วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้องปฏิรูประบบเลือกตั้ง จึงจะมีประชาธิปไตยที่แท้จริง

วันนี้ คุณศุภชัย สมเจริญ กกต. เชิญ หัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค เข้าหารือกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ โดยมี คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ คุณจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมด้วย ผมก็ได้แต่หวังว่าวันนี้จะมีทางออกให้กับประเทศไทย ถ้า สองพรรคคู่กัด จะคิดถึงความสงบสุขของบ้านเมืองมากกว่าตัวเอง พรรคพวก และเจ้านาย

การเลือกตั้งทั่วไป ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ ก็เป็นทางออกเดียวที่ดีที่สุด แต่ กกต.จะต้องจัดการเลือกตั้งให้ดีที่สุด ทุจริตซื้อเสียงน้อยที่สุด เพื่อให้สองฝ่ายยอมรับ

การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ผมอยากให้หัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค มอง “การปฏิรูปประเทศ” ที่เป็นปัญหาขัดแย้งเป็นเรื่องหลัก ผมอยากเสนอให้หัวหน้าพรรคทุกพรรคลงมติว่า “รัฐบาลใหม่ที่เกิดจากการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นเพียงรัฐบาลชั่วคราวมีอายุ 1–2 ปี” เพื่อทำหน้าที่บริหารและปฏิรูปประเทศที่เป็นปัญหาให้เสร็จสิ้น แล้วยุบสภาเลือกตั้งกันใหม่ ตามกติกาใหม่ที่ปฏิรูปแล้ว เพื่อไม่ให้มีปัญหาต่อไป

ปัญหาใหญ่ที่ต้องปฏิรูปทันทีก็คือ “ระบบการเลือกตั้ง” ประเทศไทยวันนี้ “วิธีการเลือกตั้ง” และ “วิธีการเข้าสู่อำนาจรัฐ” ของนักการเมือง ไม่ได้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่เป็น “ระบบหุ่นเชิด” และ “นอมินีการเมือง” ที่นักการเมืองผู้มีอำนาจแต่มีคดี ส่งเข้าไปเป็นตัวแทนในรัฐสภา ในรัฐบาล ทำให้บ้านเมืองตกต่ำ ประเทศไร้ประสิทธิภาพ เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชัน จนต้องเรียกร้องให้มีการปฏิรูป

ทางออกของประเทศครั้งนี้ ผมไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ มองด้วยความอีโก้ว่าแพ้ไม่ได้ แต่ขอให้มองแบบนักกีฬาในรอบชิงชนะเลิศ ที่มีกองเชียร์สองฝ่ายเต็มอัฒจันทร์ แน่นอนว่าต้องมีผู้แพ้ ผู้ชนะ แต่ผู้แพ้ต้องยอมรับความพ่ายแพ้อย่างนักกีฬา ปีหน้าค่อยไปสู้กันใหม่ บ้านเมืองจึงจะเดินหน้าไปได้

ปัญหาที่ทำให้ ระบอบประชาธิปไตยไทย กลายเป็น “ประชาธิปไตยหุ่นเชิด” ก็คือ “ระบบการเลือกตั้ง” และ “การเข้าสู่อำนาจรัฐของนักการเมือง” ที่ทำได้ง่ายดายเกินไป ทำให้มีการทุ่มเงินซื้อเสียงเพื่อ ซื้ออำนาจรัฐ สามารถส่งตัวแทนหรือนอมินีลงเลือกตั้งได้ แล้วใช้ฐานเสียงจัดตั้งลงคะแนนให้ เขตไหนมีผู้สมัครคนเดียวได้คะแนนแค่ 20% ของผู้ออกเสียงก็ได้รับเลือกตั้งแล้ว เป็นการเข้าสู่อำนาจรัฐได้ง่ายเกินไป

ส.ส. และ ส.ว. ที่ได้รับเลือกตั้ง จึงไม่ใช่ผู้แทนเสียงข้างมากอย่างแท้จริง แต่เป็นผู้แทนของนักการเมืองและผู้มีอิทธิพล แต่กลับไปใช้อำนาจของประชาชนทั้งประเทศ ยิ่งเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับ อบต. ได้ไม่กี่ร้อยหรือพันคะแนน ก็กุมอำนาจรัฐได้ทั้งตำบล

ตัวอย่าง “ระบบการเลือกตั้งที่ดี” ในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนก็คือ การเลือกตั้งในอินโดนีเซีย ซึ่งมีการออกแบบการเลือกตั้งที่ดี ส่งผลให้อินโดนีเซียได้ผู้นำประเทศที่ดี ทำให้พัฒนาประเทศได้อย่างรวดเร็วจนแซงหน้าประเทศไทย แม้จะมีประชากรมากถึง 250 ล้านคน การทุจริตคอร์รัปชันก็ลดลง เพราะหัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิก

ผมอยากให้ ปฏิรูปการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว.เมืองไทย โดย ใช้รูปแบบการเลือกตั้งผู้นำอินโดนีเซีย เพื่อให้ได้ผู้แทนของประชาชนอย่างแท้จริง การเลือกตั้งผู้นำอินโดนีเซียมี 2 รอบ การเลือกตั้งรอบแรก ผู้สมัครคนใดได้เสียงข้างมากเกิน 50% ของผู้ออกเสียงเลือกตั้ง จะได้รับเลือกตั้งทันที เพราะถือว่าได้เสียงข้างมากจากประชาชนแล้ว แต่ถ้าไม่มีใครได้รับคะแนนเสียงถึง 50% ผู้ที่ได้คะแนนที่ 1 กับที่ 2 จะต้องแข่งกันรอบที่ 2 ใครได้เสียงข้างมาก แม้จะไม่ถึง 50% ก็ถือว่าเป็นผู้ชนะ

ผมว่าเอาวิธีเลือกตั้งผู้นำอินโดนีเซียมาใช้เลือกตั้ง ส.ส. ส.ว.ดีไหม แล้วเราจะได้ผู้แทนของประชาชนอย่างแท้จริงในสภา ไม่ใช่ลูกเมียญาติพี่น้องอดีต ส.ส. ส.ว. หรือผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นส่งเข้ามาเป็นตัวแทนหรือนอมินีในสภาเพื่อรับคำสั่ง แต่ไม่สนใจประชาชนและบ้านเมือง

ถ้าได้ ผู้แทนประชาชนอย่างแท้จริง แล้ว ประชาธิปไตยที่แท้จริง ก็จะบังเกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วบ้านเมืองก็จะมีแต่ความสงบสุขความเจริญก้าวหน้าอย่างแน่นอน.

 

"ลม เปลี่ยนทิศ"

21 เม.ย. 2557 09:11 ไทยรัฐ