วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชิงเหลี่ยมเลือกตั้งใหม่

โดย สายล่อฟ้า

คงเป็นอีกเงื่อนปมหนึ่งที่คู่ขนานกับการตัดสินคดีของศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.นั่นคือการเลือกตั้งที่ค้างคาอยู่หลังจากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.57 ที่ผ่านมาถือเป็นโมฆะจึงต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่

หลายมุมมองโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช.ระบุว่า การเลือกตั้งจะเป็นยาวิเศษที่จะทำให้สถานการณ์การเมืองคลี่คลายไปในทางที่ดีได้

เช่นกันบรรดาพรรคการเมืองและนักการเมืองต่างก็เห็นตรงกันว่า จะเยียวยาความขัดแย้งได้ระดับหนึ่ง

เป็นประชาธิปไตยที่จะทำให้ระบบเดินหน้าต่อไปได้

จึงมีความพยายามที่จะให้ กกต.เร่งจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด ก่อนหน้านี้ กกต.เคยเรียกประชุมฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อรับฟังความคิดเห็น ผลออกมาว่าไม่ควรรีบเร่งให้มีการเลือกตั้งในห้วงเวลานี้แต่ควรจะทิ้งระยะออกไปก่อน

ด้วยเหตุผลที่ว่าหากบรรยากาศการเมืองยังเป็นอย่างนี้ก็จะเกิดความขัดแย้งมากขึ้นไปอีก จึงควรที่จะหาทางเจรจากันระหว่างคู่ความขัดแย้งเพื่อให้สถานการณ์เป็นไปในทางที่ดีกว่านี้

กกต.เองโดยเฉพาะนายสมชัย ศรีสุทธิยากร 1 ใน 5 เสือ กกต.ซึ่งรับผิดชอบกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ที่ถูกมองว่าชอบล้ำเส้นเลยไปถึงว่าไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งเพราะอยู่ข้าง กปปส.และ ปชป.ได้ให้ความเห็นว่าการเลือกตั้งน่าจะอยู่ในกรอบเวลา 90 วัน

และตั้งรัฐบาลใหม่ราวเดือนตุลาคม 2557

เท่านั้นกระแสกดดันให้นายสมชัยออกจากตำแหน่งและให้ 4 กกต.ลดบทบาทด้วยการเปลี่ยนแปลงงานที่รับผิดชอบเสียใหม่

22 เม.ย.57 กกต.ได้นัดประชุมตัวแทนพรรคการเมืองทุกพรรคเพื่อหารือเรื่องการเลือกตั้ง ทั้งนี้ได้เชิญพรรคประชาธิปัตย์ให้มาประชุมด้วย มีการรับปากและกำหนดตัวบุคคลแล้วคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคจะเข้าประชุมด้วยตนเอง

แน่นอนว่าในฐานะพรรคการเมืองและนักการเมืองการเลือกตั้งคือประตูที่จะเข้ามาสู่เวทีการเมืองอย่างถูกต้องชอบธรรม

และที่แน่ไปกว่านั้นก็คือ พรรคเพื่อไทยที่ให้น้ำหนักการเลือกตั้งเป็นอย่างมากเพราะเชื่อมั่นว่าจะทำให้ชนะการเลือกตั้งกลับเข้ามาสู่อำนาจได้อีกครั้ง

ในสถานภาพปัจจุบันท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งรัฐบาลเพื่อไทยกำลังอยู่ในฐานะที่กำลังจะเพลี่ยงพล้ำทางการเมือง โดยเฉพาะถ้าศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.ชี้ผลออกมาทางด้านลบจะส่งผลให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องพ้นจากตำแหน่งทันที

ที่ยังคัดค้านกันอยู่ก็คือ ครม.จะต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยหรือไม่ถึงกับต้องให้ ศอ.รส.ออกมากดดันศาลรัฐธรรมนูญว่าอย่าวินิจฉัยเกินรัฐธรรมนูญ

นั่นก็คงเป็นเพราะเห็นว่าถ้านายกฯ พ้นจากตำแหน่งก็จริง แต่สามารถให้รองนายกฯ คนใดคนหนึ่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทนได้

สามารถรักษา “อำนาจ” เอาไว้ได้ ไม่ใช่เกิด “สุญญากาศ”

เหนืออื่นใดประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหญ่ก่อนหน้านี้ไม่ส่งผู้สมัครซึ่งก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การเลือกตั้งเกิดปัญหาจึงถูกแรงกดดันให้เข้าร่วมประชุมและต้องส่งผู้สมัคร แต่ก็ยังแสดงท่าทีในลักษณะที่ว่ายังไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งเพราะจะทำให้เกิดปัญหา

การตัดสินว่าจะส่งผู้สมัครหรือไม่จึงเป็นเรื่องที่ประชาธิปัตย์จะต้องคิดหนักเพราะถ้าส่งผู้สมัครก็ต้องเกิดปัญหาขัดแย้งกับ กปปส.ที่คัดค้านเพราะต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศก่อน

ดังนั้นเงื่อนไขเวลาและเหตุการณ์การเมืองที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้จึงเป็นตัวกำหนดสำคัญหากเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา

ก็จะเกิด “เงื่อนไขใหม่” ทางการเมืองทันที.

 

"สายล่อฟ้า"

21 เม.ย. 2557 09:20 21 เม.ย. 2557 09:20 ไทยรัฐ