วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผบ.ทอ.ออกโรง โต้แถลงศอ.รส.

ไม่ใช่มติของผบ.เหล่าทัพ เทือกเชิญแขกเอเชียทีค ‘แรมโบ้’อบรม‘อพปช.’สู้

ศอ.รส.งานเข้าไม่หยุดหลังออกแถลงการณ์ 7 ข้อ ผบ.ทอ.ออกโรงโต้ไม่ใช่มติ ผบ.เหล่าทัพ แค่แจ้งให้ทราบผ่านตัวแทนเท่านั้น จ่อหารือเหล่าทัพก่อนแสดงจุดยืน ปชป.ได้ทีขย่มซ้ำเรียกร้องกองทัพ-ขรก.ปฏิเสธแถลงการณ์อัปยศหวังป้อง “ปู” ให้พ้นผิด “ภราดร” บอกเป็นข้อสรุปที่ประชุม เพื่อไทยอุ้ม ศอ.รส.แค่เตือนเพราะหวั่นนองเลือด ดุสิตโพลเผยคนหนุนรัฐบาล-กปปส.จับเข่าคุยหาทางออกวิกฤติ “แรมโบ้” อบรม อพปช.เป็นซุปเปอร์การ์ดให้ทัพใหญ่ นปช.ขู่มีแผนลับตอบโต้ศาลรัฐธรรมนูญหากฟัน “ยิ่งลักษณ์” ตกเก้าอี้ “กำนันเทือก” นำมวลชนเดินเท้าปลุกคนกรุงร่วมสู้ยกสุดท้าย ตามเส้นถนนจันทน์ นางลิ้นจี่ เอเชียทีค คปท.ส่งสัญญาณนัดมวลชนชุมนุมช่วงสุญญากาศสบช่องปฏิวัติประชาชนทันที

ส่อเค้าเป็นหนังม้วนยาวสำหรับแถลงการณ์ 7 ข้อของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)หลังจากนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรมในฐานะรอง ผอ.ศอ.รส.ระบุว่า แถลงการณ์ดังกล่าวผ่านความเห็นชอบของผู้แทนเหล่าทัพแล้วนั้น ล่าสุด พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ออกมาตอบโต้ว่าไม่ใช่มติของเหล่าทัพแต่อย่างใด

ผบ.ทอ.ปัดแถลงการณ์ ศอ.รส.เป็นมติ

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ในฐานะรอง ผอ.ศอ.รส.ระบุว่า การออกแถลงการณ์ ศอ.รส.ฉบับที่ 1 ผ่านการหารือกับตัวแทนทหารทุกเหล่าทัพ ตำรวจและหัวหน้าส่วนต่างๆว่า ถ้ามองตามหลักการถือว่าเขาพูดถูก เพราะการประชุม ศอ.รส. แต่ละครั้งจะมีผู้แทนจากเหล่าทัพ ตำรวจ ข้าราชการ เข้าร่วมกันครบ ถ้าเขาจะอ้างเช่นนั้นก็ถือเป็นสิทธิ์ คำพูดก็ตรงตามตัวอยู่แล้วคือผู้แทน ไม่ใช่ ผบ.เหล่าทัพ ทั้งนี้ ผู้แทนเหล่าทัพทำหน้าที่เพียงให้ข้อมูล ข้อเสนอ หรือการแสดงความคิดเห็น แต่ไม่สามารถตกลงใจหรือปฏิเสธเรื่องใดๆในที่ประชุม ศอ.รส.ได้ โดยเฉพาะเรื่องสำคัญ โดยผู้แทนจะทำรายงานการประชุม ศอ.รส. เสนอให้ ผบ.แต่ละเหล่าทัพรับทราบทุกครั้ง ถ้าเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจ ผบ.เหล่าทัพก็จะมาหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ก่อนจะมีมติเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวทางเหล่าทัพยังไม่มีโอกาสหารือกันเลย ถ้าจะให้พูดเป็นการแจ้งให้ทราบโดยผ่านตัวแทนเหล่าทัพเท่านั้น

