วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'นายกฯม.7-ปฏิวัติ ปชช.'โค้งสุดท้าย เอาจริง หรือ แค่โยนหินถามทาง?

หลังเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ขนาดเหลือวันทำการอยู่เพียง 2 วัน การเมืองไทยยังร้อนแรงอย่างต่อเนื่องอย่างที่หลายฝ่ายออกมาคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ทั้งเรื่องปมโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี กรณีทุจริตจำนำข้าว ปฏิวัติประชาชน นายกฯ ม.7 รวมไปถึงรัฏฐาธิปัตย์ต่างดังกระหึ่ม! ชนิดประชาชนถ้าไม่ใช่เป็นคอการเมืองที่ตามติดเรื่องนี้มาโดยตลอด อาจถึงขั้นสับสนหรือ งงไปตามๆ กัน

โดยเฉพาะการโยนหินถามทาง "ปฏิวัติประชาชน-นายกฯ ม.7-การตั้งรัฏฐาธิปัตย์" ของนักการเมืองแต่ละฝ่ายนั้น ถึงที่สุดแล้ว สามารถทำได้จริงหรือไม่ ผิดกฎหมายหรือเปล่า อาจเลยไปถึงต้องฉีก รธน.2550 ทิ้งเลยใช่ไหม ยังเป็นปัญหาคาใจของคนในสังคมไทยตอนนี้

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง 1 ในมือกฎหมายพรรค ปชป. ออกมาให้ความเห็นกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ผมขอพูดดักทางไว้ก่อน คิดว่า ถ้าวิธีการแก้ของรัฐบาล เขาจะแก้อย่างนี้ 1. เขาจะรีบออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ก่อนจะศาล หรือ องค์กรอิสระ จะมีคำสั่งให้เขาต้องออก สมมติเขาออกทั้งคณะ หรือ ออกคนเดียวก็แล้วแต่ รัฐบาลจะขอให้มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ค้างไว้ก่อน พอมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ค้างไว้แล้ว เลือกตั้งไปภายใน 60 วัน หรือ 90 วัน อย่างที่ กกต.บอกนัด 70 พรรคการเมือง หารือวันที่ 22 เม.ย.นี้

สมมติถ้านายกฯ ต้องไปยกชุด บางคนบอกว่า มันเข้ามาตรา 7 พอมีนายกฯ ใหม่ขึ้นมา

อันนี้ที่คนไม่พูดถึง ที่อยากจะพูดก็คือ นายกฯ ตามมาตรา 7 มันจะมีอำนาจอะไรบ้าง นายกฯ ตามมาตรา 7 เมื่อมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง จ่ออยู่ นายกฯ ตามมาตรา 7 ก็ต้องจัดเลือกตั้งเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรเลย กว่าคุณจะหา ครม.ใกล้เสร็จ ก็เลือกตั้งจบไปแล้ว แล้วคุณอย่าไปหวังนะว่า นายกฯ ตาม ม.7 นี่จะไปทำนู่นทำนี่ ถ้าทำติดคุก ต้องเลือกตั้งอย่างเดียว นายกฯ ตามมาตรา 7 จะไปยกเลิก พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ที่เขาออกไว้ก่อนออกจากตำแหน่งก็ไม่ได้

ประเด็นนี้ยังไม่มีใครพูด แต่ผมเตือนว่า ใครก็ตาม ที่เข้ามาตามมาตรา 7 คุณจะไม่มีอำนาจอะไรเลย นอกจากอำนาจในการหายใจเท่านั้น ทำอะไรไม่ได้ คุณจะไปตั้งโน่นตั้งนี่ คุณทำไม่ได้ เพราะอะไร เพราะคุณไม่ได้เข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อคุณไม่ได้เสนอนโยบายต่อรัฐสภา คุณบริหารจัดการแผ่นดินไม่ได้เลย คุณขืนบริหารไป ในขณะที่ยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเนี่ย คุณติดคุก อันนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

