วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ชินวัตร’พร้อมถอย จะวางมือ ทักษิณส่งสัญญาณ

ถ้าคืนความยุติธรรมให้ประเทศ ชี้แนวโน้มแรงให้แดงเลี่ยงปะทะ ปชป.ขู่รีบเลือกตั้งจะซํ้ารอย2ก.พ.

พท.-ปชป.ชิงเหลี่ยม ชงเงื่อนไขก่อนร่วมวงถก กกต. กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ เพื่อไทยขีดเส้น 15 มิ.ย. ต้องได้เลือก ไล่ตะเพิด “สม-ชัย” พ้นหน้าที่จัดการเลือกตั้ง“ลูกโอ๊ค” เหน็บ “มาร์ค” วิจารณ์พ่อไม่แมน ปชป.ตั้งการ์ดสูงชู 5 เงื่อนไข ขู่ทำไม่ได้หนังม้วนเก่ากลับมาฉายซ้ำแน่ ยืนกรานคุมเสื้อแดงป่วนไม่ได้อดลงสนาม “พงศ์เทพ” โต้ไม่มีแผนลากเกมอำนาจ เหน็บที ปชป.สู้คดีก็ขอสอบพยานเพิ่ม “เด็จพี่” ตามกระทุ้งป.ป.ช.เลิกดอง 7 คดี “มาร์ค-เทือก” “ปลาบู่”ตอกกลับตั้งฉายา“จารุพงศ์” แสบ ป.ป.ช.ย้ำไม่มีธงฟันจำนำข้าว “ทักษิณ” ส่งสัญญาณหวั่นนองเลือด ชี้เสี่ยงปฏิวัติสูง แบะท่า “ชินวัตร” ปิดฉากการเมืองแลกทุกฝ่ายต้องจบ “ประชา” เตือนถึงยึดอำนาจก็ปกครองไม่ได้

ปัญหาขบเหลี่ยมจัดการเลือกตั้งระหว่างรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์และ กกต. ยังไม่จบ ต่างฝ่ายตั้งเงื่อนไขสูงลิบ ส่อลากสถานการณ์เข้าสู่จุดอับ ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ วิเคราะห์ผ่านคนใกล้ชิด ชี้โอกาสปฏิวัติมีสูง ทิ้งไพ่อีกรอบตระกูล “ชินวัตร” พร้อมเลิกเล่นการเมือง หากทุกฝ่ายยอมจบ

พท.ยื่น 5 ข้อเดินหน้าเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 เม.ย. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า การหารือร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมพรรคการเมืองอื่น ในวันที่ 22 เม.ย. เพื่อกำหนดกรอบการเลือกตั้งใหม่ พรรคเพื่อไทยที่ส่งนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไปร่วมหารือจะเสนอข้อกำหนด 5 ข้อต่อ กกต. อาทิ ให้จัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน การแก้ไขระเบียบการรับสมัครเลือกตั้ง ให้สมัครทางไปรษณีย์หรือทางอินเตอร์เน็ตได้ ให้จัดสถานที่ปลอดภัย เช่น ค่ายทหาร ค่าย ตชด. เป็นสถานที่ลงคะแนน รวมถึงให้ กกต. เคร่งครัดดำเนินคดีกับกลุ่มที่ขัดขวางการเลือกตั้งด้วย ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารจัดการเลือกตั้ง ระบุว่า จะจัดการเลือกตั้งภายใน 90 วัน โดยให้เลือกตั้งระหว่างวันที่ 20-27 ก.ค.นั้น ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบัน

เย้ย “มาร์ค” หวังเป่าคดีสลายแดง

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ดังนั้นวันที่ 22 เม.ย. กกต.ควรมีกรอบเวลาชัดเจนว่าจะจัดการเลือกตั้งใหม่วันใด พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับข้อเสนอของพรรคเล็ก 53 พรรค ให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 15 มิ.ย. ถ้าเสียงส่วนใหญ่ต้องการให้จัดการเลือกตั้งโดยเร็ว กกต.ต้องปฏิบัติตาม หากยังยื้อแล้วเกิดวิกฤติการเมือง กกต.ต้องรับผิดชอบ ส่วนเงื่อนไขที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งไว้ก่อนจะลงเลือกตั้งนั้น ดูแล้วเป็นข้ออ้างที่พยายามหาเหตุไม่ลงเลือกตั้ง เพื่อเลี้ยงม็อบ กปปส.ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เล่นการเมืองแบบรับลูกแตะมือกันป่วนเมือง ถ้าไม่ลงสมัครครั้งนี้ต้องถูกร้องยุบพรรค แม้ไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องเดินหน้าเลือกตั้งต่อไป ขอท้าให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศลงเลือกตั้ง ถ้าไม่กล้าก็ให้ลาออกจากหัวหน้าพรรค เพราะทราบข้อมูลจากคนในพรรคประชาธิปัตย์ว่า ทุกวันนี้ที่พยายามยื้อไม่ลงเลือกตั้ง เพื่อต้องการล้มคดีสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง 99 ศพ จริงหรือไม่

ตะเพิด “สมชัย” พ้นจัดเลือกตั้ง

นายพร้อมพงศ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีมวลชนเสื้อแดงชุมนุมขับไล่นายสมชัย ระหว่างนำนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) รุ่นที่ 5 ของ กกต. ลงพื้นที่ดูงานที่ จ.ลำพูนนั้น เป็นกระจกสะท้อนการทำหน้าที่ของนายสมชัย ว่า หากทำหน้าที่อย่างขาดสติ มีอคติทางการเมือง จะเกิดปัญหากับองค์กร ถ้าประชาชนไม่ยอมรับจะสะท้อนออกมาให้เห็นเช่นนี้ จึงขอให้ กกต.ทบทวนบทบาทตัวเอง และเปลี่ยนหน้าที่นายสมชัยไปทำงานด้านอื่นแทนการบริหารจัดการเลือกตั้ง ขณะที่นายสมชัยก็ควรแสดงความรับผิดชอบลาออกจากการทำหน้าที่บริหารจัดการเลือกตั้ง ให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทน เพื่อมิให้ กกต.ทำงานลำบาก

“โอ๊ค” เหน็บ “อภิสิทธิ์” ไม่แมน

วันเดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า การเปรียบเทียบ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำเหมือนเล่นวีดิโอเกมนั้น นายอภิสิทธิ์อาจเห็นชีวิตคนอื่นมีค่าเพียงวีดิโอเกมหรือเกมการเมือง ขณะเป็นนายกฯจึงสลายการชุมนุมด้วยวิธีรุนแรง มีคนบาดเจ็บล้มตายมาก วิธีที่ไม่ให้มีการเสียชีวิตและเลือดเนื้อ ไม่ให้ไทยฆ่าไทย นายอภิสิทธิ์ทำได้ง่ายๆ คืออย่าบอยคอตเลือกตั้ง ควรแสดงภาวะผู้นำลงสู้ศึกเลือกตั้ง และคอยตบกบาล ส.ส.ประชาธิปัตย์ว่า อย่าเที่ยวไปปลุกม็อบมาขัดขวางการเลือกตั้ง แค่นี้บ้านเมืองก็สงบแล้ว อย่าให้คนรู้สึกว่าพอรู้ตัวว่าแพ้เลือกตั้งแน่ ก็ถอดใจไม่สู้ศึก แล้วมายุให้คนไทยแตกแยกทะเลาะกันเอง แบบนี้ดูเหมือนไม่เป็นลูกผู้ชาย วันนี้ตรงกับวันอีสเตอร์ เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองวันที่พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนม์ชีพ หากมวลมหาประชาธิปัตย์จะถือเป็นฤกษ์ดี เลิกบอยคอตขัดขวางการเลือกตั้ง กลับมายึดมั่นในระบบรัฐสภา ถือเป็นการฟื้นประชา-ธิปตายให้กลับมาเป็นประชาธิปไตยอีกครั้ง