จ่อถกเหล่าทัพก่อนแสดงจุดยืน

เมื่อถามว่า ถือเป็นการมัดมือชกหรือไม่ พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะดูจากคำสัมภาษณ์ไม่ได้อ้างว่าผ่านความเห็นชอบจาก ผบ.เหล่าทัพ แต่บอกว่าผ่านการหารือร่วมกันจากตัวแทนเหล่าทัพ ตรงนี้ต้องแยกแยะให้ออก เพราะการประชุมไม่ว่าจะเป็นการประชุมอะไรก็ตาม บางครั้งเป็นการขอมติที่ประชุม บางครั้งก็แค่แจ้งให้ทราบว่าจะดำเนินการอย่างนั้นอย่างนี้ เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเรียกร้องให้ ผบ.เหล่าทัพ ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านแถลงการณ์ ศอ.รส.ฉบับที่ 1 พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ต้องขอเวลาหารือกันในส่วนของเหล่าทัพก่อน เรื่องนี้คงต้องคุยกันอยู่แล้ว

ปชป.ได้ทีจี้กองทัพ-ขรก.ปฏิเสธ

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากข้าราชการที่ร่วมประชุม ศอ.รส.ว่าแถลงการณ์ของ ศอ.รส.ไม่ใช่มติ ศอ.รส.เพราะผู้แทนเหล่าทัพได้พยายามทักท้วง แต่กลับมีการตัดบทให้เป็นมติ ศอ.รส.ที่ทุกคนเห็นชอบ ดังนั้นขอให้กองทัพและข้าราชการต้องแสดงจุดยืนต่อแถลงการณ์อัปยศที่ทำลายโครงสร้างนิติรัฐของประเทศ เป็นเครื่องมือปกป้องนักการเมืองที่ทำผิด ซ้ำยังกระทำระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทด้วย และถือเป็นโอกาสดีที่ข้าราชการจะได้แสดงความจงรักภักดีโดยปฏิเสธแถลงการณ์อัปยศที่ปกป้องนายกรัฐมนตรีพ้นความผิด เพื่อสั่งสอนนักการเมืองพรรคเพื่อไทย ถ้าไม่ออกมาโต้แย้งสกัดแถลงการณ์นี้เท่ากับสนับสนุนให้คนเสื้อแดงใช้ความรุนแรง จึงขอให้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่มติ ศอ.รส.เพื่อให้แถลงการณ์ดังกล่าวเป็นโมฆะ และเห็นว่านายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรมกำลังเป็นหมาหัวเน่า เพราะเอาความเห็นส่วนตัวมาแอบอ้างเป็นมติ ศอ.รส. ส่วนข้าราชการที่เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ก็ต้องรับผิดตามมาตรา 157 เช่นเดียวกับฝ่ายการเมือง รวมถึงความผิดฐานกบฏ ซึ่งคณะกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ด้วย

“องอาจ” ซัด “อ๋อย” แทนศาล รธน.

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการที่โพสต์เฟซบุ๊กสนับสนุนแถลงการณ์ ศอ.รส. และกล่าวหาศาลรัฐธรรมนูญเป็นต้นเหตุปัญหาว่า ศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่ได้สับสนในบทบาทตัวเองตามที่นายจาตุรนต์กล่าวหา แต่ไม่แน่ใจว่านายจาตุรนต์และพรรคพวกมีความสับสนหรือพยายามทำให้สังคมสับสนตามไปด้วย พยายามดิสเครดิตศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งยังไม่ให้ความร่วมมือศาลรัฐธรรมนูญพยายามซื้อเวลาเพื่อรักษาอำนาจเอาไว้ให้นานที่สุด เมื่อศาลรัฐ– ธรรมนูญตัดสินไม่ถูกใจพรรคเพื่อไทยก็ออกมาโจมตีศาลรัฐธรรมนูญ จึงไม่ทราบว่าใครสับสนหน้าที่

