วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เต้น'ฉะสมชัย ตลบตะแลง

มาร์คก็แนะนำ ให้คุมอารมณ์ ปลัดสธ.-เมิน ศอ.รส.ประชุม

“สมชัย” เสียงอ่อยหลังถูกเสื้อแดงรุมโพสต์ด่าคืน ต้องออกมาโพสต์เฟซบุ๊กอีกรอบ ลดโทนข้อความโจมตีพวกต่ำ-ถ่อย-เถื่อน เป็นพฤติกรรมแค่คนบางกลุ่ม แถมท้ายขอบคุณคนเสื้อแดงหลายคนที่เข้ามาเตือนสติ ด้าน “มาร์ค” แนะให้ควบคุมอารมณ์ ระมัดระวังในการแสดงออก ส่วนเสื้อแดงอุบลเดือด เขียนชื่อเผาโลงสาปส่ง ศอ.รส.นัดประชุมร่วมกับปลัดทุกกระทรวง ไร้เงา สธ. ฟากเจ้าตัวอ้างติดภารกิจทั้งวัน “ปึ้ง” สั่งเฉียบห้ามข้าราชการต้อนรับ “เทือก” ลั่นอย่าหนุนกบฏ ขณะที่ “สุเทพ” ออกนำเดินรณรงค์หาแนวร่วมกับรัฐวิสาหกิจวันแรกที่องค์การเภสัชกรรม คนต้อนรับเนืองแน่น

จากกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กด่ากราดคนเสื้อแดงว่าเป็นพวกต่ำ-เถื่อน-ถ่อย ท่ามกลางวิกฤติความขัดแย้ง ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จนถูกกระแสสังคมออกมาต่อต้านข้อความรุนแรงดังกล่าว ทำให้ล่าสุดนายสมชัยเริ่มเสียงอ่อย ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กอีกรอบว่าหมายถึงพฤติกรรมของบางคนเท่านั้น

“สมชัย” แจงพัลวันจวกแค่บางคน

วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงผู้สนับสนุนรัฐบาลและคนเสื้อแดงอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ได้ออกมาโจมตีอย่างดุเดือดว่าเป็นพวก ถ่อย เถื่อน ว่า “ขออภัยที่โพสต์ข้อความแล้วกระตุ้นความรู้สึกผู้สนับสนุนรัฐบาลและคนเสื้อแดงมากไปหน่อย แท้จริงแล้วมิได้หมายถึงทุกคนในกลุ่มนี้ แต่หมายถึงบางคนที่อาจเป็นส่วนน้อยนิดของกลุ่ม ที่ใช้ถ้อยคำต่ำ หยาบคาย เถื่อน ถ่อย ลามก ในพื้นที่เฟซบุ๊กส่วนตัวของผมจนเกินกว่าที่จะรับได้ จึงได้โพสต์ข้อความลักษณะดังกล่าวออกไป ด้วยเจตนามิต้องการให้คนในสังคมไทยติดอยู่ในพฤติกรรมหยาบช้า เช่นนี้ อยากให้สังคมอยู่กันด้วยเหตุผล และยอมรับความคิดที่ต่างกัน ขอขอบคุณผู้สนับสนุนรัฐบาลและเสื้อแดงอีกหลายคนที่โพสต์เข้ามาเพื่อให้สติ ท่านเป็นกลุ่มที่มีเหตุผล และเหตุผลของท่านจะเป็นส่วนให้ผมพิจารณาถึงบทบาทหน้าที่ต่างๆ ให้เกิดความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไปครับ”

“มาร์ค” แนะให้คุมอารมณ์

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. โพสต์เฟซบุ๊กถึงกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ที่ไม่สบายใจคือ สถานะของนายสมชัยอยู่ในฐานะ กกต. คงต้องระมัดระวัง เพราะการแสดงออกในลักษณะตอบโต้ หรือเสมือนเป็นปฏิปักษ์กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนั้น คงไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร เกรงว่าจะเป็นเหยื่อเปล่าๆ ทั้งนี้ เชื่อว่า กกต.ทุกท่าน พยายามจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม แต่ว่ามาเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ จึงขอให้กำลังใจให้อดทน เพราะแสดงออกมากก็จะกลายเป็นเหยื่อ

“จตุพร” บี้ กกต.ไล่เช็กประวัติ

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. แถลงว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร จะมาเป็น กกต.ด้วยวิธีการใดก็แล้วแต่ แต่ทราบว่าสมัยอยู่องค์กรกลางก็มีปัญหากับ กกต.ชุดแรกเรื่องงบประมาณ อยากให้ กกต.ชุดนี้ไปรื้อข้อมูล กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง แต่ไม่เคยดำเนินคดี กับคนขวางเลือกตั้ง กกต.ผ่านมา 3 ชุด ไม่เห็นเหมือนชุดนี้ ที่ทำอะไรไม่สำเร็จ สร้างแต่ปัญหา ส่วนที่มาระบุว่าจะมีการเลือกตั้งเดือนไหนแล้วจะได้รัฐบาลนั้น ตนมองว่าเป็นไปไม่ได้ ที่พูดก็เพื่อให้รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งเท่านั้น วันนี้ที่จะประหารนายกฯด้วย ป.ป.ช.และศาล รธน.นั้น จะไม่ง่ายเสียแล้ว เผลอๆจะมีสถานการณ์อื่นมาแทนที่ เพราะตนเชื่อว่าบ้านเมืองนี้จะลงท้ายด้วยการรัฐประหาร จึงขอให้คนเสื้อแดงติดตาม สถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“เต้น” โพสต์โต้ด่าตลบตะแลง