ปชป.ขู่ฉายหนังม้วนเก่าซ้ำ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การหารือวันที่ 22 เม.ย. ยังไม่ควรกำหนดว่าต้องเลือกตั้งภายในวันที่ 15 มิ.ย. เพราะการกำหนดวันเลือกตั้งที่ไม่มีหลักประกันว่าจะไม่เกิดปัญหา ย่อมเป็นการเลือกตั้งที่ไม่เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองหากไม่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายก่อน เพราะเชื่อว่าหนังม้วนเก่าจะย้อนกลับมา คือมีคนคัดค้านจนการเลือกตั้งเป็นโมฆะอีก และอาจเป็นการเลือกตั้งที่มีปัญหามากกว่าวันที่ 2 ก.พ. จึงขอเสนอ 5 แนวทางการแก้ไข คือ 1.ทุกฝ่ายมีความจริงใจ 2.ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ไม่มีประโยชน์แอบแฝงใช้การเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ส่วนตน 3.นำผลการเลือกตั้งที่เป็นโมฆะวันที่ 2 ก.พ. มาเป็นบทเรียน 4.ต้องอยู่บนพื้นฐานของการเสียสละจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 5.รัฐบาลและ กกต. ต้องให้ความมั่นใจว่าการเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ เที่ยงธรรม ไม่มีความรุนแรง

ขวางเลือกตั้งตัดวงจรอุบาทว์

นายองอาจกล่าวอีกว่า ทั้ง 5 ข้อ ถือเป็นพื้นฐานที่จะทำให้การเลือกตั้งได้รับการยอมรับ แม้การหารือวันที่ 22 เม.ย. จะไม่ใช่บทสรุป แต่ถ้าเริ่มต้นได้ก็จะเป็นโอกาส แต่ถ้ายังคิดใช้การเลือกตั้งนำไปสู่การสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง การพูดคุยก็ไม่เกิดประโยชน์ ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ประกาศมาตลอดว่าพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง แต่ต้องเป็นการเลือกตั้งที่ทุกฝ่ายยอมรับ และหาทางออกให้วิกฤติประเทศได้ จึงยืนยันว่าเราไม่ขัดขวางการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะลงสมัครหรือไม่ก็ตาม แต่เราคัดค้านวงจรอุบาทว์จากการเลือกตั้ง ที่ไม่ได้เป็นไปเพื่อบ้านเมือง แต่ใช้เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมเข้าสู่อำนาจ เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการทุจริตคอร์รัปชัน

ความรุนแรงไม่ลดอดลงสนาม

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อพรรคเพื่อไทยยังแสดงความไม่เคารพกระบวนการตรวจสอบตามระบอบประชาธิปไตย ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลรัฐธรรมนูญ จึงขอแนะนำให้ไปหาประเทศอื่นลงสมัคร ส.ส.ดีกว่า โดยพรรคจะยกประเด็นขึ้นมาหารือ ได้แก่ 1.กรณีที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยแสดงความไม่เคารพระบบตรวจสอบ เป็นพฤติกรรมขัดต่อหลักการระบอบประชาธิปไตย 2.มีคนเสื้อแดงไล่อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และ กกต.บางคน มีการขอดูรายชื่อผู้โดยสารเครื่องบินที่สนามบินลำปาง ถามว่าหากเป็นเช่นนี้จะหาเสียงได้อย่างไร จะไม่มีการตายเกิดขึ้นหรือ ในเมื่อความรุนแรงยังไม่ลดลงก็ไม่ต้องพูดถึงการเลือกตั้ง เพราะเป็นไปไม่ได้ 3.หากหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ เชื่อว่าต้องใช้เวลาอีกนานกว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้น