“ภราดร” บอกเป็นข้อสรุปที่ประชุม

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวว่า แถลงการณ์ ศอ.รส.เป็นเรื่องของการวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ ของผู้ที่มีหน้าที่ดูแลความมั่นคง ที่ดูจากรากเหง้าปัญหา และปฏิกิริยาการต่อสู้ในสังคม ที่ต้องการสื่อไปถึงการทำหน้าที่ของทุกองค์กร รวมทั้งคณะรัฐมนตรี กลุ่มผู้ชุมนุม ว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสมอภาค ประชาชนต้องใช้สติในการเข้าร่วมชุมนุม ถ้าทำอะไรไม่เกินอำนาจหน้าที่มันก็ไม่มีปัญหา ไม่ได้หมายถึงแค่ศาลรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการ ป.ป.ช.เท่านั้น และไม่ใช่เป็นการคุกคาม เพราะไม่ได้ใช้กำลัง ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์อ้างมีข้าราชการในที่ประชุม ศอ.รส.ให้ข้อมูลแถลงการณ์ ศอ.รส.ไม่ใช่มติและมีผู้แทนเหล่าทัพทักท้วงนั้น ยืนยันถือเป็นข้อสรุปในที่ประชุม ศอ.รส.แล้ว ไม่ได้รวบรัดออกเป็นแถลงการณ์อย่างที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวอ้าง รวมถึงตรงนี้ไม่ใช่เรื่องของมาตรา 7 พรรคประชาธิปัตย์หวังจุดประเด็นทางการเมืองมากกว่า ส่วนข้าราชการที่ไปให้ข้อมูลคงไปห้ามไม่ได้

พท.ป้อง ศอ.รส.แค่เตือนสกัดนองเลือด

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์คำแถลงของศอ.รส. 7 ข้อ เป็นการแทรกแซงการทำงานองค์กรอิสระว่า ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยตรวจสอบเนื้อหาในแถลงการณ์ของ ศอ.รส.พบว่า ไม่ได้ทำเกิน หน้าที่ เพราะมีการพูดถึงองค์กรอิสระทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง อาจทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในสังคม บ้านเมืองอาจเกิดการนองเลือด จึงออกแถลงการณ์เตือนให้ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ดูแล้วเป็นเกมการเมือง กดดันการทำงาน ศอ.รส. มากกว่า ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชา– ธิปัตย์ระบุจะดำเนินคดีกับผู้บริหาร ศอ.รส.ทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ข้อหากบฏ รวมถึงเรียกร้องให้ยุบ ศอ.รส.ทิ้ง เพราะทำตัวเป็นคู่ขัดแย้งเองนั้น เป็นแผ่นเสียงตกร่อง เป็นเกมการเมือง สมัยพรรคประชาธิปัตย์ตั้ง ศอฉ. ก็มีการเรียกประชาชนไปรายงานตัว และมีการสลายการชุมนุมจนมีผู้เสียชีวิต 99 ศพ ก็ยังไม่รับผิดชอบ เชื่อว่า ศอ.รส.ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ไม่ใช่เป็นคู่ขัดแย้ง ขอให้เลิกยุแหย่ ได้แล้ว ดังนั้นการกล่าวหาว่า ศอ.รส.กดดันองค์กรอิสระจึงไม่เป็นจริง

“แรมโบ้” อบรม อพปช.นัด 2

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา นครราชสีมา นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน แกนนำ นปช.ในฐานะประธานอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ (อพปช.) เปิดอบรม อพปช.ครั้งที่ 2 มีแกนนำ อพปช.แต่ละภาคทั้ง 4 ภาค นำมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนมากเข้ารายงานตัวร่วมสวนสนามท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวแดดจัดทำให้บางคนถึงกับหน้ามืดจะเป็นลมต้องใช้ยาดมตามๆกัน โดยนายสุภรณ์กล่าวว่า การฝึกอบรม 2 วัน 1 คืน เพื่อเรียนรู้ในการปกป้องพิทักษ์ ประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการต่อต้านการยึดอำนาจทุกรูปแบบ ทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ฝึกศิลปะการป้องกันตัว

เตรียมแผนโต้กลับศาล รธน.

