วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เชื่อมั่นประเทศไทย ไม่มีวัน “กรุงแตก” ซ้ำสอง

โดย ซูม

เมื่อวานนี้ผมเขียนถึงวันแห่งความทรงจำในช่วงปลายๆเดือนเมษายน ว่ามีอยู่ 2 วัน ได้แก่วันสร้างกรุง 21 เมษายน และวันเสียกรุง 28 เมษายน

ในแง่ลำดับเหตุการณ์วันเสียกรุง อันหมายถึงวันกรุงศรีอยุธยาแตก เกิดขึ้นก่อนในปี พ.ศ.2310 ส่วนวันสร้างกรุงหรือวันพิธียกเสาหลักเมือง สร้างกรุงรัตนโกสินทร์นั้น เกิดขึ้นใน พ.ศ.2325 ห่างกัน 15 ปี

ความตั้งใจของผมในการหยิบยกวันประวัติศาสตร์ทั้ง 2 วันนี้ มาเขียนในช่วงนี้ นอกจากจะเป็นเพราะอยู่ในระยะเวลาที่ตรงวัน หรือใกล้เคียงกับวันดังกล่าวแล้ว ก็เพื่อจะนำมาเตือนสติหลายๆฝ่ายที่กำลังประจันหน้ากันอยู่ในขณะนี้ไปพร้อมๆกันด้วย

ให้นึกถึงเรื่องดีๆและผลพวงแห่งความสำเร็จต่างๆที่เกิดขึ้นหลังวันสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ทำให้คนไทยทั่วหน้าอยู่เย็นเป็นสุขด้วยพระบารมีของพระมหากษัตริย์ทั้ง 9 พระองค์

อาจจะมีความทุกข์ความยากเข้ามาคุกคามบ้าง แต่ด้วยพระปรีชาสามารถในการดำเนินพระราชกุศโลบายที่สำคัญต่างๆ ทำให้ประเทศของเราเอาตัวรอดมาได้โดยตลอด

ขณะเดียวกัน ก็ให้นึกถึงวันแห่งความทุกข์อันใหญ่หลวง คือวัน เสียกรุง ที่ต้องกล่าวอีกครั้งหนึ่งว่าเป็นการสูญเสียที่ย่อยยับอย่างที่สุด

ทำอย่างไรเหตุการณ์ร้ายๆเช่นว่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีก?

แน่นอนสมัยนี้การยกทัพมารุกรานโดยกองทัพต่างประเทศคงไม่มีอีกแล้ว แต่การรบราฆ่ากันเอง เผาผลาญกันเอง จนเสียหายยับเยิน ทั้งชีวิตมนุษย์และทรัพย์สินต่างๆ ไม่ต่างอะไรกับการสูญเสียโดยการรุกรานจากต่างประเทศ...ยังคงเกิดขึ้นเสมอๆทั่วโลก

ย้อนหลังไปในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ก็เกิดเหตุในลักษณะนี้ในหลายๆประเทศ เป็นข่าวใหญ่ที่เราอ่านเราดู ทั้งจากหนังสือพิมพ์และข่าวโทรทัศน์อยู่เนืองๆ

ผมก็ได้แต่หวังว่าเราจะนำสาเหตุของกรุงแตก โดยเฉพาะปัญหาการ ขาดความรู้รักสามัคคีของชาวกรุงศรีอยุธยาในสมัยโน้นมาเป็นบทเรียน

เรามีผู้นำที่อ่อนแอ ผู้ตามที่แตกสามัคคี บ้านเมืองเต็มไปด้วยไส้ศึก และคนขายชาติแปรพักตร์ ฯลฯ (โปรดอ่านนิตยสาร “ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับล่าสุดเมษายน ที่กำลังวางแผงขณะนี้ มีเรื่อง “Shut Down กรุงศรี” และ “อยุธยาใต้เพลิงกัลป์” เป็นเรื่องเอกพอดีเลยครับ)