แล้วนายกฯ ตามมาตรา 7 เนี่ย ทางเสื้อแดงเขาก็ยกมาว่า มันจะติดขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมว่า มันกล้อมแกล้มไปได้นะ สมมติว่า ครม.ไปประชุมต่างประเทศทั้ง 35 คน หรือ 36 คน แล้วมันเกิดเครื่องบินระเบิดไม่เหลือสักคนเดียว แบบนี้เข้า ม.7 ผมยกตัวอย่าง หากเป็นเช่นนั้่น ประธานวุฒิสภา ก็ต้องสรรหานายกฯคนใหม่แล้วทูลเกล้าฯ นายกฯ คนใหม่ ได้นายกฯคนใหม่ปั๊บ นายกฯคนใหม่ ก็ต้องดำเนินการจัดเลือกตั้งภายใน 60-90 วัน ดังนั้น นายกฯ คนใหม่ ตามมาตรา 7 นี้มีอายุสั้นมาก นายกฯมาตรา 7 ไม่มีอำนาจอะไรเลย มีแต่ดำเนินการเลือกตั้งภายใน 60-90 วัน แค่นั้นเอง พอวันเลือกตั้งจบ ก็จบ ฉะนั้น ที่มาหานายกฯมาตรา 7 ไม่ได้ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะไม่มีใครกล้าเป็น ขืนคุณเป็นไปแล้ว คุณไปเซ็นอะไรสักอย่าง ในขณะที่คุณยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อสภา คุณติดคุกเลย แล้วอำนาจอะไรที่นายกฯคนเก่าเขามีอยู่ คุณไม่ได้มีอำนาจเท่านายกฯ คนเก่า เพราะคุณไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ฉะนั้น เสี่ยงต่อการติดคุกมาก เพราะงั้นอย่าถามผมอยากเป็นนายกฯมาตรา 7 ไหม? ผมไม่กล้าเป็นนะ จริงๆ

สมมติว่า นายกฯออกไปแล้ว เขาไม่ได้ทำตรงนี้ไว้ อันนี้ก็จะมีปัญหาอีก สมมติไม่มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง แล้วได้นายกฯตามมาตรา7มา นายกฯมาตรา 7 จะหน่วงเวลาการเลือกตั้งออกไปได้ไหม สมมติว่า จะหน่วงเวลาออกไปสักปีนึง สมมตินะครับ ถามว่าในปีนั้น คุณจะหน่วงไปทำอะไร (ปฏิรูป) ปฏิรูปแล้วคุณจะออกกฎหมายยังไง ในเมื่อไม่มีสภาผู้แทนราษฎร คุณปฏิรูปฯ ไม่ได้เลย เพราะกฎหมายมันต้องเริ่มจากสภาผู้แทนราษฎร กฎหมายจะไม่อนุญาตให้เริ่มจากวุฒิสภา แน่นอน

เพราะฉะนั้น ถ้าเราสังเกตการต่อสู้ทั้งสองฝ่าย ที่ผ่านมา ตอนนี้นายกฯ ตาม ม.7 เริ่มหายไปละ เพราะผมดูอารมณ์ของคนที่ต่อสู้ทั้งสองฝ่ายเนี่ย เขาลืมมาตรา 7 แล้ว เขากลับไปใช้แต่คำอีกคำหนึ่ง คือ "ปฏิวัติประชาชน" และ"รัฏฐาธิปัตย์" ทีนี้พอ "รัฏฐาธิปัตย์" นายกฯ ที่ได้อำนาจจากรัฏฐาธิปัตย์ ต่างกับนายกฯ ตามมาตรา 7 นะ นายกฯ ที่มาจากการปฏิวัติประชาชนบอกว่า ได้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์มาแล้ว

อันนี้แหละครับ คือ นายกฯ ที่มาจากการยึดอำนาจ (ยึดอำนาจเนื่องจากประชาชนยึดอำนาจให้) แน่นอน นายกฯคนใหม่ที่มา แล้วอ้างว่า ตัวเองได้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ สิ่งหนึ่งที่ต้องทำลำดับแรก คือ รธน.เพราะถ้ามาจากการปฏิวัติประชาชนต้องฉีกรัฐธรรมนูญ แต่ถ้ามาตามมาตรา 7 ไม่ต้องฉีก รธน.