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. โฟสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ตอบโต้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ว่า “ไม่รู้ใครไปทำอะไร กกต.สมชัยถึงได้มีข้อสรุปเรื่องคนเสื้อแดงกับฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลคือคนไม่น่าคบที่สุดในสังคม เป็นความเห็นส่วนตัวของ กกต.ซึ่งกำลัง ‘ทำงานใหญ่ต้องทำใจให้ต้องเอียง’ ผิดถูกเหมาะควรหรือไม่อย่างไรสุดแต่สังคมพิจารณา แต่ส่วนตัวผมเห็นว่า ในสถานการณ์เช่นนี้คนที่หยาบคาย ต่ำ เถื่อน ถ่อย และไม่น่าคบ ที่สุดในสังคม คือคนไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง แต่ไปทำในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ คนที่ต้องเที่ยงธรรมเพื่อร่วมคลี่คลายความขัดแย้งแต่ดันตลบตะแลงเพื่อเข้าข้างพวกเดียวกันคนแบบนี้คบได้ที่ไหน”

แดงอุบลแห่โลงศพประท้วง

ที่ จ.อุบลราชธานี กลุ่มคนเสื้อแดงชักธงรบ นำโดยนายพิเชษฐ์ ทาบุดดา พร้อมสมาชิกเคลื่อนขบวนรถติดเครื่องขยายเสียงแห่โลงศพ 2 โลงระบุชื่อ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ไปตามถนนสายหลักในเขตเทศบาล ก่อนไปหยุดที่สำนักงาน กกต.จังหวัดอุบลราชธานี เปิดปราศรัยโจมตีบุคคลทั้งสองที่โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กดูหมิ่นกลุ่มคนเสื้อแดง จากนั้นนำโลงศพทั้ง 2 โลงวางไว้หน้าประตูทางเข้าก่อนจุดไฟเผาเพื่อประท้วง พร้อมทิ้งท้ายห้ามนายสมชัยมาเหยียบอุบลราชธานีเด็ดขาด

บิ๊ก ขรก.ตบเท้าอวยพรสงกรานต์

เมื่อเวลา 10.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางมายังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี เปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง นำโดย นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และปลัดกระทรวงต่างๆ เข้าอวยพร พร้อมมอบแจกันดอกไม้ เนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์และถ่ายภาพร่วมกับนายกฯ ส่วนปลัดกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้เข้าร่วมอวยพร ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า ขอขอบคุณปลัดกระทรวงต่างๆที่มาร่วมอวยพร และฝากขอบคุณข้าราชการทุกคนที่ประคับประคองให้ประเทศเดินไปได้ในช่วงที่ผ่านมา และขอเป็นกำลังใจให้ข้าราชการทุกคนทุ่มเทเพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี

ย้ำหน้าที่ ขรก.ดูแลประชาชน

จากนั้น นายกฯเป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า โดยกล่าวก่อนประชุมว่า เชื่อว่าเวลานี้หลายกระทรวงยังทำงานไม่เต็มที่ เพราะยังไม่ลงตัวเรื่องสถานที่ อย่างไร ก็ตาม อยากขอให้ทุกคนถือว่าเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีหน้าที่สำคัญดูแลประชาชน ไม่อยากให้บริหารราชการติดขัด อะไรติดขัดเสียหายต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ขอให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแต่ละกระทรวงดูว่าจะช่วยกันแก้ไขปัญหา และขอกระทรวงพาณิชย์ติดตามดูราคาสินค้าที่มีผลกระทบต่อประชาชนว่าในระยะยาวจะทำอย่างไรเมื่อยังไม่มีรัฐบาลใหม่ นอกจากนี้ ขอแสดงความยินดีกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวดีขึ้น

เรียกถกปลัดกระทรวงไร้เงา สธ.