นายสุภรณ์กล่าวว่า นปช.ถือว่าเป็นทัพหน้า อพปช.เป็นแนวรบที่สอง พวกเราพร้อมที่จะเป็นซุปเปอร์การ์ดที่จะเข้าไปช่วยคุ้มครองดูแลพี่น้องที่ไปเรียกร้องประชาธิปไตย และพร้อมเป็นทัพเสริมให้กับ นปช.ได้ทุกเวลา เราคงไม่ยอมให้บ้านเมืองนี้ถูกคุกคามโดยเผด็จการหรือองค์กรอิสระใดๆ เช่น ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีเรื่องการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ถือว่าเป็นการปล้นประชาธิปไตยอีกทางหนึ่ง ดังนั้น อพปช.จะหารือกันเพื่อหาแนวทางมีมาตรการตอบโต้ แต่อาจมีการเคลื่อนไหวในยุทธวิธีที่แตกต่างจาก นปช.บ้าง เรามีทั้งแผนเปิดเผยได้ และแผนลับที่เราไม่สามารถเปิดเผยได้

ตำรวจเผยมาตรการ รปภ.ม็อบ

วันเดียวกัน พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ได้เตรียมมาตรการดูแลความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 2 กลุ่ม เพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อนของกลุ่มมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์รุนแรง มีการเตรียมกำลังทหาร ตำรวจ ดูแลสถานที่ราชการและพื้นที่การชุมนุม ทั้ง นปช. และ กปปส. กำหนดพื้นที่เพื่อวางกำลังในสถานที่ ราชการที่สุ่มเสี่ยงเป้าหมายสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ทำเนียบรัฐสภา ศาล เวทีชุมนุมของกลุ่ม นปช. และ กปปส. เพื่อป้องกันการเผชิญหน้ากลุ่มผู้ชุมนุม ตั้งด่านตรวจค้นและวางกำลังเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจอยู่ระหว่างผู้ชุมนุม ส่วนการป้องกันเหตุชุมนุมในช่วงศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำพิพากษานั้น พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวัน แต่เจ้าหน้าที่ได้เตรียมแผนไว้ครบทุกด้านแล้ว ซึ่งสถานการณ์ชุมนุมต้องรอฟังผลคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ว่ามีผลต่อการเคลื่อนไหวเผชิญหน้ากลุ่มผู้ชุมนุมอย่างไร

โพลหนุนรัฐบาล-กปปส.จับเข่าคุย

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,374 คน เรื่อง “ประชาชนมองความวุ่นวายทางการเมืองไทยวันนี้อย่างไร” พบว่าร้อยละ 55.63 ระบุว่าเศรษฐกิจต้องหยุดชะงัก ค่าครองชีพสูง ข้าวของแพง เงินไม่พอใช้ รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ร้อยละ 26.74 ไม่ได้รับความสะดวกเรื่องการเดินทาง ไปทำงาน ไปเรียน ค้าขายไม่ได้ ร้อยละ 17.63 ทำให้คนทะเลาะกัน แตกแยกกันมากขึ้น นอกจากนี้ร้อยละ 45.39 เห็นว่าทางที่จะยุติความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและ กปปส. คือ จะต้องพูดคุยเจรจากันเพื่อหาข้อยุติให้ได้โดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 80.57 เห็นว่า ความวุ่นวายทางการเมืองไทยเข้าขั้นวิกฤติแล้ว เมื่อถามว่า ถ้าจะให้การเมืองไทยวันนี้ยุติความวุ่นวาย ควรทำอย่างไร ร้อยละ 45.81 ทุกฝ่ายต้อง ร่วมมือกัน ยอมถอยคนละก้าว ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ร้อยละ 36.19 เห็นว่า ควรแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี ส่วนผู้ที่จะทำให้การเมืองไทยยุติความวุ่นวายได้นั้น ร้อยละ 63.98 คนไทยทุกคน

เจ้าคุณธงชัยปัดร่วมปลุกพระ กปปส.