มันไม่มีอำนาจ ฉะนั้น ผมคิดว่า วันนี้ นักเศรษฐศาสตร์ก็ดี นักกฎหมายมหาชนก็ดี เริ่มเห็นทางตันของนายกฯ ตามมาตรา 7 แล้วว่า มันไปไม่ได้ ก็เลยพูดถึงเรื่องรัฏฐาธิปัตย์ ก็เลยพูดถึงเรื่องปฏิวัติประชาชน ถ้านายกฯ คนใหม่ถือว่า ได้มาโดยการปฏิวัติประชาชน อันนี้เบ็ดเสร็จ แต่ถ้านายกฯ คนใหม่ถือว่า ได้มาตามมาตรา 7 อันนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ ทีนี้เราจะรู้ได้ยังไงว่า นายกฯ คนนี้มาตามมาตรา 7 หรือ นายกฯ คนนี้ได้มาโดยการปฏิวัติประชาชน และถืออำนาจรัฏฐาธิปัตย์เต็มที่ ดูที่มาถ้ามาจากวุฒิสภา ก็มาจากมาตรา 7 แต่ว่าถ้าไม่ได้มาจากวุฒิสภา นั่นเป็นการมาจากการปฏิวัติประชาชน คือ นายกฯ ที่ถืออำนาจรัฏฐาธิปัตย์ โดยการปฏิวัติประชาชน ถ้าไม่ฉีก รธน. ติดคุกเลย

มันออกแนวคล้ายหรือเหมือนกันเป๊ะเลย ต้องฉีกรัฐธรรมนูญก่อน ไม่ฉีกติดคุก นั่นคือ ความต่างของนายกฯทั้งสองรูปแบบ ถ้าให้ผมแจง สมมติว่า การต่อสู้ของประชาชนชนะ ประชาชนต้องถือว่า นายกฯ นี้มาจากการปฏิวัติประชาชน เป็นผู้ถือรัฏฐาธิปัตย์ ไม่งั้นทำอะไรไม่ได้หรอกครับ

ทั้งนี้ ความยุ่งยากหลังจากการได้นายกฯ ทั้งสองแบบเนี่ย มันต่างกัน นายกฯ ที่ได้จากการปฏิวัติประชาชน จะเกิดสงครามกลางเมือง จะเป็นนายกฯ ที่ออกจากบ้านไม่ได้ ถ้าออกจากบ้านจะโดนเอ็ม79 แล้วก็เป็นนายกฯ ไม่เกิน 3 วัน หลังคาบ้านจะพรุนด้วยเอ็ม79 นี่คือ ความยากของนายกฯ ที่มาจากการปฏิวัติประชาชน แต่ถ้านายกฯ ที่มาตามมาตรา 7 นี่ ก็ต้องกล้อมแกล้มไป เพราะอายุสั้น แล้วก็ต้องจัดการเลือกตั้ง แต่ก็ไม่ถึงกับมีวิกฤติอะไรมากมาย ต้องเลือกเอาสองทางนี้

"สำหรับนายกฯ ตามมาตรา 7 นี้ ผมให้หน่วงเวลาได้นะ คุณจะหน่วงเวลา 4-5 เดือน คุณหน่วงเวลาไปเลย ถ้าคุณกล้าอยู่นะ ถ้าคุณกล้าอยู่ คุณหน่วงเวลาสัก 6 เดือนได้ เพราะอำนาจกิจการเลือกตั้งนี่ เขาบอกได้ว่า ให้มีผลตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะบอกว่า กิจการนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่....อะไรก็ว่าไป มันบอกได้ว่า กิจการนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ทำได้ เขาเรียกว่า หน่วงเวลา อันนี้เป็นเงื่อนไขบังคับก่อน หน่วงเวลาไว้" นายนิพิฏฐ์ กล่าว