อีกด้านหนึ่ง ที่ บช.ปส. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้เรียกประชุมปลัดกระทรวง เพื่อหารือและทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. เป็นประธานประชุม มีปลัดกระทรวงและตัวแทนปลัดกระทรวงทั้ง 20 กระทรวง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยมีเพียงกระทรวงสาธารณสุขที่ไม่มีปลัดกระทรวงหรือตัวแทนเข้าร่วม ขณะที่มีบางกระทรวงที่ปลัดกระทรวงไม่ได้เข้าร่วมประชุมแต่ส่งตัวแทนเข้าร่วม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวเปิดการประชุมว่า ศอ.รส.ไม่ได้ใช้อำนาจบาตรใหญ่ แต่เมื่อ ศอ.รส.ได้รับอำนาจให้ดูแลความสงบจึงได้เรียนเชิญปลัดกระทรวงมาพูดคุย ทั้งนี้ ศอ.รส.ได้ตัดสินใจออกแถลงการณ์ เพราะหากมีการฆ่ากันตายพวกตนจะถูกประณามด้วย

ออกโรงปรามอย่าหนุนกบฏ

โดยก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ บช.ปส. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ ฐานะที่ปรึกษา ศอ.รส. กล่าวถึงการเชิญหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงร่วมประชุมกับ ศอ.รส.ว่า ไม่มีวัตถุประสงค์ใดๆแทรกซ้อน แต่จะนำวีดิโอคำพูดของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่ประกาศจัดตั้งรัฏฐาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา มาเปิดให้ดูเพื่อทำความเข้าใจในระเบียบข้าราชการพลเรือนที่จะสนับสนุนกบฏหรือคนที่พยายามยึดอำนาจไว้กับตนเองนั้น ทำไม่ได้ ผิดกฎหมาย และการสนับสนุนนายสุเทพที่เป็นรัฏฐาธิปัตย์ก็ผิดวินัยข้าราชการ ส่วนผู้ที่ไม่มาตามคำเชิญต้องดูเหตุผล แต่กรณีปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้แจ้ง รมว.สาธารณสุข ดำเนินตามขั้นตอนแล้ว การทำตัวอยู่เหนือกฎระเบียบคงไม่ถูกต้อง ไม่อยากให้เป็นเยี่ยงอย่าง เชื่อว่าสังคมรู้ว่าข้าราชการคนไหนเป็นอย่างไร บางคนขึ้นเป็นใหญ่ด้วยการวิ่งเต้นจนลืมว่าต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบ

ขู่ปลัด สธ.แทงหวยผิดอาจโดนเด้ง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐบุคคลออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เข้ามาคุยแก้ปัญหาบ้านเมืองว่า คนไทยมีสิทธิ์คิดเพื่อให้บ้านเมืองสงบ แต่ไม่ขอลงรายละเอียดในเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่ปลัดกระทรวงบางคนให้การสนับสนุนในการล้มรัฐบาลนั้นไม่มีใครห้าม “แต่ถ้ามึงแทงหวยผิด รัฐบาลตั้งหลักได้ เขาก็ย้ายมึงหมดก็มีเท่านั้น อย่างปลัดกระทรวงสาธารณสุข ใครจะเอาไว้ แต่ผมชอบคนแบบนี้ บ้านเมืองต้องมีคนอย่างนี้บ้างไม่งั้นเหงาหงอย”

เผย 6 ปลัดไม่ร่วมประชุม ศอ.รส.

ขณะที่ นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเข้าร่วมประชุมกับ ศอ.รส.ว่า ที่ประชุมวันนี้มีปลัดกระทรวงต่างๆเข้ามาร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง ขาดเพียงปลัดจาก 6 กระทรวงเท่านั้นที่ไม่ได้มาเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ส่งผู้แทนมาประชุมเนื่องจากติดภารกิจและบางคนป่วยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ส่วนปลัดกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้มาเข้าร่วมประชุมและไม่ได้ส่งตัวแทนเข้ามาร่วม

ย้ำ ขรก.ห้ามสนับสนุนชุมนุม

นายชวลิตกล่าวว่า สำหรับประเด็นที่หารือในที่ประชุม ศอ.รส. ได้ทำความเข้าใจและขอความร่วมมือจากปลัดกระทรวงว่า ไม่ควรให้ความร่วมมือกับแกนนำผู้ชุมนุม เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาในคดีกบฏ ส่วนในประเด็นที่ตน และปลัดกระทรวงยุติธรรมให้การต้อนรับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้นั้น ศอ.รส.ไม่ได้ติดใจเรื่องนี้ เพราะเข้าใจว่าต้องรับหน้าผู้ชุมนุมไปตามสถานการณ์ เป็นเจ้าบ้านก็ต้องให้การต้อนรับ ส่วนความคืบหน้าการย้ายสถานที่ทำงานกลับเข้าไปทำงานในพื้นที่ คาดว่าวันที่ 22 เม.ย.นี้ จะเข้าไปทำงานตามปกติ

ปลัด สธ.อ้างติดงานเมินแจง ศอ.รส.