“พงศ์เทพ” โต้ไม่มีแผนยื้ออำนาจ

อีกเรื่อง นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ระบุรัฐบาลใช้ 3 ยุทธศาสตร์ เพื่อยื้อเวลาการกุมอำนาจว่า การจะให้นายกฯทูลเกล้าฯอะไรต้องถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ เดิมวุฒิสภาจะขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาวาระถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ออกจากตำแหน่ง ซึ่งทางเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาทำความเห็นกลับมา และตอบเลขาธิการวุฒิสภาไปแล้วว่า การถอดถอนบุคคลเป็นเรื่องวุฒิสภาดำเนินการเอง จากนั้นแจ้งมาใหม่จะขอเปิดเพื่อแต่งตั้งกรรมการ ป.ป.ช. จึงให้เลขาธิการ ครม. กับเลขาธิการกฤษฎีกาไปหารือร่วมกับเลขาธิการวุฒิสภา แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป และถ้าต้องมีการถวาย พ.ร.ฎ.จริง ก็ต้องให้เวลาสำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวังด้วย ต้องมีขบวนการและต้องดูด้วยว่าควรเป็น ส.ว.ชุดไหนมาปฏิบัติหน้าที่ เพราะมีการประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ว.บางส่วนไปแล้ว และเตรียมจะประกาศอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งคาบเกี่ยวกันอยู่ มันน่าจะเป็นวุฒิสภาชุดเดียวกันปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ต้นจนจบ คือตั้งแต่ตรวจสอบจนลงมติ และในกระบวนการแต่งตั้งและถอดถอนไม่ควรดำเนินการเสร็จภายในวันเดียว

จวกที ปชป.สู้คดีก็ขอสอบพยานเพิ่ม

นายพงศ์เทพกล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นการขอขยายเวลาชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการโอนย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นั้น ความจริงนักกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์เข้าใจดี ไม่ว่าศาลไหนเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องปกติมาก เอกสารที่นายกฯขอไปยังศาลปกครอง ยังไม่ได้มา และมีช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์เชื่อว่าเวลาสู้คดีพรรคประชาธิปัตย์ก็ขอขยายเวลาเช่นกัน หรือคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่ ป.ป.ช.สอบสวนอยู่ พยานที่ขอให้สอบเพิ่มเติมเป็นข้าราชการประจำเกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งใช้เวลาสอบไม่นานวันเดียวเสร็จ ไม่เห็นว่าจะทำให้การพิจารณาช้าออกไป การให้พยานสำคัญมาชี้แจงต่อ ป.ป.ช. ไม่สำคัญกว่าหรือไงกับการที่ ป.ป.ช.มาชี้ขาดบุคคลระดับนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์จะมากล่าวหาว่ายืดเวลาเพื่อกุมอำนาจต่อมันไม่ใช่

กระทุ้ง ป.ป.ช.เลิกดองคดี “มาร์ค-เทือก”

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 21 เม.ย. จะไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อสอบถามความคืบหน้าคดีสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ 7 เรื่อง ได้แก่ 1.กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ สั่งสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 2.การจัดสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง 3.กรณีมีคำสั่งปิดสัญญาณดาวเทียม เป็นเหตุให้ 36 เว็บไซต์ภายในประเทศและ 15 เว็บไซต์ต่างประเทศ 15 ประเทศ ใช้งานไม่ได้ ช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เดือน เม.ย.53 4.การประกาศแนวคิดจะซื้อดาวเทียมไทยคมคืน ทั้งที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ 5.กรณี ครม.มีมติเมื่อปี 2552 ออกใบอนุญาตก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่พัฒนาเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง โดยไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 6.กรณีนายสุเทพส่อทุจริตต่อหน้าที่เกี่ยวกับวิกฤติน้ำมันปาล์ม 7.กรณีนายสุเทพในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ปล่อยให้มีการทุจริตในคณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยาง ในการปรับเพิ่มอัตราจัดเก็บเงินสงเคราะห์สวนยาง ตาม พ.ร.บ.กองทุนสงเคราะห์การทำงานสวนยาง คดีเหล่านี้ไม่มีความคืบหน้า เมื่อเทียบกับคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ ป.ป.ช.ไต่สวนอย่างรวดเร็ว

“ปลาบู่” ตั้งฉายาให้ “จารุพงศ์”