ด้าน ศ.ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน ประธานกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ยืนยัน กรณี ข้อเสนอ รัฐฐาธิปัตย์-นายกฯ ม.7 หรือแม้แต่การปฏิวัติประชาชนว่า เป็นไปไม่ได้ กฎหมายไม่เปิดช่องให้ดำเนินการ มันผิดกฎหมายแล้วไม่มีกฎหมายข้อไหนให้ปฏิบัติได้ ยิ่งกรณีที่มีกลุ่มรัฐบุคคลเสนอให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์​ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษนำชื่อนายกฯ คนกลางขึ้นทูลเกล้าฯ ยิ่งเป็นไปได้ยาก ความจริงท่านอยู่ของท่านดีๆ ก็ดีแล้ว กลับมีการเสนอเรื่องนี้ลงมาให้ท่านลำบากซึ่งไม่ควร

ทั้งนี้ ความเห็นส่วนตัว เห็นว่า ศาล รธน.ก็ไม่ควรทำงานเกินหน้าที่ หรือเกินอำนาจที่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องมีนายรัฐมนตรีรักษาการ ครม.รักษาการจนกว่า จะมี ครม.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ เราก็ต้องเดินตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ดีกว่า ไปคิดอะไรที่นอกเหนือ สิ่งที่เสนอทางออกการเมืองของประเทศมานี้ ยืนยันว่า ทำไม่ได้เพราะมันผิดกฎหมาย และก็ไม่มีกฎหมายข้อไหน กำหนดไว้

ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีอํานาจในการรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัยตั้งแต่ต้น แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะรับเรื่องดังกล่าว ไว้พิจารณาวินิจฉัยโดยไม่มีอํานาจ และมีคําวินิจฉัยว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กระทําการอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 ก็ไม่มีผลทําให้ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามมาตรา 282(7) และไม่มีผลทําให้รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตําแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 180 วรรคหนึ่ง (1) นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ก็ยังต้องอยู่ในตําแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า คณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ จะเข้ารับหน้าที่

ทั้งนี้ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 ที่มีเจตนารมณ์ให้มีความต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยไม่ให้มีช่องว่างแห่งการใช้อํานาจมหาชน และหากฝ่ายใด ไม่เห็นด้วยและคิดว่า ตนเองมีอํานาจเมื่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยแล้วก็ควรที่จะนําเรื่องดังกล่าวทูลเกล้าฯ เพื่อขอพระบรมราชวินิจฉัยว่าคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ต้องพ้นจากตําแหน่งและต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หรือไม่ และเมื่อมีพระบรมราชวินิจฉัย เป็นประการใดแล้ว ทุกฝ่ายต้องดําเนินการให้เป็นไปตามพระบรมราชวินิจฉัยนั้นต่อไป 

"ส่วนตัวอยากให้จดจำบรรยากาศช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาทุกคนมีความสุข ก็อยากให้เป็นเช่นนั้นไม่อยากให้เกิดเหตุวุ่นวายอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า หลังสงกรานต์ไปการเมืองอาจจะร้อนแรง ส่วนตัวผมเชื่อว่า ท้ายที่สุดแล้ว การเมืองไทย จะมีหนทางออกของมันเองเสมอ คุณเชื่อผมเถอะ เมื่อถึงเวลาก็จะมีทางออก ไม่มีทางเป็นแบบรวันดา หรือกลายเป็นสงครามกลางเมือง อย่างที่หลายฝ่ายกลัวกันหรอก มันจะต้องมีทางออก ผมเชื่อยังงั้น ขอให้คิดในแง่ที่ดีเอาไว้ดีกว่า"ศ.ดร.อุกฤษ กล่าว

