วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ท่านเจ้าคุณฯสอน ศาลรธน. ทำหน้าที่เป็นกลาง

อย่าจงรักภักดีฝ่ายเดียว เลิกคิดว่าเราเป็นฝ่ายถูก วสันต์ชี้ปูไปครม.ยังอยู่ กกต.วอน‘ปชป.’ร่วมถก

“เจ้าคุณพิพิธ” ขอบิณฑบาตศาล รธน.-องค์กรอิสระ ทำหน้าที่ให้เป็นกลางช่วงประเทศวิกฤติ ชูยา 2 ขนานสมานรอยแตกแยก อย่าคิดว่าตัวเองและจงรักภักดีอยู่ฝ่ายเดียว “นายกฯปู” ขอขยายเวลาศาล รธน.แจงคดีเด้ง “ถวิล” ออกไป 15 วัน แต่กลับลงนามส่งคำชี้แจงไปแล้ว ยันไม่มีสิทธิรับคำร้องไว้วินิจฉัย “ปึ้ง” ดักทางฟันได้แค่ “ครม.ปู 1” หยันรัฐบุคคลพวกคนแก่ กลับไปเลี้ยงหลานดีกว่า “เหลิม” ขู่ตัดสินเกินข้อกฎหมายกลียุคแน่ ปชป.ชี้เกมยื้อแค่หวังต่อลมหายใจ เย้ย พท.ก้าวไม่พ้นถุงเงินนายใหญ่ ปธ.กกต. อ้อน ปชป.ร่วมวงถกวันเลือกตั้ง เมิน ศอ.รส.แค่เสือกระดาษ พท.ส่ง “จารุพงศ์” หารือ “มาร์ค” สอน “สมชัย” คิดให้รอบคอบ “สุรชัย” บีบนายกฯเปิดประชุมก่อนสิ้น เม.ย. อ้ำอึ้งแผนลักไก่ชงนายกฯ ม.7 จ่อส่งตีความหากรัฐบาลแข็งขืนไม่เปิดประชุมสมัยวิสามัญ

ความเคลือบแคลงใจของฝ่ายรัฐบาลต่อการพิจารณาคดีต่างๆขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่สามารถชี้เป็นชี้ตายรัฐบาล ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ ล่าสุดในงานครบรอบ 16 ปี ศาลรัฐธรรมนูญ พระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนฯ ได้ขอบิณฑบาตให้องค์กรเหล่านี้ทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง

“เจ้าคุณพิพิธ” บิณฑบาตศาล รธน.

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายจรูญ อินทจาร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสศาลรัฐธรรมนูญครบรอบ 16 ปี โดยมีคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เข้าร่วมพิธีพร้อมเพรียง โดยมีการจัดบรรยายธรรมเรื่อง “ธรรมะกับการปฏิบัติหน้าที่” โดยพระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร บรรยายธรรมว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีความสำคัญต่อประเทศชาติ ต้องทำหน้าที่เป็นกลาง ขณะนี้ประเทศไทยกำลังป่วยไข้หนัก เพราะแตกความสามัคคี ขาดคนเสียสละ คนไทยไม่ยอมแก้นิสัยตนเอง รวมถึงภาระหนี้สินภาครัฐและเอกชนที่งอกเงยขึ้น จนไม่รู้จะแก้ไขได้อย่างไรเพราะไม่มีสภาฯ จึงเป็นหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน และองค์กรอิสระที่อย่าคิดแบบศาล แต่ให้คิดเป็นเเบบศาลา คือมาพูดคุยกันเพื่อหาทางออก และต้องมียารักษาประเทศ

ชูยา 2 ขนานสมานรอยแตกแยก

พระราชวิจิตรปฏิภาณกล่าวอีกว่า ยาขนานแรกต้องหยุดความคิดว่าเราเป็นฝ่ายถูก ให้อภัยกันและกัน อย่าเชื่อคำยุยงปลุกปั่น ผู้ที่มีความสามารถควรเสียสละออกมาช่วยแก้ปัญหา หยุดการฉ้อฉล ส่วนยาขนานที่ 2 ทุกฝ่ายต้องหยุดพล่ามว่าตนเองเป็นผู้จงรักภักดีเพียงฝ่ายเดียว หยุดใส่ร้ายป้ายสีสถาบัน หยุดชักใยในที่แอบแฝง หยุดแย่งชิงความเป็นใหญ่ ส่วนที่มีการขัดขวางไม่ให้ทำตามรัฐธรรมนูญ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระมีมติและลงสัตยาบันร่วมกันว่าจะทำตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพราะถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญก็จะไม่มีศาลและองค์กรอิสระ

ถามศาล รธน.นายกฯม.7 ทำได้ไหม

โดยในช่วงท้ายของการบรรยายเจ้าคุณพิพิธ ได้กระเซ้าถามตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่าตกลงนายกฯตามมาตรา 7 ทำได้หรือไม่ หรือจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องนี้ได้หรือไม่ ซึ่งผู้ที่นั่งฟังบรรยายอยู่ในห้องตอบกลับว่า ท่านเป็นพระยื่นคำร้องตีความไม่ได้เพราะอาจขัดกฎหมาย

“ปู” ขอขยายเวลาออกไป 15 วัน

เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญในคดีคำร้องของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ขอให้วินิจฉัยสถานะการเป็นรัฐมนตรี ของนายกฯและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 268 และเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 (7) หรือไม่ ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 18 เม.ย.ว่า เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ตนได้ส่งหนังสือถึงศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอขยายเวลาการเข้าชี้แจงออกไปอีก 15 วัน กำลังรอคำตอบจากศาลรัฐธรรมนูญอยู่ว่าจะอนุญาตให้นายกฯขยายเวลาหรือไม่ ถ้าให้จะขยายให้กี่วัน คาดว่าวันนี้จะรู้คำตอบ

