วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บัญญัติ 7 ประการ

งัดตำราสู้ทุกรูปแบบไม่สนว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้รักษาอำนาจเอาไว้เป็นใช้ได้ด้วยการออกบัญญัติ 7 ประการ ให้ทุกฝ่ายนำไปปฏิบัติ เป็น “ลูกล่อ–ลูกชน” ชิงเหลี่ยมชิงมุมก่อน “แตกหัก”

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ปูพรมออกบัญญัติ 7 ประการ โดย ศอ.รส. อันเป็นท่าทีทางการเมืองที่ชัดเจนของรัฐบาลเพื่อไทยพุ่งเป้าไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. กกต.อย่างเต็มพิกัด

และบรรดาข้าราชการระดับสูงไม่ว่าจะเป็นปลัดกระทรวง อธิบดี เลขาธิการและหัวหน้าส่วนราชการเพื่อกำชับให้ปฏิบัติตามคำสั่งนี้

แยกย่อยลงไปก็คือ กกต.จะต้องจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อให้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติและการชุมนุมจะยุติลงทันที

แต่ที่เป็นปมสำคัญก็คือ การให้ป.ป.ช.พิจารณาดำเนินคดีและมีคำวินิจฉัยต่อนายกฯในกรณีโครงการรับจำนำข้าวอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบัติเป็นสองมาตรฐาน

อยู่ภายใต้จริยธรรมอันเป็นมาตรฐานของการปฏิบัติหน้าที่

ประเด็นนี้ ป.ป.ช.ยังไม่ได้ชี้ออกมาว่าคดีมีมูลหรือไม่ เพียงแต่เป็นข้อกล่าวหาที่นายกฯจะต้องไปชี้แจงแต่ไม่ไปชี้แจงส่งทนายหน้าหอไปส่งเอกสารชี้แจงแทนและขอเพิ่มพยานเพิ่มเติม

ป.ป.ช.ก็อะลุ้มอล่วยให้เพื่อความเป็นธรรม

แต่ก็มาตีปลาหน้าไซ เพื่อดักคอว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เหมือนจะรู้ว่าผลการตัดสินจะออกมาเป็นด้านลบ

ก็เลยต้องข่มขู่เอาไว้ก่อน

ประเด็นที่หนักที่สุดก็คือ ศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าไม่ไว้วางใจตุลาการบางคน โดยขอให้วินิจฉัยกรณีนายกฯ ถูกกล่าวหาว่าก้าวก่ายและแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี

อย่างตรงไปตรงมา

อ้างว่าเป็นการทำตามอำนาจหน้าที่ของ นายกฯ ไม่ถือว่าก้าวก่ายหรือแทรกแซง

เน้นย้ำว่าจะต้องไม่วินิจฉัยเกินเลยไปถึงขนาดที่ว่า หากการเป็นนายกฯ สิ้นสุดลงแล้วรัฐมนตรีทั้งคณะจะต้อง

พ้นจากตำแหน่งตามไปด้วย แต่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่อปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่อีกไม่ได้

ถือว่าเป็นการวินิจฉัยเกินกว่ารัฐ ธรรมนูญ จงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญเสียเอง

คณะรัฐมนตรีได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง การจะพ้นจากตำแหน่งไปก็สมควรที่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นไป มิใช่ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ชี้ขาดเสียเอง

และก็ชอบที่จะทูลเกล้าฯ ขอพระบรม ราชวินิจฉัยว่าคณะรัฐมนตรีจะต้องพ้นจากการอยู่ในตำแหน่งหรือไม่

สรุปสั้นๆ ก็คือหากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่านายกฯ ต้องพ้นจากตำแหน่ง แต่ห้ามวินิจฉัยว่า ครม.ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

มิฉะนั้นจะทูลเกล้าฯ ขอพระบรม ราชวินิจฉัย

ไม่เรียกว่าเป็นการปฏิบัติการ “ข่มขู่” ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรแล้ว ทั้งที่ ศอ.รส.ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรที่จะไปกำหนดให้ศาลต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้

นี่ต้องถือว่าเป็นการละเมิดอำนาจศาลเต็มๆ

หรือการที่จะขอใช้ ม.7 ก็คงเป็นการแก้ลำที่จะมีการขอใช้ ม.7 เมื่อเกิด “สุญญากาศ” ทางการเมืองที่จะต้องมีนายกฯ และ ครม.เพื่อบริหารประเทศ

พูดง่ายๆ ว่าเอ็งทำได้ ข้าก็ทำได้ ให้มันรู้เรื่องกันไปเลย

ทั้งๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.ยังไม่ทันตัดสินอะไรเลย กลับออกมาตีโพยตีพาย ตั้งเงื่อนไขอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้

นั่นเพราะหวั่นไหวว่าจะต้องหลุดจากอำนาจ

เลยเล่นมันแบบเถื่อนๆ อย่างนี้แหละใครจะทำไม!!!

 

“ลิขิต จงสกุล”

19 เม.ย. 2557 09:03 ไทยรัฐ