จึงคล้ายๆกับปัจจุบันนี้ที่เกิดการแตกแยกทางความคิด แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ปฏิเสธซึ่งกันและกัน ถูกปลุกระดมให้โกรธและเกลียดซึ่งกันและกัน

อะไรไม่อะไร ล่าสุดความตึงเครียดดูเหมือนจะเขม็งเกลียวหนักขึ้นไปอีก มีทั้งแถลงการณ์ข่มขู่จากฝ่ายนี้ การตอบโต้จากฝ่ายโน้น อุตลุดไปบนหน้า 1 หนังสือพิมพ์ และช่วงข่าวของโทรทัศน์ทุกช่อง

ยิ่งใกล้ 28 เมษายน วันกรุงแตกเข้ามาเท่าไรก็ยิ่งเครียดขึ้นเท่านั้น

ผมจึงเห็นว่าเราควรจะได้หยิบยกวันแห่งประวัติศาสตร์ทั้ง 2 วัน มาพูดถึงมาเทียบเคียงมาเป็นเครื่องเตือนสติ เตือนความทรงจำกันอีกครั้ง

โดยส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าสถานการณ์แบบกรุงแตก ที่หลายๆฝ่ายห่วงใยว่าจะมีสงครามกลางเมือง จะมีการนองเลือด จะมีการเผาผลาญบ้านเมือง จะเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าในเดือนนี้ เดือนหน้า หรือเดือนไหนๆ

เพราะยังเชื่อในดวงเมืองหรือฤกษ์ของการฝังเสาหลักเมือง ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ท่านทรงมาร่วมในพิธีสวดและบริกรรมทั้งฝ่ายสงฆ์และพิธีพราหมณ์ ถึง 4 วัน 4 คืน ก่อนทรงกระทำพิธีฝังเสาในช่วงมหาฤกษ์ 06.54 น. หรือเช้าตรู่วันที่ 21 เมษายน 2325

หมอดูผู้ชำนาญเรื่องดวง เรื่องฤกษ์พานาที หลายท่านเคยบอกผมว่า นี่เป็นฤกษ์ที่ดีที่สุด แข็งที่สุด แม้ในระหว่างทำพิธีจะมีงู 4 ตัว ไปซ่อนอยู่ในหลุมได้อย่างไรไม่รู้ ทำให้ต้องกลบฝังงูไปด้วย และร่ำลือกันว่าจะ เป็นสิ่งบอกเหตุอะไรหรือไม่ในอนาคต

แต่กาลเวลาก็พิสูจน์แล้วว่าไม่มีอะไร เพราะดวงบ้านดวงเมืองของเราแข็งจริง แม้จะมีเภทภัยต่างๆที่กล้ำกรายมาเป็นครั้งคราว เภทภัยนั้นก็สูญสิ้น หรือสลายไปสิ้นโดยไม่ช้า

ผมจึงยังเชื่อและหวังแม้จนนาทีนี้ว่า เหตุร้ายๆที่หวาดหวั่นกันอยู่ในขณะนี้จะไม่เกิดขึ้น หนึ่งก็เพราะมั่นใจในดวงเมืองอย่างที่เกริ่นไว้แล้ว และสองผมยังเชื่อมั่นไปในส่วนลึกของหัวใจคนไทยเราครับ ว่าโกรธเกลียดกันไปงั้นแหละ

แต่ก็จะไม่ฆ่ากันถึงตายเป็นจำนวนมากๆ เพราะคนไทยเราไม่ใช่คนใจโหดเหี้ยม หรือกระหายเลือด และที่สำคัญใครเป็นฝ่ายลั่นไกลงมือฆ่าคนอื่นก่อน จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทันที...นี่แหละจะเป็นสาเหตุให้ทั้ง 2 ฝ่ายหาทางออกด้วยการเจรจาในที่สุด.

 

"ซูม"

21 เม.ย. 2557 09:23 21 เม.ย. 2557 09:23 ไทยรัฐ