วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มองระบบ

โดย สหบาท

“ภาพรวมสถานการณ์ดีขึ้น จำนวนเหตุที่เกิดเป็นเรื่องการก่อกวน เมื่อเทียบปี 2548-2552 จำนวนคดีลดลง นโยบายไม่เปลี่ยนในเรื่องความพร้อมของหน่วย ผู้นำหน่วยทุกระดับสำคัญ การอำนวยความยุติธรรม ความเสมอภาคเป็นธรรม คำนึงสิทธิมนุษยชน ยึดกฎหมาย ลดเงื่อนไข ทำงานมวลชน”

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่กำชับนโยบายให้ผู้นำหน่วยระดับ รอง ผบช.-ผกก. ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 อำเภอ จ.สงขลา เพื่อทำหน้าที่รักษาความไม่สงบในพื้นที่

จากสถิติเหตุก่อความไม่สงบตั้งแต่ปี 2547 จนถึง มี.ค.2557 มีเหตุเกิด 16,206 เหตุ แยกเป็นเหตุก่อความไม่สงบ 8,697 เหตุ คดีอาชญากรรม 4,181 เหตุ ก่อกวน 3,074 เหตุ และปะทะ 254 เหตุ มีผู้เสียชีวิต 3,475 ราย และได้รับบาดเจ็บ 9,187 ราย

จำนวนเหตุ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้เสียชีวิตลดลง แต่กลุ่มผู้ที่ก่อความไม่สงบได้หันมาใช้ระเบิดและอาวุธสงครามตอบโต้เจ้าหน้าที่รุนแรงมากขึ้น

พล.ต.อ.อดุลย์ อาศัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่สถานการณ์ชุมนุมผ่อนคลาย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ปฏิบัติที่เสี่ยงตายในพื้นที่ นำประสบการณ์ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ในช่วงสถานการณ์รุนแรงที่สุดและมีส่วนคลี่คลายสถานการณ์มาใช้เป็น “บทเรียนรุ่นน้อง”

จากข้อจำกัดในการป้องกันเหตุรุนแรงและเข้าถึงที่เกิดเหตุ เนื่องจากฝ่ายผู้ก่อเหตุอยู่มาเป็น 100 ปี มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาความรู้มากขึ้น จำเป็นต้องเน้นความพร้อมของหน่วยในระดับโรงพัก หน่วยปฏิบัติการพิเศษ งานสืบสวน งานมวลชนเข้าถึงประชาชน

เร่งรัดสืบสวนจับกุมตามหมายจับ การสืบสวนเพื่อพิสูจน์ทราบผู้กระทำผิดและดำเนินคดีอย่างมีประสิทธิภาพ พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และขจัดปัญหาภัยแทรกซ้อนที่เชื่อมโยงและสนับสนุนผู้ก่อเหตุ

ในการแต่งตั้งโยกย้าย มีนโยบาย “หมุนเวียนกำลังพล” เพื่อให้มีขวัญกำลังใจในการทำงาน และจากประสบการณ์ที่อยู่ในพื้นที่ต่อเนื่องของ พล.ต.อ.อดุลย์ ได้อาศัยขนบธรรมเนียมประเพณี ศาสนา วัฒนธรรม สภาพปัญหา ขวัญกำลังใจผู้ปฏิบัติมาใช้

แม้สถานการณ์ดีขึ้น ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนพึงพอใจเจ้าหน้าที่ แต่ความหวาดกลัวในเรื่องพยานคดี และเป้าหมายในการก่อเหตุรุนแรงยังพุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ

จึงยังเป็นงานหนักของผู้นำตำรวจ!!!

 

สหบาท

20 เม.ย. 2557 10:15 ไทยรัฐ