ต่อมาเวลา 16.30 น. นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีไม่เข้าร่วมประชุมกับ ศอ.รส. ว่า เนื่องจากวันนี้ตนมีภารกิจที่กระทรวงสาธารณสุขทั้งวัน ทั้งติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ และการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2012 ไม่จำเป็นต้องทำหนังสือชี้แจงต่อ ศอ.รส. และขอยืนยันว่าตนปฏิบัติตามหน้าที่ของข้าราชการประจำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์การชุมนุม ก็มีศูนย์ส่วนหน้าโรงพยาบาลสงฆ์ ซึ่งประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆอย่างเต็มกำลังอยู่แล้ว ส่วนกรณีแถลงการณ์ของ ศอ.รส. ออกคำสั่งให้หน่วยงานราชการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองและห้ามแสดงความคิดเห็นหรือยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกดำเนินการทางกฎหมายอยู่นั้น การที่ตนออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง มีรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าข้าราชการมีสิทธิเท่าเทียมประชาชน

ปัดข้อหาปูทางเล่นการเมือง

นพ.ณรงค์กล่าวต่อว่า ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าการแสดงออกทางการเมืองของตน เป็นการปูทางไปสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ตนเชื่อว่าการเป็นข้าราชการประจำและได้อยู่ในตำแหน่งปลัดกระทรวงถือเป็นสิ่งสูงสุดในชีวิตข้าราชการ มีเกียรติและศักดิ์ศรีพอ ตนคงเลือกที่จะเก็บเงินที่ทำงานมาทั้งชีวิตเพื่อใช้ในบั้นปลายดีกว่าเอาไปซื้อเสียงเพื่อให้ได้ตำแหน่งทางการเมือง

“ปึ้ง” สั่งห้ามต้อนรับ “สุเทพ”

กระทั่งเวลา 16.00 น. ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ประธานที่ปรึกษา ศอ.รส. กล่าวว่า ได้สั่งห้ามทุกกระทรวงมิให้ให้การต้อนรับนายสุเทพ โดยเด็ดขาดมิเช่นนั้นจะถูกตั้งกรรมการสอบผิดระเบียบวินัยข้าราชการมาตรา 81 ตาม พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน เพราะ กปปส.ได้ประกาศตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ถือว่าเป็นกบฏรอบสอง ดังนั้นในเวลาราชการ หากข้าราชการเข้าไปสนับสนุนเปิดประตูต้อนรับนั่งร่วมรับประทานอาหาร หรือแม้แต่ออกมาจากอาคารสถานที่ราชการต้อนรับขบวนของ กปปส.ก็ไม่ควรทำโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะถือมีความผิด

เข้าใจปลัด สธ.สวมหมวกสองใบ

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่ไม่เดินทางมาร่วมประชุมครั้งนี้ ไม่ถือว่าไม่ให้ความร่วมมือ และ ศอ.รส.ไม่ได้ตำหนิ เข้าใจว่าปลัดกระทรวงสาธารณสุขสวมหมวกสองใบคือทำงานราชการและภาคประชาชน อย่างไรก็ตามเลขานุการ ศอ.รส.จะแจ้งผลการประชุมให้กับปลัดกระทรวงสาธารณสุขทราบในแนวทางปฏิบัติ นอกจากนี้ ที่ประชุม ศอ.รส.ยังได้ให้ปลัดกระทรวงเดินหน้าจัดทำแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ได้โดยไม่ต้องรอรัฐบาลชุดใหม่เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการบริหารราชการของแต่ละกระทรวง

ลั่นไม่อยากให้เอาเยี่ยงอย่าง

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เลขานุการ ศอ.รส. กล่าวว่า ในการประชุม ศอ.รส.ได้กำชับให้ปลัดกระทรวงไปทำความเข้าใจกับข้าราชการเกี่ยวกับการเข้าร่วมการชุมนุมเพราะถ้าเข้าร่วมการชุมนุมในเวลาราชการคงไม่ได้ แต่ถ้าอยู่นอกเวลาราชการแล้วถือเป็นสิทธิที่จะทำได้ และได้กำชับให้ปลัดกระทรวงเป็นแบบอย่างที่ดีต่อข้าราชการในสังกัด นอกจากนี้ยังกำชับให้ทุกกระทรวงเปิดให้บริการประชาชนให้ได้มากที่สุด ส่วนกรณีที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงยุติธรรมให้การต้อนรับกลุ่ม กปปส.นั้น ศอ.รส.ไม่ได้ตำหนิแค่ไม่อยากให้เอาเป็นแบบอย่าง เพราะจะกระทบกระเทือนต่อการทำงาน

“ปลัด ยธ.” แนะตั้งสติหาจุดร่วม

นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า เบื้องต้นตนรู้สึกกังวลเพราะมุมมองของแต่ละฝ่ายคือทั้งรัฐบาลและ กปปส.นั้นมีความแตกต่างค่อนข้างมาก ตนคิดว่าประเทศอยู่ในจุดที่เราต้องพูดคุยกันมากขึ้น รับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ถ้าแต่ละฝ่ายใช้กรอบของตัวเองจะทำให้มองไปคนละจุดจะนำมาสู่ปัญหา ขณะนี้เราต้องฟังกันมากขึ้นต้องตั้งสติและหาจุดร่วม สิ่งที่เห็นตรงกันคือประเทศไทยต้องการการเปลี่ยนแปลง และที่สำคัญคือการปฏิรูป ถ้าทุกฝ่ายเห็นแก่ส่วนรวมและใช้วิธีตามระบอบประชาธิปไตย เชื่อว่าหลังจากการหารือวันนี้ปลัดกระทรวงจะมีดุลพินิจที่จะนำไปพิจารณาตามความเหมาะสม โดยข้าราชการต้องรักษาความเป็นกลางทางการเมือง มีความหนักแน่นในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง

