วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กรมควบคุมโรคยัน 'ไข้หวัดนก เอ H5N1' ยังไม่พบในไทย

กรมควบคุมโรคยัน 'ไข้หวัดนก เอ H5N1' ยังไม่พบในไทย

  • Share:

กรมควบคุมโรค ย้ำจากข่าวที่มีการตรวจพบเชื้อโรคไข้หวัดนก สายพันธุ์ เอ เอช 5 (H5) เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 57 ในสัตว์ปีกจากฟาร์มในเมืองคุมาโมโต เกาะคิวชู ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น โดยโรคหวัดนกสายพันธุ์นี้ไม่มีรายงานการตรวจพบทั้งในคนและสัตว์ในไทยตั้งแต่ปี 50...

กรมควบคุมโรคขอย้ำเตือนประชาชนให้ระวังการระบาดของไข้หวัดใหญ่ H1N1 ซึ่งเป็นเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่มีความรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์ที่เคยระบาดเมื่อปี 2552 ในปีนี้สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ H1N1 อยู่ในขั้นน่าเป็นห่วง หลังยอดผู้ป่วยพุ่งสูง 28,607 ราย เสียชีวิต 31 ราย (ข้อมูลการเฝัาระวังโรคไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557- 7 เมษายน 2557 โดยสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค) เน้นประชาชนป้องกันการเจ็บป่วย โดยหมั่นล้างมือ ไอ จามปิดปากปิดจมูก หลีกเลี่ยงการอยู่ในทึ่ที่มีคนอยู่แออัด ถ้ามีอาการไข้สูง ไอ เกิน 2 วันให้รีบมาพบแพทย์

โดย นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ในปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะผู้เสียชีวิตที่มีรายงานจำนวนมาก เมื่อเทียบกับในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้ป่วยที่พบได้มากที่สุด คือ กลุ่มอายุ 7-9 ปี รองลงมาคือ 25-34 ปี และ 10-14 ปี ตามลำดับ สำหรับจังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยต่อแสนประชากรสูงทึ่สุด 5 อันดับแรก คือ ลำปาง ระยอง เชียงใหม่ กรุงเทพมหานครและอุตรดิษฐ์ ตามลำดับ

จากการตรวจวิเคราะห์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่าผู้ป่วยร้อยละ 44 ป่วยจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A H1n1 อีกร้อยละ 38 เป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B และร้อยละ 18 เป็นเชื้อสายพันธุ์ AH3n2 จนถึงขณะนี้ยังไม่พบทั้งการกลายพันธุ์และการดื้อยาของเชื้อไข้หวัดใหญ่ทั้ง 3 สายพันธุ์ที่ว่านี้      

ซึ่งโรคไข้หวัดใหญ่ สามารถติดต่อกันได้ง่าย เชื้อส่วนใหญ่จะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย ติดต่อกันได้โดยการสัมผัส หรือ การไอ จาม และการปนเปื้อนของเชื้อในภาชนะ ของใช้ส่วนตัว หรือของใช้สาธารณะ เช่น ลูกบิด  ปุ่มกดลิฟท์
ราวบันได ราวรถโดยสาร โดยอาจติดต่อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางมือที่เปื้อนเชื้อเมื่อแคะจมูก ขยี้ตา เอานิ้วเข้าปาก

การป้องกันทำได้โดยหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในที่แออัด ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวและสิ่งของที่มีคนสัมผัสบ่อยๆ ด้วยน้ำผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป ส่วนผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่แล้ว ควรคาดหน้ากากป้องกันตลอดเวลาหรือใช้ผ้าเช็ดหน้า ปิดปาก ปิดจมูก เมื่อไอ จาม งดการเดินทาง หยุดเรียน หยุดงาน จนกว่าจะหายเป็นปกติแล้ว 1 วัน อาการของโรคที่สังเกตได้ คือ มีไข้สูง เกิน 2 วันหรือ ไอมาก เจ็บหน้าอก หายใจเร็ว เหนื่อย อ่อนเพลีย รับประทานอาหารไม่ได้ อาเจียน หรือถ่ายอุจจาระมาก ซึ่งถ้ามีไข้สูงเกิน 2 วันแล้วยังไม่ดีขึ้นควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะส่วนใหญ่แล้วอาการของโรคจะค่อยๆ ดีขึ้นเองเมื่อครบวงจรการติดเชื้อของไวรัส ส่วนการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคนั้น ควรฉีดล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุว่า วัคซีนสามารถป้องกัน รวมถึงบรรเทาอาการป่วยได้เพียงร้อยละ 62 เท่านั้น และผู้ที่ป่วยแล้วอาจกลับมาป่วยได้อีก หากเป็นการติดเชื้อคนละสายพันธุ์ประชาชนที่มีความสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ โทร.0-2590 3159, 3238 หรือ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422.

 

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้