เมื่อช่วงเย็นพระพรหมมังคลาจารย์ (เจ้าคุณธงชัย) ผช.เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจตามคำนิมนต์ของโยมที่ประเทศอังกฤษ ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวระบุว่าตนเองไปเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธประชานฤมิตรพิชิตมารกับกลุ่ม กปปส. ในวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า ตนไม่ได้เดินทางไปร่วมในพิธีดังกล่าวแต่อย่างใด และไม่เคยมีกิจกรรมทางการเมืองกับกลุ่มการเมืองใดๆ หรือฝ่ายใดทั้งสิ้น เพราะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง รู้สึกตกใจที่มีชื่อไปปรากฏ เป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษกกับกลุ่ม กปปส. ทั้งนี้ ในวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้รับนิมนต์จากนายวิชัย ศรีวัฒนประภา หรือรักศรีอักษร นักธุรกิจเจ้าของกลุ่มคิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ในอังกฤษให้ไปสวดมนต์ที่สนามคิงพาวเวอร์ สเตเดียม เลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เนื่องจากสโมสรได้เลื่อนขึ้นไปเล่นในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้า โดยเดินทางจากประเทศไทยช่วงกลางคืนวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมาพร้อมกับพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูป ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่ตนจะไปเป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษกกับกลุ่ม กปปส.

คปท.เล็งจัดงานบุญใหญ่

ด้านความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ตลอดทั้งวันยังคงเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย โดยนายอุทัย ยอด– มณี ผู้ประสานงาน คปท. เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ยังคงไม่เคลื่อนไหวออกจากที่ตั้ง จะเน้นการเคลื่อนไหวทางวิชาการ ที่จัดต่อเนื่องมาแล้ว 2 วันได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะประชาชนได้ทราบรายละเอียด เป้าหมายในการต่อสู้ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการคำนึงถึงด้านความปลอดภัย เนื่องจากการข่าวเชิงลึกทราบว่ามีคนหมายที่จะทำร้ายแกนนำหรือสร้างความสั่นสะเทือนให้ผู้ชุมนุม แต่ในวันที่ 21 เม.ย.นี้ จะมีกิจกรรมทำบุญเลี้ยงพระ และอุทิศให้ผู้ชุมนุมที่เสียชีวิต เนื่องในวันครบรอบ 232 ปี กรุงเทพมหานคร

ชี้ พ.ค.จุดเปลี่ยนการเมืองไทย

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่เวที คปท.มีการจัดเสวนา ลานประชาธิปไตย มวลมหาประชาสนทนา ครั้งที่ 3 หัวข้อ “ศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.จะคลี่คลายวิกฤติการเมืองได้จริงหรือ” โดยมีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. ร่วมเสวนาและแสดงความคิดเห็นตรงกันว่า ผลการวินิจฉัยในคดีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงของศาลรัฐธรรมนูญ และผลการชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรีในคดีจำนำข้าว ของ ป.ป.ช. จะทำให้เกิดจุดเปลี่ยนการเมืองภายในเดือน พ.ค.นี้ แน่นอน

ส่งสัญญาณปฏิวัติประชาชน

นายนิติธรกล่าวว่า เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช.จะตัดสินให้รักษาการนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งไม่เกิน ช่วงวันที่ 16 พ.ค. หลังจากนั้นเกิดปัญหาสุญญากาศ ปัญหาแย่งชิงตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีภายในพรรคร่วมรัฐบาล ถึงเวลานั้นเมื่อไหร่พี่น้องประชาชนจะมีความชอบธรรมในทำการปฏิวัติประชาชน ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศทยอยเดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมตามเวทีต่างๆให้เต็มพื้นที่ เพื่อร่วมกันถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันฉัตรมงคล และร่วมกันให้กำลังใจพี่น้องชาวนาทั่วประเทศที่จะเดินทางเข้า กทม.มาในวันพืชมงคล 6 พ.ค. รวมทั้งอยู่รักษาพื้นที่ชุมนุมจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.ที่พยายามประกาศตัวเป็นพ่อทุกสถาบัน แสดงพฤติกรรมข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช. ถึงเวลาให้เข้าควบคุมสถานที่ต่างๆ โดยทันที