แถลงการณ์อย่าทำ 2 มาตรฐาน

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ บช.ปส. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรรมการ ศอ.รส.ว่า ขณะนี้มีข้อมูลเพียงพอที่บ่งชี้ว่าจะเกิดความรุนแรงและเหตุร้ายในพื้นที่รับผิดชอบของ ศอ.รส. โดยเฉพาะการระดมมวลชนเพื่อชุมนุมใหญ่ของ กปปส.และ นปช. และกลุ่มอื่นๆ ในลักษณะท้าทายและแข่งขันกัน ภายใต้เงื่อนไขการวินิจฉัยของ ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญ จึงขอให้แต่ละฝ่ายดำเนินการต่อไปนี้ 1.คณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีความกังวลในตัวคณะกรรมการบางคน ศอ.รส.ขอให้มีคำวินิจฉัยต่อกรณีรับจำนำข้าวอย่างตรงไปตรงมา ตามข้อเท็จจริงไม่เลือกปฏิบัติ หรือสองมาตรฐาน 2.ศอ.รส มีความกังวลต่อตุลาการบางคน จึงขอเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาและวินิจฉัยกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อย่างตรงไปตรงมา เพื่อเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ไม่อาจแทรกแซงได้ โดยจะต้องไม่วินิจฉัยเกินเลยไปถึงขนาดว่า หากความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง แล้ว ครม.ทั้งคณะจะต้องพ้นจากตำแหน่ง โดยศาลรัฐธรรมนูญจะต้องปฏิบัติตามจริยธรรมและคำถวายสัตย์

แนะ ครม.ขอบรมราชวินิจฉัย

3.ขอเรียกร้อง ครม.ว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกินกว่ารัฐธรรมนูญ ครม.ต้องแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดสุญญากาศ เพราะเมื่อศาลรัฐธรรมนูญจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญเสียเอง ครม.ก็ชอบที่จะทูลเกล้าฯขอพระบรมราชวินิจฉัยว่า ครม.ต้องพ้นจากการอยู่ในตำแหน่งตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกินจากรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะ ครม.ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง การจะพ้นไปก็สมควรที่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พ้นไป มิใช่ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ชี้ขาดเสียเอง โดยฝ่าฝืนมาตรา 181 โดยในระหว่างทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัยนั้น ให้กราบบังคมทูลด้วยว่า ครม.จะคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามมาตรา 181 การทูลเกล้าฯขอพระบรมราชวินิจฉัยเช่นนี้ เพื่อให้เกิดข้อยุติอันจะนำมาซึ่งความสงบสุขของบ้านเมือง โดยมิต้องเกิดการใช้กำลังของกลุ่มคนสองกลุ่มเข้าก่อเหตุร้ายต่อกัน และป้องกันมิให้ ครม.กระทำผิดตามมาตรา 181 ด้วย

จี้ กกต.จัด ลต.-หยุดระดมม็อบ

นายธาริตกล่าวต่อว่า ศอ.รส.ขอเรียกร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้รับผิดชอบในการจัดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.โดยเร็ว เพื่อให้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ส่วนเรื่องความเอนเอียงของ กกต.บางคน ที่ประกาศว่าจำเป็นต้องเอนเอียงเข้าข้างบางฝ่ายเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง และเข้าข่ายผิดกฎหมาย และ ศอ.รส.ขอเรียกร้องแกนนำ กปปส.และแกนนำ นปช.ให้ยุติการชุมนุมและไม่ปลุกระดมเรียกคนเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ เพราะจะเป็นความเสี่ยงต่อการกระทบกระทั่ง และก่อเหตุร้ายต่อกัน หากแกนนำยังฝ่าฝืนจนเกิดเหตุร้าย แกนนำทุกคน ทุกกลุ่มจะต้องรับผิดชอบต่อการทำผิดกฎหมาย ทั้งทางอาญาและทางแพ่งอย่างถึงที่สุด นอกจากนี้ขอเรียกร้องหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง ปฏิบัติหน้าที่ในราชการอย่างระมัดระวัง ตักเตือนดูแลให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงเข้าร่วมกิจกรรมสนับสนุนของแกนนำที่ทำผิดกฎหมาย และงดเว้นการเข้าร่วมชุมนุมทั้ง กปปส.และ นปช.

“สุเทพ” นำทัพอ้อนขอแรง อภ.

สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส.นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานจากสวนลุมพินีว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ได้นำผู้ชุมนุมจากสวนลุมพินี เคลื่อนขบวนโดยใช้เส้นทางด่วนพระราม 4 เพื่อเดินทางไปยังบริเวณหน้าองค์การเภสัชกรรม (อภ.) โดยมีการนำรถปราศรัยติดเครื่องเสียงเข้าจอดด้านหน้าอาคาร ส่วนผู้ชุมนุมนั่งใต้ร่มไม้รอบอาคาร ขณะที่พนักงาน อภ.ได้ออกมายืนรอต้อนรับแกนนำ กปปส.และผู้ชุมนุมที่บันไดอาคารกันอย่างคึกคัก มีการเป่านกหวีด โบกธงชาติ และบริจาคเงินจำนวนมาก พร้อมเตรียมน้ำดื่มไว้ให้ผู้ชุมนุมด้วย จากนั้นเวลา 11.00 น. นายสุเทพ พร้อมแกนนำ อาทิ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม และนายคมสัน ทองศิริ เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เข้าชี้แจงต่อผู้บริหาร อภ. โดยมีนายสมชาย ศรีชัยนาค รอง ผอ.ภก. กล่าวให้การต้อนรับ พร้อมสนับสนุนโดยเฉพาะเรื่องยารักษาโรค

ยังอุบไต๋วันนัดใหญ่ครั้งสุดท้าย

นายสุเทพ ชี้แจงว่า การเดินทางมาองค์การเภสัชกรรม ถือเป็นการเดินสายพบรัฐวิสาหกิจแห่งแรก หลายครั้งที่พยายามระดมพลังประชาชนต่อต้านรัฐบาลทรราช แต่ฝ่ายกุมอำนาจยังไม่ฟังเสียงประชาชน สิ่งที่จำเป็นขณะนี้คือจัดการให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวหลุดพ้นไป ยืนยันว่าการต่อสู้ของเรา ไม่ได้ทำเพราะกระหายอำนาจ สู้มากว่า 5 เดือน ไม่มีนายทุนหนุนหลัง ไม่เคยขอเงินใคร อยู่กันได้จากเงินส่วนตัวและเงินหุ้นส่วนจากประชาชน ทั้งนี้จะนัดรวมพลังประชาชนทั้งประเทศอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น ตั้งใจว่าจะสู้ให้รู้แพ้รู้ชนะ ถ้าแพ้ก็ค่อยไปสู้ชาติหน้าแต่ครั้งนี้จะสู้เต็มที่ ส่วนวันเวลาที่จะนัดหมายไม่สามารถแจ้งได้ล่วงหน้า เพราะต้องการให้อีกฝ่ายยอมจำนนจริงๆ โดยการรอให้ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว หรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช.

เร่งหาแนวร่วมระดมมวลชน

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า การที่นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม เสนอแนวทางใช้รัฐธรรมมนูญ มาตรา 7 เพื่อหาทางออกให้บ้านเมือง ถือว่าเป็นการมิบังควร รบกวนเบื้องพระยุคลบาทและก้าวล่วงพระราชอำนาจ ส่วนการที่ตนเคยเสนอประกาศรัฏฐาธิปัตย์ เห็นว่าหากเราไม่ประกาศเชื่อว่าอีกฝ่ายจะชิงประกาศก่อน จึงต้องวัดกันที่จำนวนมวลชน หากครั้งนี้ประชาชนไม่ออกมาจำนวนมากก็จะไม่ชนะ ซึ่งหลังจากนี้จนถึงวันนัดชุมนุม เราจะทำทุกอย่างเพื่อกระตุ้นประชาชนออกมาร่วม ขอให้พนักงานองค์การเภสัชกรรม หาแนวร่วมต่อสู้นอกสวนลุมพินีด้วย เช่นการชี้แจงกับคนใกล้ชิด

จากนั้นนายสุเทพ ได้ขึ้นรถปราศรัยด้านหน้าอาคาร ชี้แจงแนวทางการเคลื่อนไหวของ กปปส. ก่อนจะรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกับผู้บริหาร อภ. โดยสหภาพรัฐวิสาหกิจ อภ. ได้เตรียมก๋วยเตี๋ยวหมูชื่อดังย่านอุรุพงษ์ ไว้รอต้อนรับ จากนั้นนายสุเทพ นำผู้ชุมนุมเดินทางกลับสวนลุมพินีทันที

ถือฤกษ์ปลุกพระสร้างขวัญ

ส่วนที่เวทีสวนลุมพินี บรรยากาศการชุมนุมกลุ่ม กปปส. ในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเงียบเหงา เนื่องจากผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เดินทางออกไปชุมนุมที่องค์การเภสัชกรรมกับแกนนำ กระทั่งช่วงบ่ายที่ผู้ชุมนุมเดินทางกลับมาทำให้บรรยากาศคึกคักขึ้น บนเวทีปราศรัยมีการแสดงดนตรีสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชุมนุมอย่างมาก โดยผู้ชุมนุมบางคนได้มาปักหลักหน้าเวทีเพื่อติดตามกิจกรรมที่มีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ในวันที่ 19 เม.ย.นี้ ตรงกับวันเสาร์ แรม 5 ค่ำ เดือน 5 หรือที่เรียกว่าวันเสาร์ 5 ถือเป็นวันพิเศษ วันแรง วันแข็งหรือวันขลังตามคติโบราณ ที่ให้คุณทางด้านความสำเร็จสมประสงค์ ถือเป็นฤกษ์มงคลเป็นวันโชคชัย ทางแกนนำ กปปส.จะทำพิธีพุทธาภิเษก “พระพุทธรูปปางพิชิตมาร” ภายในสวนลุมพินี โดยจะเริ่มพิธีตั้งแต่เวลา 12.00 น. และดับเทียนชัยมงคลเวลา 18.00 น. เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยพระพุทธรูปดังกล่าวจะประดิษฐานไว้ภายในสวนลุมพินี

เอเอสทีวียุติถ่ายทอดสด คปท.

