วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คารวะปลัดกิตติพงษ์

โดย ซี.12

ในบรรดาปลัดกระทรวงทั้งหลาย นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม น่าจะเป็นปลัดกระทรวงที่ครองตำแหน่งมายาวนานที่สุด

บทบาทและการวางตัวของ ปลัดกิตติพงษ์ เป็นบทบาทของข้าราชการประจำที่ยืนหยัดทำหน้าที่ของตัวอย่างถูกต้องและเสมอต้นเสมอปลายไม่ว่าฝ่ายการเมืองคือ รัฐมนตรี จะเปลี่ยนหน้ามากี่คน และในช่วงสัปดาห์ที่แล้วมีข่าวพัวพันถึงบทบาทของปลัดกระทรวงโดยรวมมีการอวดอำนาจเรียกประชุมและข่มขู่ต่างๆนานา

ปลัดกิตติพงษ์ ได้แสดงความคิดและจุดยืนต่อสาธารณะออกมาได้ชัดเจน ถึงแม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านพ้นไปแล้วก็น่าจะเป็นตัวอย่างให้ ข้าราชการ เห็นว่า คนดีมีฝีมือ นั้น เขาวางตัวอย่างไร มีความกล้าหาญขนาดไหนดังนี้

“ในห้วงเทศกาลสงกรานต์มีผู้สอบถามผมเข้ามาเป็นจำนวนมากว่าผมจะเดินทางไปร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงที่ศอ.รส.จัดขึ้นในวันที่ 17 เมษายนนี้หรือไม่ มีหลายท่านได้กรุณาแสดงทัศนะและ แนะนำต่างๆ ด้วยความปรารถนาดี ซึ่งผมต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ

ผมขอเรียนว่าหลังจากที่ผมได้พิจารณาข้อมูลต่างๆอย่างรอบด้านแล้ว ผมตัดสินใจจะเข้าร่วมประชุมในวันที่ 17 เมษายนนี้ ตามที่ทาง ศอ.รส.ได้เชิญมาครับ

ที่ผ่านมาผมยังไม่เคยมีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงของเรื่องที่เกิดขึ้นกับศอ.รส.โดยตรงเลย ในการประชุมคราวนี้ หากได้รับโอกาสผมจะได้แจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบถึงข้อเท็จจริงในส่วนของผมที่นำมาสู่เหตุการณ์ในวันที่ 8 เมษายน

นอกจากนี้ การที่ ศอ.รส.ได้เชิญเพื่อนๆปลัดกระทรวงของผมมาประชุมในคราวนี้ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการกระทำของผม ผมคิดว่าผมควรจะถือโอกาสนี้แจ้งให้เพื่อนๆปลัดกระทรวงได้ทราบถึงความเป็นมาของเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยตนเองด้วย

จากการที่ผมเป็นอดีตกรรมการ คอป.และทำงานเกี่ยวข้องกับการสร้างความปรองดองและการปฏิรูปมายาวนาน ผมเป็นผู้หนึ่งที่เชื่อในการพูดคุย รับฟังและหารือกันต่อหน้าอย่างตรงไปตรงมา แทนที่จะต่างตนต่างพูดโดยหลีกเลี่ยงการที่จะได้พบปะพูดคุยและรับฟังกัน ผมคิดว่าผมควรยึดถือหลักการนี้ไว้

ผมเชื่อว่าผมและเพื่อนข้าราชการทุกคนตระหนักดีถึงความสำคัญของบทบาทของข้าราชการในสถานการณ์ความขัดแย้งนี้

ข้าราชการ นั้นหมายถึง ผู้ที่ทำกิจการของพระราชา ซึ่งในที่นี้หมายถึงการเป็นผู้รับผิดชอบใน “งานของแผ่นดิน” อันเป็นงานของส่วนรวม เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับทุกข์สุขของประชาชน และเกี่ยวข้องกับความเจริญขึ้น หรือเสื่อมลงของบ้านเมืองโดยตรง

ความภาคภูมิใจในความเป็นข้าราชการคือการที่ได้ทำงานเพื่อส่วนรวมให้ประชาชนชื่นใจ มิใช่การทำงานให้พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใด

ในท่ามกลางความขัดแย้งนี้ ข้าราชการต้องมีความหนักแน่น อดทนที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ อันเป็นงานของแผ่นดินให้ดีที่สุด โดยรักษาความเป็นกลางทางการเมือง และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบ้านเมืองครับ”

ถ้าสถานการณ์ทางการเมืองนำพาไปสู่จุดที่คณะรัฐมนตรีสิ้นสภาพไปทั้งคณะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่รักษาการต่อไปได้ และปลัดกระทรวงต้องปฏิบัติหน้าที่แทนแล้ว ปลัดกิตติพงษ์ นี่แหละที่สมควรเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี.

 

“ซี.12”

20 เม.ย. 2557 11:28 ไทยรัฐ