สตูลเข้ากรุงสมทบ “กำนัน”

เช้าวันเดียวกัน กลุ่ม กปปส.สตูล นำโดยนายวิภัชรภณ สุธากุล ประธาน กปปส.สตูล รวมตัวบริเวณหน้า ร.ร.บ้านคลองขุด ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล เพื่อเดินทางมาร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส.ที่กรุงเทพฯ ทั้งนี้นายประยูร โขขัด เลขาฯและผู้ประสานงาน กปปส.สตูล กล่าวว่า นอกจากมีกลุ่ม กปปส.ใน จ.สตูล แล้วยังมีกลุ่ม กปปส. อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล ขึ้นรถไฟ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อร่วมสมทบกับกลุ่ม กปปส.กรุงเทพฯ เพื่อร่วมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ให้กำลังใจศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช. ที่ถูก ศอ.รส. แถลงการณ์กดดันชี้นำเมื่อวันก่อน และจะเดินทางกลับในวันที่ 24 เม.ย. เพื่อเตรียมตัวร่วมชุมนุมใหญ่กับกลุ่ม กปปส.ที่ กทม.อีกครั้งหนึ่ง คาดว่าน่าจะเป็นช่วงต้นเดือน พ.ค.นี้

กปปส.คึกจัดขบวนเดินแต่เช้า

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่สวนลุมพินี ว่าตั้งแต่ 08.00 น. มีการจัดขบวนที่จะเดินรณรงค์ให้คน กทม.ออกมาร่วมชุมนุมใหญ่ครั้งสุดท้ายกับ กปปส.โดยมีจุดหมายที่เอเชียทีค กระทั่งเวลา 10.00 น.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมด้วยแกนนำ อาทิ นายถาวร เสนเนียม นายวิทยา แก้วภราดัย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายชุมพล จุลใส นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นำมวลชนเคลื่อนขบวนออกจากเวทีสวนลุมพินี มีขบวนรถมอเตอร์ไซค์นำหน้า สำรวจพื้นที่ก่อนที่ขบวนจะไปถึงในแต่ละจุด ท่ามกลางการ์ดอาสาที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้มงวด

ย่านถนนจันทน์คนแห่รับแน่น

เมื่อขบวนออกจากสวนลุมพินี มุ่งหน้าเข้าถนนสีสม ได้มีประชาชนรอข้างทางเพื่อบริจาคเงิน ขบวนเลี้ยวขวาผ่านแยกนราธิวาสฯ เข้าถนนสาทร เดินตรงต่อไปยังซอยสวนพลู เข้าสู่ถนนนางลิ้นจี่ จากนั้นได้หยุดพักรับประทานอาหารที่หน้าตึกทีพีไอทาวเวอร์ บริเวณแยกถนนจันทน์ตัดกับถนนนราธิวาสฯ จากนั้นได้ออกเดินต่อไปยังถนนจันทน์ มุ่งหน้าเจริญกรุงเพื่อไปยังเอเชียทีค ซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัยปรากฏว่ามีประชาชนมารอให้การต้อนรับเป็นจำนวนมากตลอด 2 ข้างทาง พร้อมสิ่งของ ขนม อาหารและน้ำดื่มมาคอยบริการผู้ชุมนุมที่เดินเป็นระยะ และดักรอมอบเงินสนับสนุนให้แก่นายสุเทพ เพื่อเป็นกำลังใจ พร้อมได้มีการถ่ายรูปกับแกนนำเป็นที่ระลึกโดยเฉพาะคนชรา และเด็กๆ จึงทำให้การเคลื่อนขบวนในจุดนี้เป็นไปอย่างล่าช้า โดยขบวนติดอยู่ที่บริเวณถนนจันทน์นานกว่า 3 ชั่วโมง แกนนำจึงประกาศขอความร่วมมือประชาชนที่จะนำเงินและสิ่งของมอบให้นายสุเทพ ให้จัดระเบียบอยู่ซอยเลขคี่ ด้านซ้ายมือ เพื่อความเรียบร้อยและรวดเร็ว