ด้านบรรยากาศการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ยังเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่เคลื่อนไหวไปทำกิจกรรมนอกพื้นที่ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่พักผ่อนตามอัธยาศัย กระทั่งช่วงเที่ยง ได้เปิดเวทีปราศรัย โดยเชิญนักวิชาการมาให้ความรู้เรื่องการปฏิวัติโดยประชาชน เนื่องจากสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ผู้สนับสนุนรายสำคัญของ คปท. ได้ยุติการถ่ายทอดกิจกรรมปราศรัยของ คปท. ทั้งนี้นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. กล่าวว่า เอเอสทีวี ได้แจ้งขอยุติการสนับสนุนถ่ายทอดสดกิจกรรมของ คปท. มาตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ส่วนเหตุอะไรนั้น ตนไม่ทราบ แม้ไม่มีการถ่ายทอดสด คปท.ก็จะปรับกลยุทธ์สื่อสารกับประชาชนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กและสื่อกระแสหลัก

เปิดวงสัมมนาถกมาตรา 3

นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของ คปท.ภายในสัปดาห์นี้จะอยู่ในที่ตั้ง รอดูท่าทีของข้าราชการ โดยเฉพาะปลัดกระทรวงทุกกระทรวงว่าจะให้ความร่วมมือต่อข้อเรียกร้องที่มวลมหาประชาชนหรือไม่ สำหรับการเคลื่อนไหวในวันที่ 18 เม.ย.นี้ เวลา 14.00 น. คปท.จะเปิดสัมมนาทางวิชาการในหัวข้อ “มาตรา 3 อำนาจอธิปไตยปวงชน และการสถาปนารัฏฐาธิปัตย์”

“พุทธอิสระ” โชว์ฝีมือปลายจวัก

ด้านความเคลื่อนไหวเวที กปปส. ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 15.20 น. พระพุทธอิสระ แกนนำ กปปส.เวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ได้ยกครัวมาหน้าเวที โชว์ฝีมือปรุงแกงพะแนงปลาโอต้นตำรับเดิม โดยใช้ปลาโอ 180 กิโลกรัม มันฝรั่ง มันเทศ มะเขือเทศ ปรุงในกระทะขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 2 เมตร ใช้เวลาปรุงกว่า 2 ชั่วโมง เรียกความสนใจจากผู้ชุมนุมเป็นอย่างมาก โดยพระพุทธอิสระกล่าวว่า การทำอาหารเป็นศิลปะ ที่ทำแกงพะแนงปลาโอเนื่องจากชาวอิสลาม ไทยพุทธ และจีน รับประทานได้ เครื่องปรุงที่ใช้ และเครื่องแกงต้องใหม่สด และไม่ใส่ผงชูรส หลังปรุงเสร็จพระพุทธอิสระให้เจ้าหน้าที่นำไปแจกจ่ายผู้ชุมนุมและผู้ที่อยู่ในศูนย์ราชการได้กินกันอย่างเอร็ดอร่อย

นปช.ยันยังไม่นัดชุมนุม 18 เม.ย.

สำหรับความเคลื่อนไหวกลุ่ม นปช. วันเดียวกัน นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษก นปช. กล่าวว่า ที่มีข่าวว่าการชุมนุมของ นปช.ในวันที่ 18 เม.ย. ขอแจ้งว่ายังไม่มีที่คนพี่น้องเสื้อแดงโทร.มาสอบถามรวมทั้งสื่อมวลชนว่าจะชุมนุมวันไหน ขอบอกว่าเมื่อสถานการณ์พร้อมแล้วเราจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง ประเด็นสำคัญ เราไม่ต้องการให้มวลชนมาบาดเจ็บล้มตายหรือเผชิญหน้ากับ กปปส.

ขณะที่นายสมหวัง อัษราสี รองประธาน นปช. กล่าวว่า การชุมนุมครั้งใหม่ นปช.ยังคงใช้สถานที่เดิมคือถนนอักษะ แต่ครั้งนี้จะหันหน้าไปทางฝั่งพุทธมณฑลสาย 3 และจะใช้ถนนอักษะทั้งเส้น ที่มีระยะทางกว่า 3 กม. มั่นใจรองรับผู้ร่วมชุมนุมได้ไม่ต่ำกว่า 5 แสนคนแน่นอน

เสื้อแดงเชียงใหม่แจ้งจับ “เทือก”