ส่วน นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม ได้แสดงความเห็นผ่านสื่อมวลชน หลังเป็นผู้จุดประเด็นร้อน ผ่านแถลงการณ์ของ ศอ.รส. แนะ ครม.ขอพระบรมราชวินิจฉัย หากศาลรัฐธรรมนูญและ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีคำวินิจฉัยเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ ซึ่งทำให้ 2 องค์กรอิสระ ต้องออกแถลงการณ์ตอบโต้ ในเวลาต่อมา ว่าเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ เป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ หรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ ยังได้อ้าง รธน.มาตรา 197 ที่กำหนด การปฏิบัติหน้าที่ของศาลนั้น ย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

ซึ่งนายชัยเกษม กล่าวว่า หากการดำเนินการของ ศอ.รส.กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย ก็ไม่ได้ว่าอะไร อยากดำเนินการทางกฎหมายก็ดำเนินการไป

"คนเราเตือนก็ควรรับฟังไว้ ส่วนท่านจะทำหรือไม่ทำ เป็นเรื่องของท่าน เราไม่สามารถไปบังคับอะไรได้ และจริงๆ ไม่ใช่เป็นการไปก้าวก่าย เพียงแต่ประชาชนเห็นว่า ไม่ถูกต้อง ศอ.รส. แค่เป็นตัวแทนช่วยเตือน แต่ถ้าคิดว่า ทำดีแล้วก็ทำต่อไป เพียงขอให้คิดก่อนตัดสินใจเท่านั้นเอง ตอนนี้บ้านเมืองไม่สงบ ทุกคนก็มีความหวังดีกับบ้านเมือง ฉะนั้น การเสนอมาตรา 7 ของฝ่ายไหนก็รับฟังกัน แต่จะเอาไช้ได้มากน้อยแค่ไหน อยู่ที่เหตุผลและสถานการณ์ เราไม่ปิดกั้นความคิดเห็นท่านอื่น และเรื่องนี้เป็นเรื่องของ ศอ.รส.ไม่เกี่ยวรัฐบาล หรือพรรคเพื่อไทย" นายชัยเกษม กล่าว

ซึ่งบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่นายชัยเกษมพยายามกระทำ เนื่องจากรัฐบาลขณะนี้ ใกล้ถึงทางตันแล้ว หรือไม่ หรือแค่เป็นการโยนหินถามทางเท่านั้น การต่อสู้ประเด็นทางการเมืองก็ว่ากันไป

แต่เรื่องร้อนแรงที่สุดของรัฐบาลในตอนนี้ คงหนีไม่พ้นปมโยกย้ายนายถวิล ที่ศาล รธน.นัด 23 เม.ย.จะพิจารณาข้อเรียกร้องของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ​ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ขอขยายเวลาออกไปอีก15วัน ว่า จะอนุญาต หรือไม่ รวมไปถึงกรณีเลขาธิการ ป.ป.ช. ที่คาดการณ์ออกมาว่า ป.ป.ช.ชุดใหญ่ จะสามารถชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ รักษาการนายกรัฐมนตรี กรณีจำนำข้าว ได้ภายใน ต้นเดือน พ.ค. และสิ่งนี้จะเป็นจุดตายของครม.ยิ่งลักษณ์อย่างแท้จริง

ยังไม่นับท่าทีของแกนนำมวลชน นปช.อย่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรือแม้แต่ธิดา โตจิราการ ที่ออกมาขู่จะจัดชุมนุมใหญ่ ก่อนที่ศาล รธน.จะมีคำตัดสินออกมาก่อน 1 วัน 

การเมืองเข้าถึงจุดไคลแม็กซ์ ยกสุดท้ายแล้ว ดังนั้น สาธุชนโปรดอย่าได้กะพริบตา...

 

การโยนหินถามทาง"ปฏิวัติประชาชน-นายกฯ ม.7-การตั้งรัฏฐาธิปัตย์"ของนักการเมืองแต่ละฝ่ายนั้น ถึงที่สุดแล้ว สามารถทำได้จริงหรือไม่ ผิดกฎหมายหรือเปล่า อาจเลยไปถึงต้องฉีกรธน.2550ทิ้งเลยใช่ไหม่ ยังเป็นปัญหาคาใจของคนในสังคมไทยตอนนี้ 19 เม.ย. 2557 17:34 ไทยรัฐ