ขอมวลชนมาชุมนุมตามนัด

กระทั่งเวลา 17.00 น. ขบวนนายสุเทพยังเดินทางไม่ถึงเอเชียทีคตามที่คาดการณ์ไว้ เพราะมีประชาชนจำนวนมาก สุดท้ายเวลา 19.00 น.ขบวนนายสุเทพเดินทางถึงเอเชียทีค ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง โดยขากลับได้จัดรถยนต์มารอรับแกนนำกลับเวทีสวนลุมฯ ขณะที่นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.ได้กล่าวว่า ขอให้ประชาชนที่อยู่ในบ้านและเฝ้ารอดูหน้าทีวีดาวเทียมทางบลูสกายที่เป็นนักรบหน้าจอ ขอให้ออกมาช่วยขับไล่รัฐบาลแสดงออกตามสิทธิพลเมืองในวันที่แกนนำประกาศนัดชุมนุมใหญ่ต่อเนื่องให้เต็มทุกถนน ที่นัดหมายชุมนุม เพราะรัฐบาลนี้ไร้ความชอบธรรมที่จะอยู่รักษาการแล้ว

“เทือก” ลั่นเที่ยวนี้ต้องน็อกให้ได้

จากนั้นนายสุเทพได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่เอเชียทีคว่า ถ้าปฏิรูปตามที่เราตั้งใจไม่ได้ ไม่มีการเลือกตั้งโดยทั่วไปโดยเด็ดขาด ที่ผ่านมาเราเคยออกมาไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เป็นล้านคน และมีการ ชุมนุมหลายรอบ แต่ด้านไม่ออก คราวนี้ระดมทั้งประเทศ ทั้งประชาชน ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจเอาหมดเลย เที่ยวนี้น็อกให้ได้ การออกเดินเชิญชวนวันนี้เพื่อเชิญชวนประชาชนซอยสวนพลู ถนนนางลิ้นจี่ ถนนจันทน์ และประชาชนอื่นๆ เตรียมตัวให้พร้อม ถ้ากำนันเป่านกหวีดวันไหนให้มาออกช่วยชาติ เราจะร่วมใจการต่อสู้เพื่อชาติ ต้องเอาชนะหมู่มารให้หมดไปจากประเทศไทย ภายหลังนายสุเทพปราศรัยเสร็จมวลชน ได้ขึ้นรถยนต์เดินทางกลับเวทีสวนลุมพินีทันที

เดินหน้าปลุกมวลชนร่วมชุมนุมใหญ่

จากนั้นเวลา 20.35 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีสวนลุมพินีปราศรัยว่า จากการออกไปเชิญประชาชนในวันนี้ คาดว่าเมื่อนัดชุมนุมใหญ่จริง จะมีประชาชนออกมาชุมนุมสร้างสถิติใหม่ของโลกที่พลเมืองดีออกมาไล่ทรราชอย่างแน่นอน ตนเดินฝันยามเที่ยงแบบนี้เหมือนพี่น้องที่เดินร่วมกัน การต่อสู้ของเราครั้งนี้ไม่ใช่การแย่งชิงอำนาจ แต่เราทวงอำนาจไม่ให้อยู่กับมารร้าย ขอให้ประชาชนออกมาให้มากหลายๆล้านคนให้รู้ไปทั่วโลกว่า คนไทยไม่ยอมให้อำนาจอธิปไตยตกอยู่ในมือมารอีกต่อไป การปฏิบัติการช่วงสุดท้ายนี้ จะออกเชิญชวนตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย. ในวันทำการเราจะไปพบข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ วันเสาร์-อาทิตย์ออกเดินถนนสายต่างๆที่เราไม่เคย เมื่อปฏิบัติครบถ้วนแล้วจะปรึกษาแกนนำกำหนดวันนัดหมาย เพื่อให้ประชาชนเข้าร่วมกับเราในวันเผด็จศึกได้พร้อมเพรียงกันทั้งประเทศ

21 เม.ย. 2557 07:16 ไทยรัฐ