วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แนะอย่ากลัว 'เติมลมยาง' หลังมีข่าวยางระเบิด ทำหนุ่มเพชรบูรณ์ดับ

นักวิชาการด้านวิศวกรรมศาสตร์ ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก ไม่กล้าเติมลมยางรถยนต์ หวั่นเกิดระเบิดตามข่าว ชี้แรงดันยางรถทั่วไปไม่รุนแรง และปัจจุบันมีระบบตัดอัตโนมัติ คาดเหตุระเบิด จ.เพชรบูรณ์ สภาพยางรถ-แหล่งจ่ายไม่สัมพันธ์กัน...

จากกรณีการเสียชีวิตของ นายเจริญชัย คชสาร อายุ 43 ปี จ.เพชรบูรณ์ หลังนำตัวต่อพ่วงท้ายรถไถมาเติมลม และใช้คีมคีบที่หัวเติมลมกับยางรถยนต์เอาไว้ เมื่อวันที่ 18 เม.ย.57 ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า ผู้ตายคงเติมลมยางจนเกินขนาด จนทำให้ยางระเบิด ส่งผลให้กระทะล้อฉีกขาดหลุดออกมาพร้อมกับนอตขันกระทะ ล้อหลุดกระเด็นใส่ผู้ตายตามร่างกายหลายแห่ง เป็นเหตุให้เสียชีวิตในเกิดเหตุทันที

ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 57 "ไทยรัฐออนไลน์"​ สอบถามไปยัง ผศ.ดร.จินดา เจริญพรพาณิชย์ รักษาการแทนรองอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ซึ่งระบุว่า ขณะนี้ไม่อยากให้ประชาชนตกใจ หรือตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือกลัวการเติมลมยางทั่วไป เนื่องจากเหตุการณ์นี้ ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ และไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพราะว่าการเติมลมรถยนต์โดยปกติ จะอยู่ที่ 30-40 ปอนด์เท่านั้น ซึ่งไม่สามารถทำให้เกิดความรุนแรง จนก่อให้เกิดความเสียหายถึงชีวิตได้ แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งอาจสันนิษฐานได้ว่า อาจเกิดจากสภาพยางและขนาดของแหล่งจ่ายลมที่ไม่สัมพันธ์กัน

"ต้องดูว่าคุณภาพของยาง หรือสเปกของยางเป็นอย่างไร เก่าหรือใหม่ หรือรองรับแรงดันสูงสุดได้มากน้อยแค่ไหน อีกส่วนคือแหล่งจ่ายลมมีขนาดใหญ่แค่ไหน รวมถึงวิธีการเติมลมด้วย ตอนนี้ตามปั๊มปัจจุบันเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าตั้งไว้ 30 ปอนด์ พอถึงกำหนด คอมเพรสเซอร์ก็ตัดอัตโนมัติ ทั้งนี้ เราจะต้องดูว่าสเปกของยางนั้นกี่ปอนด์ ตอนที่เติมลม แหล่งจ่ายลมมีแรงแค่ไหน และถ้าระบบการจ่ายลมไม่ได้มีระบบอิเล็ทรอกนิกส์ หรืออาจไม่ได้ตั้ง ถ้าเราไม่มีอุปกรณ์ตัด ก็จะต้องคอยสังเกต คอยดู หรือใช้ตัววัดความดันเช็กตลอด หรือวัดไปเช็กไป ซึ่งหากตามข่าว ตรงนี้เดาว่าแหล่งจ่ายลมน่าจะแรงดันสูง คนที่เติมไม่ได้วัดแรงดัน และใช้คีมช่วยหนีบไว้เพื่อให้ลมเข้าไป เพราะปกติแล้ว หากไม่มีการตัดแรงดัน จะทำให้แรงดันจากแหล่งจ่ายที่ไปยังล้อรถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะเท่าของแหล่งจ่าย ถ้าแหล่งจ่ายมีขนาด 100 ปอนด์ ยางล้อก็จะเอาไป 100 ปอนด์ แต่พอถึงจุดหนึ่ง ถ้าอุปกรณ์ก็ดี ทนได้จะไม่ระเบิด แต่ถ้าทนไม่ได้ก็ระเบิด" ผศ.ดร.จินดา กล่าว

สำหรับข้อแนะนำในการเติมลมที่ถูกต้อง ผศ.ดร.จินดา บอกว่า รถยนต์เกือบทุกคัน จะมีป้ายอยู่แล้วว่า ยางรถของเราจะต้องเติมลมเท่าไร ล้อหน้ากี่ปอนด์ ล้อหลังกี่ปอนด์ ซึ่งหากอากาศร้อน สามารถตั้งลมยางเผื่อ 1-2 ปอนด์ เพื่อเป็นการรักษายาง หรือถ้าอากาศเย็นลง ความดันต่ำลง ก็เติมตามมาตรฐาน ทั้งนี้ มีบางคนเข้าใจผิดว่า การเติมให้ยางอ่อนจะเป็นการรักษายาง แต่นั่นจะทำให้ยางเสียรูป และเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ทั้งนี้ หากอยากรู้ว่า เติมลมได้พอดี และตามมาตรฐานหรือไม่ ให้ดูที่ยางว่าสึกเท่ากันหรือไม่ ถ้าเติมมากเกินไปหน้ายางจะป่อง และสึกตรงนั้นมาก หรือลมอ่อนไปยางจะสึกด้านข้างมากกว่า.

 

นักวิชาการด้านวิศวกรรมศาสตร์ ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก ไม่กล้าเติมลมยางรถยนต์ หวั่นเกิดระเบิดตามข่าว ชี้แรงดันยางรถทั่วไปไม่รุนแรง และปัจจุบันมีระบบตัดอัตโนมัติ คาดเหตุระเบิด จ.เพชรบูรณ์ สภาพยางรถ-แหล่งจ่ายไม่สัมพันธ์กัน... 19 เม.ย. 2557 13:23 19 เม.ย. 2557 13:42 ไทยรัฐ