์การออกอากาศ การสำรวจเรตติ้งและงานวิจัย การผลิตรายการ หรือ Content Provider ไปจนถึงการขายอุปกรณ์กล่องรับสัญญาณ และโทรทัศน์รุ่นใหม่ การพัฒนาอบรมบุคลากร และอุปกรณ์การออกอากาศ ซึ่งมีมูลค่าสูงหลายพัน- หลายหมื่นล้านบาท จึงคาดกันว่าในช่วง 5 ปีจากนี้ไปก่อนที่จะถึงการยุติออกอากาศในระบบอนาล็อกจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนสูงตั้งแต่ 100,000 ถึง 150,000 ล้านบาท


เม็ดเงินสะพัดที่สูงอย่างมากๆ ซึ่งมาพร้อมกับการเกิดเทคโนโลยีทีวีดิจิตอล ก็เพราะเป็นผลพวงมากจากเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์ได้รับการพัฒนาอย่างมาก จึงถูกนำมาผสมผสานกับเทคโนโลยีของระบบรับสัญญาณโทรทัศน์จนเกิดระบบดิจิตอลขึ้นมา

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ ภาพ และเสียงที่ส่งผ่านระบบดิจิตอลจะมีความคมชัดสูงกว่าระบบอนาล็อกมาก และยังส่งข้อมูลได้มากกว่าระบบอนาล็อกในหนึ่งช่องสัญญาณด้วย เรียกว่า "Multicasting" นั่นจึงทำให้หลายๆ ประเทศเริ่มเปลี่ยนการรับสัญญาณโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกมาเป็นโทรทัศน์ระบบดิจิตอลกันแล้ว

อย่างที่เราเห็นว่าช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้ มีผลิตภัณฑ์โทรทัศน์ประเภทจอกว้าง และแบน รวมถึงโทรทัศน์ความคมชัดสูง หรือเรียกกันติดปากในช่วงนี้ว่า HDTV ออกมาตีตลาดกันมากมาย ทั้งหมดเป็นไปตามข้อตกลงตามมติที่ประชุมรัฐมนตรีสารสนเทศอาเซียน หรือ AMRI (ASEAN Ministers Responsible for Information) ว่าด้วยทุกประเทศจะต้องแพร่ภาพโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอลได้ และต้องยุติการออกอากาศระบบอนาล็อกในช่วงปี 2558-2563 ดังนั้น ประเทศไทยก็ต้องเร่งผลักดันให้ทีวีดิจิตอลเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน เพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้


การที่มีทีวีดิจิตอลยังช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนในการรับชมข่าวสาร สาระความรู้มากขึ้น เพราะจะมีช่องรายการเพิ่มขึ้น และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ เนื่องจากต่างชาติจะให้ความสนใจในการลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น

นอกจากเม็ดเงินที่สะพัดกว่าแสนล้านบาทแล้ว สิ่งหนึ่งที่ “สำคัญที่สุด” ก็คือ การสรรหาบุคลากรที่คาดว่าจะต้องรับบุคลากรมากกว่า 10,000 คน หากดูเฉพาะตัวเลขจากสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี หรือระบบอนาล็อกเดิม จะมีพนักงานแผนกต่างๆ รวมกันทั้งหมดในแต่ละสถานีเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1,000 คน

ขณะที่สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม จะมีพนักงานประมาณ 100-300 คน วงการทีวีดิจิตอลและทรัพยากรบุคคล หรือฝ่าย HR ประเมินว่า มีสถานีโทรทัศน์ 17 ช่อง จะสร้างโอกาสในการรับพนักงานเพิ่ม 100 คน รวมกว่า 700 คน ส่วนสถานีอีก 7 แห่งจะต้องรับพนักงานเพิ่มตั้งแต่ 300 ถึง 400 คนต่อสถานี

ตัวเลขดังกล่าว คาดกันว่าทีวีดิจิตอลจะต้องรับบุคลากรกว่า 5,000 คน และหากมาเฉลี่ยจำนวนพนักงานในสถานีโทรทัศน์ทีวีดิจิตอลที่จะต้องมีพนักงาน 400 คนต่อสถานี จะทำให้มีบุคลากรในอุตสาหกรรมนี้นับเป็น 10,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ในวงการสื่อสารมวลชนของไทยที่บุคลากรในวงการนิเทศศาสตร์และสื่อสารมวลชนกำลังอยู่ในภาวะขาดแคลน

ยุคทีวีดิจิตอลมาถึงแล้ว กำลังสร้างทั้งคน เพิ่มทั้งงาน กำหนดทั้งการแข่งขัน และพัฒนามาตรฐานทั้งระบบโทรทัศน์ของประเทศไทยในอนาคต สิ่งสำคัญ คือ คนดูครับ จนถึงนาทีนี้คนดูอาจไม่รู้ว่าทีวีดิจิตอลอยู่ที่นี่ หรืออยู่ที่ไหน ก่อนจะได้เปิดดูกันเต็มๆตา 

 

 

บัญชา ชุมชัยเวทย์

บัญชา ชุมชัยเวทย์

ในสัปดาห์นี้ สถานีโทรทัศน์ หรือทีวีในระบบดิจิตอลจะได้ฤกษ์เบิกชัย ประเดิมการออกอากาศกันอย่างเป็นทางการหลายช่อง ทำให้สนามการแข่งขันเม็ดเงินมากกว่า 1 แสนล้านบาทขึ้นไปเริ่มเดือดไม่แตกต่างจากอากาศที่ร้อนขึ้นทุกวัน... 21 เม.ย. 2557 10:35 ไทยรัฐ