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและ รมว.มหาดไทย ข่มขู่ ป.ป.ช.ถ้าตัดสินคดีจำนำข้าวไม่ดีก็ตัวใครตัวมัน ว่า เป็นพฤติกรรมที่น่าตำหนิ เพราะไม่เคยสนใจชาวนาที่เดือดร้อนจากการทุจริตโครงการจำนำข้าว แต่กลับปกป้องคนโกง ชี้ให้เห็นว่า นายจารุพงศ์ปฏิเสธกระบวนการประชาธิปไตยของราชอาณาจักรไทย จึงเป็นความชอบธรรมที่คนไทยจะปฏิเสธอำนาจของรัฐบาล ที่ใช้พฤติกรรมเหมือนนักเลงข้างถนน ดังนั้นชาวนาก็มีสิทธิเรียกนายจารุพงศ์ว่าเป็น “หัวหน้าพรรคเพื่อโจร” เพราะปกป้องโจรขโมยข้าวจนทำให้ชาวนาฆ่าตัวตายไปกว่า 10 รายแล้ว

ป.ป.ช.ย้ำไม่มีธงฟันจำนำข้าว

นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ระบุหากผลคำตัดสินในคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมาไม่ดี ป.ป.ช.ต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบ ว่า ไม่เป็นไร กรรมการ ป.ป.ช.แต่ละคนมีความรับผิดชอบในหน้าที่ มีเหตุผล ดูข้อเท็จจริง ไม่ได้มองสิ่งที่อยู่ภายนอกหรือเสียงคาดการณ์ เรื่องการข่มขู่นั้นคิดว่าเมื่ออยู่ในกฎหมายไทย คงไม่มีใครคิดจะทำสิ่งไม่ดีงามที่จะกระทบสิทธิผู้อื่น หาก ป.ป.ช.มีเหตุผลเขาน่าจะรับได้ ขอให้ดูเหตุผลของ ป.ป.ช.ก่อน ยืนยันว่า ป.ป.ช.ไม่มีธงตัดสินคดีจำนำข้าว ทั้งนี้คาดว่าในต้นเดือน พ.ค. คณะทำงานคดีจำนำข้าวน่าจะสรุปสำนวนคดีส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณาได้ ต้องรอดูสำนวนก่อนว่ามีข้อมูลเพียงพอที่จะชี้มูลได้เลยหรือไม่ ส่วนที่ทีมทนายความนายกฯติดใจเรื่องที่ ป.ป.ช.ตัดพยานออกไปเป็นจำนวนมากนั้น พยานบางคนที่ถูกตัดไป เพราะ ป.ป.ช.ได้ข้อเท็จจริงจากพยานคนอื่นอยู่แล้ว เช่น กรณีนายสมชัย สัจจพงษ์ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่ ป.ป.ช.มีข้อมูลการให้ถ้อยคำของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังอยู่แล้ว

“ทักษิณ” ส่งสัญญาณหวั่นนองเลือด

ทางด้านความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อเนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์จนถึงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณยังคงอยู่ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย รัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรี รวมทั้งคนใกล้ชิด เดินทางไปพบและหารือถึงสถานการณ์การเมือง โดย พ.ต.ท.ทักษิณได้แสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ และคิดว่ามีแนวโน้มจะเกิดความรุนแรง จึงส่งสัญญาณมายังคนเสื้อแดงให้หลีกเลี่ยงการปะทะ การเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้าม แต่ให้แสดงพลังเต็มที่ เพราะเชื่อว่าสังคมเริ่มเห็นแล้วอะไรเป็นอะไร การตัดสินคดีความขององค์กรอิสระ หรือศาลรัฐธรรมนูญ หากตั้งธงเอาไว้ ก็จะเสื่อมไปเอง คนจะไม่ยอมรับ