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 17 เม.ย. นายรุจินันท์ รุจนานันท์ อายุ 58 ปี แกนนำกลุ่มเสื้อแดงรักเชียงใหม่ 51 พามวลชนประมาณ 50 คน พร้อมรถติดเครื่องขยายเสียงไปที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ เปิดปราศรัยย่อยโจมตีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่กระทำการเตรียมตั้งรัฏฐาธิปัตย์ และเตรียมขอโปรดเกล้าฯนายกรัฐมนตรีคนกลาง จากนั้นเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.มนตรี พุทธขันธ์ พงส.สภ.เมืองเชียงใหม่ ให้ดำเนินคดีกับนายสุเทพ โดยนายรุจินันท์ให้การว่า เมื่อเวลา 2 ทุ่มเศษ คืนวันที่ 5 เม.ย. นายสุเทพได้ปราศรัยบนเวทีสวนลุมพินี กล่าวอ้างล่วงละเมิดพระราชอำนาจ ตั้งรัฏฐาธิปัตย์และเตรียมทูลเกล้าฯเสนอนายกฯมาตรา 7 ถือว่ากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และ ม.113 เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนายรุจินันท์เอาไว้พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนเสนอสำนวนให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป

นปช.อุดรเดือด–จุดไฟเผาโลง

ที่หอประชุมบริบาลภูมิเขตต์ ที่ว่าการอำเภอบ้านผือ จ.อุดรธานี มีการจัดสัมมนา “ขบวนการคนอีสาน ปกป้องประชาธิปไตยอุดรธานี” มีกลุ่มคนเสื้อแดงจาก อ.บ้านผือ อ.น้ำโสม และ อ.นายูง กว่า 300 คน สวมเสื้อสีดำเข้าร่วม โดยมีนางเทียบจุฑา ขาวขำ นายขจิตร ชัยนิคม อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำขึ้นกล่าวปราศรัยโจมตีการทำงานขององค์กรอิสระ หลังการสัมมนา กลุ่มคนเสื้อแดงออกไปรวมตัวกันที่สนามฟุตบอลเพื่อทำพิธีไว้อาลัยให้กับองค์กรอิสระและตุลาการศาล รธน. โดยนำพวงหรีดและโลงศพเขียนชื่อ กกต. ป.ป.ช. ตุลาการศาล รธน. กปปส. และให้คนเสื้อแดงวางดอกไม้จันทน์และพวงหรีด ก่อนจุดไฟเผาโลงศพ จากนั้นนายสมควร บุญประคม ส.จ.อุดรธานี นำกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.บ้านผือ ให้ดำเนินคดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ข้อหาเป็นกบฏกรณีจะจัดตั้งรัฏฐาธิปัตย์

จวกรัฐยื้อเวลาหวังปั่นสถานการณ์

ต่อมาเมื่อเวลา 20.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นปราศรัยที่เวทีสวนลุมพินีว่า การที่วันนี้ได้ยินข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยื่นขอขยายเวลาเข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น อาจจะเป็นการซื้อเวลายื้อเอาไว้ หรือเพื่อวิ่งเต้นโหมสร้างสถานการณ์กดดันศาลรัฐธรรมนูญ หรือเตรียมการให้สมุนสร้างกระแสกดดันศาลรัฐธรรมนูญ และตนไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญจะขยายเวลาให้อีกกี่วัน แต่ดูเหมือนข้อสันนิษฐานเรื่องการสร้างสถานการณ์นั้นมีเค้าว่าจะเป็นจริง โดยเห็นได้จาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน แถลงอ้างแหล่งข่าวตำรวจสันติบาลว่าหาก ป.ป.ช.ชี้มูล น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าผิด หรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าให้พ้นจากตำแหน่ง บ้านเมืองก็จะเกิดเหตุร้ายไม่สงบแน่นอน ถือว่าชัดเจน และแปลได้ว่า ร.ต.อ.เฉลิมรับจ๊อบมาขู่ ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่วินิจฉัย แต่ออกมาดักคอไว้แล้วว่าสองมาตรฐาน

สับ ศอ.รส.โอหังไม่รู้ที่ต่ำที่สูง

นายสุเทพกล่าวต่อว่า ส่วนการที่ ศอ.รส.ออกแถลงการณ์ คาดการณ์ล่วงหน้า และกล่าวหาเขาที่ต้องตัดสินชี้มูล เพราะ กปปส.ต้องการอย่างนั้นอยู่แล้ว ขอให้ดูสันดานเลวของคนใน ศอ.รส. ที่ถือว่าใหญ่เหลือเกิน ถือเป็นการบีบบังคับ ป.ป.ช.อย่างชัดเจน ต้องตัดสินให้ถูกอย่างเดียว ศอ.รส.ทั้งหลาย ศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่บุตรบุญธรรม ไม่ใช่ลูกไล่ ลูกเลี้ยงที่จะมาสั่งการอย่างยโสโอหัง ที่เลวกว่านั้นคือบังอาจบอกว่าให้ ครม.ทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัย อยากฟ้องคนไทยทั้งประเทศว่าคนพวกนี้ไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำ

18 เม.ย. 2557 04:35 ไทยรัฐ