วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดูเหมือนจบแต่ยังไม่จบ

โดย สายล่อฟ้า

อะไรต่อมิอะไรมันคงไม่ง่ายอย่างที่คาดการณ์กันเพราะเงื่อนไขต่างๆยังไม่ถึงขั้นที่สุกงอมอันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ ต่างฝ่ายต่างก็ต้องพลิกตำราว่าด้วยเพลงยุทธ์เพื่อเตรียม พร้อมรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

การที่ ศอ.รส.เรียกปลัดกระทรวงทุกกระทรวงมารับทราบแนวทางปฏิบัติ ใครเป็นใครไปร่วมประชุมด้วยคงได้เห็นหน้าเห็นตากันแล้ว

ที่ชัดในท่าทีและจุดยืนก็คือ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ไม่เข้าร่วมประชุมด้วย

พูดง่ายๆคือไม่ยอมรับ “อำนาจรัฐ” ภายใต้รัฐบาลชุดนี้

แต่คนอื่นๆที่ไม่ร่วมประชุมหรือส่งตัวแทนไปนั้นก็คงต้องแยกแยะ จะไปเหมาว่าเป็นพวกเดียวกับรัฐบาลทั้งหมดคงไม่ได้ เพียงแต่ขอสงวนท่าทีเอาไว้ในใจ แต่ที่ยืดอกว่าอยู่ฝ่ายรัฐบาลเต็มตัวก็ว่ากันไป ตัวตนคนนั้นก็เป็นอย่างนี้แหละ

การเรียกประชุมข้าราชการระดับสูงนั้นคงเป็นกระบวนท่าอย่างหนึ่งของรัฐบาล เพื่อวัดใจว่าใครเป็นพวกใครอย่างน้อยก็เป็นการปรามเอาไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เอาใจออกห่าง

เพราะระดับปลัดกระทรวงนั้นมันมีความหมายและมีความสำคัญต่อรัฐบาลอย่างยิ่ง หากไปยืนข้าง กปปส.กันหมดก็จบเกมทันที

ที่ว่าเงื่อนไขยังไม่สุกงอมนั้นน่าจะมาจากเหตุและปัจจัยอยู่ 2 เรื่อง คือ ป.ป.ช.ยังวินิจฉัยคดีรับจำนำข้าวยังไม่ได้ เนื่องจากผู้ถูกร้องคือนายกฯได้ให้ทนายยื่นคำร้องขอให้มีการเพิ่มพยานเพื่อชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาอีกหลายคน

กว่าจะจบหรือลงเอยก็ต้องใช้เวลาไปอีกระยะหนึ่ง

ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการพิจารณาคำร้องของนายกฯ ที่ขอให้เลื่อนการชี้แจงออกไปอีก 15 วัน ในวันที่ 23 เม.ย.57 ในคดีย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช.เป็นการก้าวก่ายและแทรกแซงหรือไม่

อยู่ที่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะยอมให้เลื่อนหรือไม่

ต่างๆเหล่านี้คือกลยุทธ์เพื่อทำให้การพิจารณาคดีต่างๆยืดเวลาออกไปให้นานที่สุด แต่ก็เป็นเรื่องที่สามารถกระทำได้ เพียงแต่ศาลและ ป.ป.ช.จะพิจารณาว่ามีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด

สิ่งที่ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งก็คือ แรงกดดันที่ศาลและองค์กรอิสระต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้ก็คือ ข้อครหาว่าไม่ให้ความเป็นธรรม เป็นสองมาตรฐาน จากฝ่ายรัฐบาลและผู้สนับสนุน การโอนอ่อนผ่อนปรนให้กันบ้างจึงมีความจำเป็นในสถานการณ์อย่างนี้

ก็ต้องเข้าใจในสถานภาพที่ดำรงอยู่เหมือนกัน กองเชียร์ก็ต้องเข้าใจเหมือนกันแม้ต้องการที่จะให้เห็นผลเร็วๆก็ตาม

จริงๆแล้วก็ยังไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไรได้แต่คาดเดาคิดกันไปเองว่าจะออกมาอย่างนั้นอย่างนี้

แต่เนื่องจากมีผลได้-เสีย เป็นเดิมพันทั้ง 2 ฝ่าย จึงต้องหาทางตั้งรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วยการตั้งสมมติฐานว่าถ้าออกมาอย่างนั้นจะทำอย่างไรหรือไม่ออกมาอย่างนั้นต้องทำอย่างไร

ขนาดว่า “คนแดนไกล” ยังต้องมานั่งบัญชาการด้วยตนเองที่ฮ่องกงเพื่อไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดว่าจะรุกจะรับอย่างไร

เมื่อการต่อสู้เข้าสู่ยกสุดท้ายแล้ว

ในองคาพยพทางการเมืองในสถานการณ์อย่างนี้คงต้องวางหมากกันหลายชั้นหลายรูปแบบทั้งแง่กฎหมาย แง่มวลชน รวมถึงยุทธวิธีอีกด้วย

แม้แต่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลก็คงไม่ต่างกัน หากศาลและองค์กรอิสระชี้ผลออกมาว่านายกฯและ ครม.ต้องพ้นจากตำแหน่งจนเกิด “สุญญากาศ” ทางการเมืองแล้วจะทำยังไงต่อไป

มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆเหมือนกัน.

 

“สายล่อฟ้า”

18 เม.ย. 2557 10:25 18 เม.ย. 2557 10:25 ไทยรัฐ


advertisement