วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นมัสเต... เสน่ห์ "เนปาล" (1)

โดย

มหาเจดีย์โพธินาถ (Boudhanath)

หลังสักการะสถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งเข้าชมวิหารมายาเทวี สวดมนต์ ณ ลานธรรม บริเวณหน้าเสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช และ นมัสการ องค์พระมหาโพธิสัตว์สิทธัตถะราชกุมาร ที่ชาวไทยทั้งประเทศหลอมรวมทั้งพลังใจและพลังทรัพย์จัดสร้างขึ้น เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ ลุมพินีสถาน ในเขตตำบลรุมมินเด เมื่อครั้งพุทธกาลแล้ว คณะทัวร์ธรรมะหรรษา โดย บริษัท อยาไทย ทราเวล ก็เดินทางออกจากสนามบินไพราวาหรือ Gautam Buddha Airport เมือง BHAJRAHAWA มุ่งหน้าสู่ สนามบินตรีภูวัน ในเมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล

Yeti Airlines เที่ยวบินที่ NYT-892 ใช้เวลาเพียง 35 นาที เราก็มาถึงเมืองกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของประเทศเนปาล


อากาศของเนปาลในช่วงเดือน มี.ค. แม้จะมีแสงแดดจ้า แต่กลับเย็นๆสบายๆ ไม่ร้อนจัดมากนัก จุดหมายแรกของการเดินทางท่องเที่ยวในกรุงกาฐมาณฑุ คือ การไปนมัสการ มหาเจดีย์โพธนาถ หรือ โพธินาถ (Boudhanath) เจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของเนปาล ที่ตั้งห่างออกไปทางทิศตะวันออกของกาฐมาณฑุ ราว 8 กิโลเมตร

แม้จะบอกกล่าวกันเป็นที่เข้าใจตั้งแต่อยู่บนรถแล้วว่า เมื่อไปถึง ขอให้ขึ้นไปนมัสการองค์สถูปเจดีย์ที่มีดวงตาเห็นธรรมของพระพุทธเจ้า ที่เรียกว่า Wisdom Eyes อยู่ทั้ง 4 ทิศ รวมถึงหมุนกงล้อแห่งมนตราเพื่อเป็นสิริมงคลกันเสียก่อนที่จะลงมาศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของชาวพุทธมหายานจากทิเบตที่อาศัยอยู่ในชุมชนบริเวณรอบเจดีย์โพธนาถแห่งนี้

แต่ทันทีที่ลงจากรถ คำบอกกล่าวที่ว่ากันไว้ ดูจะกลายเป็นเรื่องรอง หลายคนมุ่งมั่นหาที่แลกเงินตราจากรูปีอินเดียเป็นรูปีเนปาล บ้างก็กดเงินจากตู้เอทีเอ็มที่อยู่ด้านหน้า เตรียมพร้อมสำหรับการหาความสุขจากการจ่ายทรัพย์กับร้านขายสินค้าพื้นเมืองที่เย้ายวนใจอยู่รายรอบองค์สถูปเจดีย์ เสียมากกว่า

สรุปกันอย่างรวดเร็วสำหรับโพธนาถเจดีย์ ที่นี่เป็นพุทธเจดีย์ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี 2522 เป็นเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเนปาล ฐานเจดีย์เป็นรูปสี่เหลี่ยม สามารถให้คนขึ้นไปเดินรอบๆ ได้ และระหว่างเดินรอบเจดีย์นั้นเอง ที่เราจะได้เห็นความเป็นอยู่ของพุทธศาสนิกชนนิกายมหายานจากทิเบตที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากในบริเวณนี้ประมาณกว่า 55 ปีมาแล้ว

องค์โพธนาถเจดีย์นี้ สร้างขึ้นจากความเชื่อและความศรัทธาในพระพุทธศาสนา นิกายมหายาน รอบเจดีย์ทั้ง 4 ทิศ มีการวาดพระเนตร หรือดวงตาเห็นธรรม ซึ่งเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของพระเนตรและพระทิพพยจักขุญาณ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงตรัสรู้ จนรู้แจ้ง เห็นจริงในทุกสิ่งทุกอย่าง อีกนัยหนึ่ง ก็ว่า เป็นสายพระเนตรของพระองค์ที่ทรงมองมาที่มวลมนุษย์ เพื่อเตือนให้เราท่านทั้งหลายพึงละความชั่ว ทำความดี และทำจิตให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ

หลังเดินรอบองค์เจดีย์แล้ว แนะนำให้ลงมาด้านล่าง เพื่อหมุนกงล้อแห่งมนตรา อันเป็นความเชื่อที่เชื่อว่า จะนำพาสิ่งชั่วร้ายออกไปจากตัวเรา และมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต

และก็อย่างที่บอก รอบๆเจดีย์โพธนาถ เป็นแหล่งชุมชนของชาวทิเบต นอกจากเสียงสวดมนต์ โอม มณี ปัท เม หุม อันเป็นคำภาวนาคาถาหัวใจของพระอวโลกิเตศวร­มหาโพธิสัตว์ เชนเรนซี หรือที่ชาวจีนเรียกว่า เจ้าแม่กวนอิม ทั้งที่สวดกันสดๆ และเปิดแผ่นเสียงในร้านขายซีดีเพลงสวดมนต์แล้ว ยังมีร้านค้าขายของเก่า ผ้าทอมือ รวมไปถึงลูกประคำ กำไลหินที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอยู่โดยรอบ

ตึกสีสวย สถาปัตยกรรมลูกผสมระหว่างฮินดูกับทิเบตก็เป็นอีกหนึ่งสีสันที่เห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะต้องรัวชัตเตอร์เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกด้วย

การมาสักการะมหาเจดีย์แห่งนี้นอกจากได้บุญ ได้ความสุขแล้ว ในความรู้สึกส่วนตัว คือ การได้สัมผัสกับวิถีวัฒนธรรมที่ผสมผสานกลมกลืนกันอย่างลงตัวระหว่างชาวพุทธที่นับถือพระพุทธเจ้ากับชาวฮินดูที่ศรัทธาในองค์เทวะ หรือเทพเจ้า

ออกจากเจดีย์โพธนาถ แน่นอนต้องหาอะไรรองท้องกันเสียก่อน อาหารมื้อแรกในกาฐมาณฑุ แต่เป็นอาหารมื้อกลางวันของวัน วันนี้ทางบริษัทเขาจัดให้เป็นอาหารจีน เหตุผลเพราะคณะของเรารอนแรมในอินเดียมาแล้วหลายวัน อาจจะเบื่ออาหารแขก เบรกกันด้วยอาหารจีนที่คุ้นลิ้นบ้างก็น่าจะดี

หลังรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ชาวคณะส่วนใหญ่ขอให้กลับไปเช็กอินที่โรงแรมก่อน เพื่อล้างหน้า ล้างตา ก่อนที่จะตะลุยกาฐมาณฑุกันต่อ

คืนนี้ พวกเราจะพักค้างคืนกันที่ โรงแรม Crowne Plaza Hotels หรือที่คนเนปาลเรียกว่า Soaltee เป็นโรงแรมใหญ่ สะดวกสบาย อยู่ไม่ไกลจากย่านการค้า โดยเฉพาะตลาดทาเมล ที่ซึ่งพวกเราตั้งใจจะไปละลายทรัพย์ในช่วงบ่ายแก่ๆ จนถึงเย็นของวันนี้

รถราในกาฐมาณฑุในช่วงวันทำงานค่อนข้างติดขัด เหมือนเมืองใหญ่ๆทั่วไป และแน่นอนเราคุ้นชินกันดีอยู่แล้ว กับเสียงแตรที่บีบกันลั่นถนนไม่ต่างกับในอินเดีย

ตลาดทาเมล เป็นตลาดใหญ่กลางเมืองกาฐมาณฑุ หน้าตาคล้ายๆ ถนนข้าวสารบ้านเรา ถนนแคบๆ เต็มไปด้วยร้านค้าขายของหลากหลายชนิด ทั้งของพื้นเมืองอย่าง พัสมีน่า ที่เป็นผ้าทอด้วยขนสัตว์ ถือเป็นของเลื่องชื่อของเนปาล เสื้อหนาวแคชเมียร์ที่เนื้อบางเบาแต่ใส่แล้วอุ่นสบาย และที่เห็นมีขายมากพอๆ กับของพื้นเมืองคือ เสื้อหนาวขนเป็ด อุปกรณ์ปีนเขา เดินป่า ที่มีเกือบทุกตรอกซอกซอยในทาเมล

สนนราคาข้าวของในตลาดทาเมลถือว่าไม่แพงมาก เมื่อคิดจากอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินไทยกับรูปีเนปาลที่ต่างกันครึ่งต่อครึ่ง คือ ประมาณ 2 รูปีเนปาลเท่ากับ 1 บาทไทย ยิ่งทำให้สาวน้อย สาวใหญ่ ในคณะธรรมะหรรษาดูตื่นเต้นกับการต่อรอง ทั้งชม ทั้งช็อป กันอย่างสนุกสนาน



เวลา 2-3 ชั่วโมงผ่านไปราวติดปีก เงยหน้ามาอีกที พระอาทิตย์ก็ตกดินไปซะแล้ว....!!!

18 เม.ย. 2557 11:01 ไทยรัฐ