วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทุกอย่างควรจบลงที่ศาล

การออกแถลงการณ์ ข่มขู่ ป.ป.ช. และ ข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญ ที่กำลังพิจารณาคดีของ นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว และกรณีก้าวก่ายแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ของ ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. ซึ่งเป็นหน่วยงานพิเศษของรัฐบาลปลายสัปดาห์ก่อน ต้องบอกว่าสร้างความเซอร์ไพรส์ไปทั่วโลก

น่าจะเป็นครั้งแรกในโลกที่หน่วยงานรัฐบาลออกแถลงการณ์ข่มขู่ ป.ป.ช. หน่วยงานของรัฐเอง ซึ่งกำลังทำหน้าที่สอบสวนคดีทุจริตคอร์รัปชัน และข่มขู่ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่กำลังทำหน้าที่พิจารณาคดีของนายกรัฐมนตรี

เหตุผลที่ ศอ.รส.อ้างในแถลงการณ์ คือ กลัวว่า ป.ป.ช.จะวินิจฉัยว่า นายกฯยิ่งลักษณ์ เข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้รัฐเสียหาย ซึ่งจะมีผลให้ ต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่นายกฯตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 และหาก ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า นายกฯยิ่งลักษณ์ กระทำการก้าวก่ายแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 266 รัฐมนตรีทั้งคณะก็จะต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 180

แถลงการณ์ ศอ.รส. ระบุว่า แม้มาตรา 181 จะบัญญัติว่า คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ แต่ก็มีการคาดการณ์ล่วงหน้าแล้วว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะได้วินิจฉัยเกินจากรัฐธรรมนูญ คือ วินิจฉัยว่าคณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่ง โดยจะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 181 อีกไม่ได้

แถลงการณ์ ศอ.รส.ฉบับนี้ เป็นการข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญอย่างเปิดเผย เพื่อกดดันศาล แต่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ยอม ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันทีว่า

พฤติกรรมของ ศอ.รส. เป็นการก้าวก่ายและแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรตุลาการหนึ่งในอำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ เป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของ ศอ.รส. และยืนยันว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งขู่กลับว่า หากการดำเนินงานของ ศอ.รส. กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ในความเป็นจริง ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้พิจารณาตัดสินคดีของนายกฯยิ่งลักษณ์ สองวันก่อน คุณพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษากฎหมายรัฐบาล ก็เพิ่งบอกนักข่าวว่า นายกฯยิ่งลักษณ์ได้ส่งคำชี้แจงบางส่วนต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว (เมื่อวันศุกร์) เพื่อรักษาสิทธิ์ เพราะยังไม่ทราบว่าศาล รัฐธรรมนูญจะอนุญาตให้ขยายเวลายื่นคำชี้แจงอีก 15 วันตามที่ขอไปหรือไม่ สิ่งที่ ศอ.รส.แถลง จึงเป็นเรื่อง “มโน” ของ รัฐบาล และ ศอ.รส. เองล้วนๆ

มีประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งจากคำให้สัมภาษณ์ของ คุณวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ก็คือ ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจวินิจฉัยสถานภาพของ นายกฯยิ่งลักษณ์ ให้สิ้นสุดลงได้อีก เพราะสถานะของนายกฯยิ่งลักษณ์ได้สิ้นสุดลงแล้ว นับตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา ตามที่รัฐบาลอ้างใช่หรือไม่

คุณวสันต์ ตอบอย่างนี้ครับ ต้องถามว่า แล้วคุณยิ่งลักษณ์ยังปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีอยู่ต่อไปจนมีรัฐบาลใหม่เข้ามาใช่หรือไม่ และ ยังรับเงินเดือน ใช้รถประจำตำแหน่ง ทั้ง ยังคงทูลเกล้าฯ การออกพระราชกฤษฎีกาต่างๆได้อยู่ รวมทั้ง ยังมีอำนาจสั่งการ

ข้าราชการได้อยู่ เพียงแต่อำนาจถูกจำกัดลงโดยรัฐธรรมนูญมาตรา 181 เท่านั้นเอง เป็นคำตอบที่ชัดเจนมาก ไม่ต้องวินิจฉัยอะไรเลย

ฐานะของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แม้จะเรียกว่า รัฐบาลรักษาการ

แต่ก็ มีอำนาจครบทุกอย่าง เพียงแต่รัฐธรรมนูญจำกัดอำนาจการแต่งตั้งโยกย้าย การใช้จ่ายงบฯสำรอง การอนุมัติโครงการที่มีผลผูกพันรัฐบาลชุดใหม่ เป็นต้น นอกนั้นยังมีอำนาจทุกอย่าง

ก็เลยถึงบางอ้อ ทำไมรัฐบาลและ ศอ.รส.จึงออกมาเต้นกันถี่ยิบ ทำทุกอย่างเพื่อคงสถานภาพของรัฐบาลรักษาการเอาไว้.

 

“ลม เปลี่ยนทิศ”

20 เม.ย. 2557 10:05 20 เม.ย. 2557 10:05 ไทยรัฐ