วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยยังไม่พบผู้ป่วย 'โคโรน่าไวรัส 2012'

สธ.ประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์โรคโคโรน่าไวรัสและโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เน้นให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขณะนี้ไทยยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อโคโรน่าไวรัส แต่เชื้อมีโอกาสเข้ามาในไทยตลอดเวลา ส่วนไข้หวัดใหญ่จะดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกัน 3.4 ล้านโดส เริ่มวันที่ 1 พ.ค.57 นี้...

นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุมวอร์รูมแก้ไขปัญหาสาธารณสุขที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ว่า ได้ติดตามสถานการณ์ปัญหา 3 เรื่องได้แก่ อุบัติเหตุจราจรช่วงเทศกาลสงกรานต์ โรคติดเชื้อจากโคโรน่าไวรัส และโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 สำหรับอุบัติเหตุจราจรสถิติในรอบ 6 วันที่ผ่านมา ไม่แตกต่างจากปีที่แล้วคือยอดผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตลดลงเล็กน้อย แต่ต้องรออีก 1 วัน มีข้อสังเกตว่าการเสียชีวิตที่เกิดเหตุมีมากถึงร้อยละ 60 แสดงถึงปัญหามีความรุนแรง สาเหตุมาจากการดื่มสุรา ขับรถเร็ว จะต้องรณรงค์อย่างจริงจังต่อไป  

ในเรื่องโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามเฝ้าระวังทุกสัปดาห์ ในเดือนเมษายนนี้มีแนวโน้มลดลงทั้งจำนวนป่วยและตาย ได้รับรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย แต่การระบาดกระจายไปทุกพื้นที่ ได้กำชับให้โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่งทั่วประเทศ เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยที่เป็นไข้ ไอ มีน้ำมูก ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ เพื่อลดการเสียชีวิต รวมทั้งให้มีมาตรการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยต่อผู้ป่วยหรือบุคลากรที่ดูแลผู้ป่วย

ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้กระจายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ให้โรงพยาบาลทุกแห่งเพื่อใช้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่แล้ว และจะฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปี 2557 นี้ จำนวน 3 ล้าน 4 แสนโด๊ส เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 เป้าหมาย 2 กลุ่มคือ บุคลากรการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยและประชาชนกลุ่มเสี่ยง 4 กลุ่มได้แก่ 1. ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 2.ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูงและโรคปอด 3. เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี  และ 4.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป รวมทั้งกลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ โดยจะฉีดในโรงพยาบาลชุมชุมโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศ

สำหรับโรคโคโรน่าไวรัสหรือ เมิร์ส-โควี (Middle East Respiratory Syndrome Coronavirus : MERS-CoV) ซึ่งเชื้อนี้อยู่ในตระกูลเดียวกับโรคซาร์ส มีแหล่งแพร่มาจากสัตว์เลี้ยงเช่น อูฐ พื้นที่เกิดโรคอยู่ในประเทศตะวันออกกลาง แนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น โดยพบชาวมาเลเซียติดเชื้อและเสียชีวิตหลังเดินทางกลับจากพิธีอุมเราะห์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย รวมทั้งมีพยาบาลประเทศฟิลิปปินส์ที่ติดเชื้อจากการทำงานที่ตะวันออกกลาง ขณะนี้ไทยยังไม่พบผู้ป่วยโรคนี้ แต่เชื้อมีโอกาสแพร่มาไทยได้ตลอดเวลาจากการเดินทาง โดยเฉพาะการไปแสวงบุญที่ตะวันออกกลาง จึงจำเป็นต้องกระตุ้นเตือนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ให้ตระหนักและติดตามเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มีไข้ ปอดบวม และมีประวัติเดินทางไปตะวันออกกลางจะต้องดูแลใกล้ชิด โรคนี้หากรู้เร็วก็จะสามารถควบคุมป้องกันแพร่ระบาดได้เร็ว ในปีที่ผ่านมาไทยมีระบบการติดตามในกลุ่มคนไทยที่ไปร่วมพิธีฮัจญ์ โดยตั้งมิสเตอร์ฮัจญ์ติดตามประชาชนหลังเดินทางกลับจากพิธีฮัจญ์ ซึ่งมีประมาณหมื่นคน สามารถติดตามได้ทุกรายและไม่พบมีผู้ติดเชื้อแต่อย่างใดและปีนี้จะใช้ระบบเดียวกัน.

สธ.ประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์โรคโคโรน่าไวรัสและโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เน้นให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขณะนี้ไทยยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อโคโรน่าไวรัส แต่เชื้อมีโอกาสเข้ามาในไทยตลอดเวลา ไข้หวัดใหญ่เริ่มฉีดวัคซีน 1พ.ค.นี้... 18 เม.ย. 2557 09:33 ไทยรัฐ