เสี่ยง ปว.แบะท่า “ชินวัตร” ขอจบ

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังประเมินว่า มีโอกาสสูงที่จะเกิดการปฏิวัติภายหลังการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในคดีของนายกฯและ ครม. แต่ไม่ได้ดำเนินการโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. แต่มีความพยายามจากอดีตนายพลผู้ทรงอิทธิพลจากสายบูรพาพยัคฆ์และเครือข่าย ที่กำลังหาคนมาทำปฏิวัติแทน ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณได้แสดงความรู้สึกสงสาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่โดนกดดันอย่างหนัก แต่ชื่นชมว่ามีความอดทนดีมาก ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณได้กล่าวกับคนใกล้ชิดที่ไปพบว่า ถ้าทุกฝ่ายคืนความยุติธรรมให้ประเทศ แล้วขอให้จบ ทำให้ประเทศสงบ ขอให้ คนตระกูลชินวัตรเลิกเล่นการเมืองก็พร้อม เพราะถ้าปล่อยไปอย่างนี้เรื่อยๆ ก็เสี่ยงเกิดความรุนแรง

เตือนยึดอำนาจแต่ปกครองไม่ได้

นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า การที่นายอภิสิทธิ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในข้อกฎหมายนั้น ถ้ากฎหมายเป็นกฎหมาย และผู้บังคับใช้กฎหมายมีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีอคติ ไม่ยัดเยียดความผิดให้ผู้ใดหรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ทุกคนย่อมเคารพและให้ความศรัทธาเชื่อถือ หากไม่เป็นเช่นนั้นการนองเลือดมิคสัญญีเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เมื่อนั้นไม่ว่าองค์กรไหนก็อยู่ไม่ได้ วันนี้พระสงฆ์องค์เจ้ายัง ออกมาเตือนสติศาลรัฐธรรมนูญ น่าจะตั้งสติคิดกันให้ดี ใครที่กำลังถูกชักใยบังคับอยู่ก็ควรทำในสิ่งที่ถูกที่ควร เพราะสุดท้ายแม้จะใช้กฎหมายยึดอำนาจจากรัฐบาลไปได้ แต่ก็ปกครองไม่ได้ ประชาชนเห็นหมดแล้วว่าประเทศเกิดอะไรขึ้น เขาไม่ยอมแน่ เช่นเดียวกับการปฏิวัติโดยทหาร ถ้ายึดอำนาจไปก็ปกครองไม่ได้ วันนี้ประชาชนตื่นตัวหมดแล้ว เขาไม่รอโดนกระทืบหรอก “อยากฝากถึงนายสุเทพว่าได้คิดบ้างหรือยัง อนาคตถ้าคุณชนะจะไปอยู่ตรงไหน และถ้าแพ้ตัวเองจะมีชะตากรรมอย่างไร”

หวั่นไทยล่มเหมือนไททานิก

นายนพดล ปัทมะ คณะกรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้รัฐนาวาไทยเสี่ยงจะล่มเหมือนเรือไททานิก ทำให้ประชาชน 65 ล้านคนเปรียบเหมือนผู้โดยสารเดือดร้อน ต้นเหตุเกิดจากคนไทยด้วยกันไม่ยึดกติกา ไม่รักษาระบอบประชาธิปไตย ทั้งม็อบ กปปส. ที่ตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ พรรคการเมืองที่บอยคอตการเลือกตั้ง องค์กรอิสระวางตัวไม่เป็นกลาง ทางออกประเทศที่จะฝ่าคลื่นลมไปได้คือการให้คนไทยทั้งประเทศกำหนดชะตากรรมผ่านการเลือกตั้ง ไม่ควรให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเลือกแทนคนทั้งประเทศ หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ก็จะมีรัฐบาลของประชาชน มีสภาปฏิรูปประเทศ หลังจากนั้น 6 เดือน ถึง 1 ปี ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ถือเป็นเสียงเรียกร้องของคนทั้งประเทศ ให้ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งโดยเร็ว เพราะพรรคการเมืองเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ต้องการเสนอตัวให้ประชาชนเลือก แต่ถ้าจะมีพรรคใดบอยคอตก็เป็นสิทธิ แต่ประเทศไทยคงไม่รอพรรคนั้น ต้องเดินหน้าออกจากวิกฤติให้เร็วที่สุด

