วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ศอ.รส.' ยัน 7 ข้อเรียกร้องต้องการรักษาความสงบ

'ศอ.รส.' ยัน 7 ข้อเรียกร้องต้องการรักษาความสงบ

  • Share:

“ศอ.รส.” แถลงขอบคุณม็อบไม่ก่อเหตุรุนแรงช่วงสงกรานต์ ยัน 7 ข้อเรียกร้องต้องการรักษาความสงบ ย้ำ ประชุมปลัดกระทรวงฯ เน้นอย่าสนับสนุนการกระทำของ “กปปส.”

วันที่ 18 เม.ย. ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. มีผลการประชุมสมควรแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบ ดังนี้

เรื่องที่ 1 ตามที่ ศอ.รส. ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 เรื่อง ข้อเรียกร้องต่อฝ่ายต่างๆ เพื่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมานั้น ศอ.รส. ขอเรียนว่า เหตุผลที่ ศอ.รส. ต้องออกแถลงการณ์ดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้ มีข้อมูลอย่างเพียงพอที่ได้บ่งชี้ว่า จะเกิดความรุนแรงและเหตุร้ายขึ้นในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ ศอ.รส.โดยเฉพาะการระดมจัดมวลชนให้มีการชุมนุมใหญ่ ทั้งของ กปปส. และ นปช. และกลุ่มอื่นๆ ในลักษณะท้าทายและแข่งขันกัน

ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ คือ การวินิจฉัยขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ 2 องค์กร คือ คณะกรรมการ ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่ง ศอ.รส. มีความกังวลและห่วงใยต่อสถานการณ์ในขณะนี้เป็นอย่างมาก เพราะขณะนี้ ความขัดแย้งและการจัดแนวร่วมของแต่ละฝ่ายขยายตัวในวงกว้าง มีกลุ่มประชาชนที่สนับสนุนและคัดค้านแต่ละฝ่ายจำนวนมาก และมีการกล่าวหาว่าองค์กรอิสระบางองค์กรเป็นแนวร่วมกับบางกลุ่มด้วย ตลอดจนมีความพยายามจัดการเลือกตั้งให้เนิ่นช้าออกไป เพื่อให้ปัญหาลุกลามและเกิดสุญญากาศตามแนวทางของบางฝ่าย

ดังนั้น ศอ.รส. ซึ่งเป็นหน่วยงานพิเศษที่รับผิดชอบแก้ไขปัญหาความไม่สงบ อันเกิดจากความขัดแย้งอย่างรุนแรงในขณะนี้ จึงได้ออกแถลงการณ์ดังกล่าว ซึ่งมีข้อเรียกร้อง 7 ข้อ ต่อองค์กร กลุ่มบุคคล คณะรัฐมนตรี กลุ่มแกนนำผู้ร่วมชุมนุม ตลอดจนพี่น้องประชาชนตามที่ ศอ.รส. ได้แถลงให้ทราบทั่วกันเมื่อวานนี้ ซึ่ง ศอ.รส. เชื่อว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญต่อการแก้ไขสถานการณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรง และจะช่วยนำความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองกลับคืนสู่ปกติได้ในที่สุด

เรื่องที่ 2 ศอ.รส. ขอขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มต่างๆ ที่ยุติการเคลื่อนไหวชั่วคราวในช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้บรรยากาศการฉลองเทศกาลสงกรานต์ผ่านพ้นไปด้วยดี และศอ.รส. ขอแสดงความขอบคุณ ไปยังหน่วยราชการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร ตลอดจนหน่วยงานความมั่นคงต่างๆ ที่ได้เสียสละปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย ให้กับผู้ชุมนุมในช่วงวันหยุดสงกรานต์ ซึ่งภาพรวมของการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม ศอ.รส. มีความห่วงใยต่อกรณีที่แกนนำ กปปส. ได้ประกาศว่าจะระดมผู้ชุมนุมและยกระดับการชุมนุมเพื่อที่จะประกาศชัยชนะได้ ภายในเดือนเมษายน เนื่องจากการประกาศระดมมวลชนดังกล่าว จะเป็นการสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล และกลุ่มผู้เห็นด้วยกับรัฐบาล ดังนั้น ศอ.รส. จึงขอเรียกร้องไปยังแกนนำ กปปส. รวมทั้งแกนนำ นปช. และแกนนำกลุ่มอื่นๆ ให้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการปลุกระดมดังกล่าว และ ศอ.รส. ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหาตามแนวทางที่ ศอ.รส. ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 เรื่อง ข้อเรียกร้องต่อฝ่ายต่างๆ เพื่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย ดังที่ได้กล่าวแล้วในเรื่องที่ 1

อนึ่ง ศอ.รส. ได้รับรายงานเกี่ยวกับกรณีที่การ์ด กปปส. สวนลุมพินี ถูกยิงจนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า เหตุดังกล่าวเกิดจากความขัดแย้งกันเอง ระหว่างการ์ด กปปส. ในสวนลุมพินี ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่า การชุมนุมของ กปปส. มีการใช้อาวุธและความรุนแรง ดังนั้น ศอ.รส. จึงขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนได้ใช้วิจารณญาณในการเข้าร่วมชุมนุม เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

เรื่องที่ 3 เมื่อวานนี้ ศอ.รส. ได้เชิญปลัดกระทรวงทุกกระทรวง เข้าร่วมประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติต่อการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ซึ่งเรียกร้องให้ข้าราชการสนับสนุนแนวทางของ กปปส. ทั้งนี้ เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ปลัดกระทรวงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าวด้วย โดยในการประชุมครั้งนี้ ปลัดกระทรวงต่างๆ ได้รับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

และแนวทางปฏิบัติต่อกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ ศอ.รส. โดยเฉพาะขณะนี้ แกนนำ กปปส. ได้ถูกดำเนินคดีแล้วถึง 80 คน โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแกนนำหลัก และศาลได้อนุมัติหมายจับนายสุเทพฯ ในข้อหากบฏ พร้อมกับแกนนำอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งปลัดกระทรวงต่างๆ เห็นพ้องที่จะกำชับให้ข้าราชการในสังกัดของตน มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติราชการเพื่อให้บริการประชาชนอย่างดีที่สุด และหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงาน จะหลีกเลี่ยงการต้อนรับ หรือ กระทำการใดๆ ที่เข้าข่ายเป็นการสนับสนุนหรือเห็นด้วยกับการกระทำของแกนนำ กปปส. ซึ่งอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีดังกล่าว

จึงประกาศมาเพื่อทราบทั่วกัน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้