พรรคเล็กชูเท่าเทียมทั่วไทย

วันเดียวกัน เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมดิ เอม-เมอรัลด์ มีการเปิดตัวพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย มีนายธนพร ศรียากูล เป็นหัวหน้าพรรค น.ส.มณีรัตน์ มิตรประสาท เป็นเลขาธิการพรรค โดยนายธนพร กล่าวว่า สโลแกนของพรรคคือเท่าเทียมทั่วไทย มีนโยบายหลักสนับสนุนให้ปฏิรูปโครงสร้างด้าน ต่างๆของประเทศ อาทิ การแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างยั่งยืน ไม่ให้ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง การนิรโทษกรรมประชาชนที่ถูกดำเนินคดีทางการเมือง ยกเว้นผู้สั่งการและแกนนำ จัดทำประชามติว่าจะให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ยุบตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ให้มีการเลือกตั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านโดยตรง มีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี ยกเลิกคำนำหน้านาม นาย นางสาว นาง

“นิธิ” หนุนเลิก ผวจ.-นายอำเภอ

ขณะที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ เป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทย นำกระเช้าดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดีโดยนายธนพร ออกมาให้การต้อนรับ

ต่อมา นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการอิสระ กล่าวปาฐกถาว่า ที่ผ่านมาพรรคที่จะทำนโยบายเชิงโครงสร้างประเทศ ไม่เคยมีพรรคไหนประสบความสำเร็จทางการเมือง แต่วันนี้สังคมเปลี่ยนไปมาก ไม่แน่ว่าพรรคคนธรรมดาฯอาจประสบความสำเร็จก็ได้ โดยเฉพาะนโยบายที่เสนอให้ลงประชามติให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อกล้าเสนอก็ต้องกล้าทำด้วย และการยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค ยุบตำแหน่งผู้ว่าฯ ยุบตำแหน่งนายอำเภอ เพราะมีตำแหน่งนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่แล้ว

สอนเชิง กปปส.ปฏิรูปประเทศ

ต่อมามีการเสวนาหัวข้อ “พรรคการเมืองกับนโยบายปฏิรูป” โดยนายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า วันนี้สถานการณ์บ้านเมืองไม่ได้เป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่มุ่งทำร้ายประชาธิปไตยในบ้านเมือง การแก้ไขปัญหาการเมืองที่ถูกต้องเคารพประชาธิปไตย การจะชนะทางการเมืองต้องให้คนทั้งประเทศยอมรับ ไม่ใช่ละเมิดความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ แบบนี้ไม่มีทางชนะ หรือจะแก้ไขโดยรัฐประหารก็สวนทางกับโลกปัจจุบัน น่าเสียดายที่มีคนจำนวนมากอยากให้ทำแบบนี้ ส่วนการปฏิรูปวันนี้ กปปส.ผลักดันและอ้างการปฏิรูปมากที่สุด แต่สิ่งที่เสนอไม่ใช่การปฏิรูป เช่น เสนอตั้งสภาประชาชน นายกรัฐมนตรี มาตรา 7 เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่กระบวนการประชาธิปไตย ไม่ใช่นโยบายปฏิรูปอย่างแท้จริง

“อุเทน” เสนอทุกฝ่ายยอมเป็นผู้แพ้

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงกรณี กกต.นัดพรรคการเมืองประชุมในวันที่ 22 เม.ย.ว่า เหตุการณ์วิกฤติความขัดแย้งมาถึงวันนี้ ต้องถึงเวลาของทุกฝ่ายโปรดเอื้ออาทรต่อกัน หยุดความขัดแย้ง หันหน้ามาร่วมมือร่วมใจเพื่อประเทศไทย เพื่อในหลวง หมดเวลาเอาชนะซึ่งกันและกัน ขอให้ทุกกลุ่มยอมเป็นผู้แพ้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศและประชาชนเป็นผู้ชนะ โดยขออนุญาตร้องขอไปถึง รัฐบาลและนายกฯ หลังวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งเป็นวันฉัตรมงคล โปรดกราบบังคมทูลขอ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งล่วงหน้าเหมือนเช่นปี 2549 และขอลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนกลุ่มต่างๆที่ชุมนุมประท้วง ขอให้สลายการชุมนุม กลับไปรณรงค์การเลือกตั้งตามเจตจำนงที่พวกท่านต้องการ เพื่อให้ประชาชนมาเลือก ส่วน กกต.โปรดใช้ความกล้า ไม่เลือกข้าง โดยใช้ อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ในการจัดการเลือกตั้ง

บี้ กกต.คิดนอกกรอบผ่าวิกฤติ

นายอุเทนกล่าวว่า มาถึงวันนี้ที่จะให้ประเทศไทยออกจากวิกฤติ ทุกฝ่ายต้องกล้าคิดนอกกรอบ กกต.ต้องมีจุดเริ่มต้นจึงจะเกิดจุดเปลี่ยนแปลง ทั้งสองการกระทำ คือการจัดใหม่ ทำใหม่ คือรีเซตที่เป็นการทำที่ดีขึ้น ประหยัด มีประโยชน์กว่าเดิม ในอดีตประชาชนอยู่ในวงจรการเมืองแบบไทย นับวันวิถีทางการเมืองที่เกิดขึ้นก็แย่และหนักกว่าเดิม สร้างความเสียหายแก่ชาติ กลุ่มต่างๆที่อยู่บนท้องถนนยังอยากให้บ้านเมืองเป็นเช่นนี้อีกหรือ จะเป็นแบบนี้อีกนานแค่ไหน ขอให้หยุดเอาชนะ โปรดหันหน้ามาคุยกัน มารีเซตให้เกิดจุดเปลี่ยนที่ดีต่อลูกหลานของเรา อย่าให้ประวัติศาสตร์ต้องจารึกว่าพรรคเก่าแก่ พรรคใหญ่ ไม่ได้ทำอะไรที่ดีแก่บ้านเมืองเลย ถ้าตนเป็น กกต. เป็นรัฐบาล หรือกลุ่มที่คัดค้าน จะไม่ทำลายโอกาสที่มีที่ได้รับมา และจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวังในการเลือกตั้ง

“ทักษิณ” โพสต์คลิปห่วงบ้านเมือง

ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายมหวรรณ กะวัง นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย อดีตแกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้โพสต์คลิปวีดิโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ความยาว 1.57 นาที เป็นภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ฝากความคิดถึงประชาชนชาวเชียงใหม่ ช่วงที่เดินทางไปรดน้ำดำหัวที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประประชาชนจีน พ.ต.ท.ทักษิณพูดเป็นภาษาเหนือว่า “สวัสดีพี่น้องชาวเชียงใหม่ ต้องขอบคุณที่ยังเมตตา คิดถึง ห่วงใย และช่วยเหลือพรรคเพื่อไทยให้ได้รับการเลือกตั้ง ผลพลอยได้ผมอาจได้กลับบ้านมาอยู่กับพี่น้อง อยากบอกว่าสบายดี ไม่ต้องห่วง แข็งแรงดี ยังเฝ้าติดตามเรื่องราวประเทศไทยตลอดเวลา และช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยดีขึ้น เพราะขณะนี้เหตุการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยดี มีการแย่งอำนาจโดยไม่ยึดหลักนิติธรรมและคุณธรรม ทำให้เกิดความวุ่นวาย แต่เราต้องอดทน ถ้าฝ่ายที่ถูกต้องไม่อดทนหรือยอมแพ้ บ้านเมืองก็ไปไม่ได้ อยากบอกว่าวันนี้อดทนกันอีกนิด รักษาความถูกต้อง ความเป็นธรรม และหลักการทางประชาธิปไตยไว้ วันนี้ต้องคิดถึงอนาคตลูกหลานแล้ว ไม่ใช่คิดถึงแต่ตัวเอง อยากฝากบอกชาวเชียงใหม่ว่า คนบ้านเราอดทน น้องสาวผมก็อดทนสมกับเป็นคนเชียงใหม่ ขอให้ชาวเชียงใหม่มีแต่ความสุข ความเจริญ ขอให้ทุกคนมีความสุข”

21 เม.ย. 2557 07:10 21 เม.ย. 2557 07:11 ไทยรัฐ