ลงนามส่งคำชี้แจงคดีเด้ง “ถวิล”

โดยช่วงเช้าวันเดียวกัน นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุรนันทน์ นายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายพิชิต ชื่นบาน ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย และทีมทนายความนายกฯ ได้ประชุมเพื่อตรวจสอบความถูกต้องเนื้อหาคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เป็นครั้งสุดท้าย หลังตรวจสอบความถูกต้องแล้วทีมงานได้ส่งจัดพิมพ์ทันที และส่งให้นายกฯลงนามในคำชี้แจงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นได้มอบให้ทีมทนายนำเอกสารคำชี้แจงส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญทันที ขณะที่เนื้อหาคำชี้แจงระบุว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับคำร้อง เนื่องจากศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยแล้ว และ ครม.ได้มีมติคืนตำแหน่งให้นายถวิลแล้ว รวมถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้สิ้นสภาพการเป็นนายกฯแล้ว ตั้งแต่มีการยุบสภา เพียงแต่อยู่ปฏิบัติ หน้าที่นายกฯตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 เท่านั้น

ไม่ชัวร์อนุญาตขยายเวลาหรือไม่

ด้านนายพิมล ธรรมพิทักษ์พงศ์ หัวหน้าโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า นายกฯให้เหตุผลว่าเนื่องจากติดวันหยุดเทศกาลสงกรานต์หลายวัน ทำให้ เตรียมเอกสารไม่ทัน สำนักงานฯจึงได้แจ้งหนังสือดังกล่าวให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญรับทราบแล้ว ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะเรียกประชุมคณะตุลาการเป็นกรณีพิเศษเพื่อพิจารณาคำร้อง หรือจะมอบหมายให้ตุลาการคนใด รับผิดชอบพิจารณา และการพิจารณาว่าจะอนุญาตขยายเวลาตามที่ร้องขอหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องพิจารณาก่อนระยะเวลาครบกำหนดที่ศาลฯให้ยื่นคำชี้แจงครั้งแรก รวมถึงถ้าอนุญาตก็ไม่จำเป็นต้องขยายเวลา ให้ทั้ง 15 วันตามที่ขอ

“วสันต์” ย้ำคดี “ปู—มาร์ค” ต่างกัน

นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า กรณีพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลตั้งข้อสังเกตว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับวินิจฉัยสถานะนายกฯ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น ต้องถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังปฏิบัติหน้าที่นายกฯอยู่ต่อไปจนมีรัฐบาลใหม่เข้ามาใช่หรือไม่ ยังรับเงินเดือน ใช้รถประจำตำแหน่งอยู่ ยังคงทูลเกล้าฯการออก พ.ร.ฎ.ต่างๆได้อยู่ รวมทั้งยังมีอำนาจสั่งการข้าราชการได้อยู่ เพียงแต่อำนาจถูกจำกัดลงโดยรัฐธรรมนูญมาตรา 181 เท่านั้นเอง จึงถือว่าอยู่ในอำนาจศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัย กรณีนี้แตกต่างกับการวินิจฉัยสมาชิกภาพ การเป็น ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีกระทรวงกลาโหมมีคำสั่ง ปลดออกจากราชการทหาร เพราะมีการยุบสภาแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องสั่งจำหน่ายคดี และหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์กระทำขัดรัฐธรรมนูญจริง ความเป็นนายกฯก็ต้องสิ้นสุดลงทันที เป็นการ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวรัฐมนตรี ส่วน ครม.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ยังต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่ ส่วนตัวเห็นว่าบ้านเมืองไม่ควรเกิดสุญญากาศ คือไม่มีฝ่ายบริหาร แต่อาจจะไม่ถูกใจใครหลายๆคน

“ปึ้ง” ดักทางฟันได้แค่ “ครม.ปู 1”

ที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศกล่าวว่า ที่มีการวิจารณ์ ว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายกฯและ ครม. พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด เพื่อให้ปลัดกระทรวงต้องทำหน้าที่รักษาการแทนและมีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีรักษาการได้นั้น ไม่ได้ห่วงในประเด็นนี้ เพราะหากคำตัดสินออกมานายกฯและ ครม.ถูกปลด ออกจากตำแหน่ง ต้องอย่าลืมว่า ครม.ยิ่งลักษณ์ 1, 2, 3, 4 และ 5 ในแต่ละชุดความผิดอาจไม่เหมือนกัน อย่างกรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนสี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) อาจผิดเฉพาะ ครม.ยิ่งลักษณ์ 1 ตนก็อาจหลุดไปพร้อมกับนายกฯ แต่ ครม. ยิ่งลักษณ์ 3, 4, 5 ยังอยู่ ยังมีรองนายกฯคนอื่น อยู่ปฏิบัติหน้าที่ได้ กว่าจะมาถึงปลัดกระทรวงคงไม่มีโอกาส การตัดสินต้องดูว่า ครม.ชุดไหนที่อนุมัติเรื่อง หากตัดสินตรงไปตรงมาให้ความเป็นธรรมไม่มีปัญหา อย่าหาว่าตนชี้นำหรือกดดันศาล แต่ต้องการเห็นความยุติธรรมมีจริงในสังคมไทย

แนะคนแก่อยู่บ้านเลี้ยงหลาน

นายสุรพงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณี พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีต ผบ.ทหารสูงสุด ในนามกลุ่ม รัฐบุคคล ออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นผู้นำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อขอพระราชทานแนวทางแก้ปัญหา บ้านเมืองนั้น กลุ่มรัฐบุคคลเป็นผู้สูงอายุควรจะไปเลี้ยงหลานที่บ้าน ไม่น่ามาใช้สมองคิดในสิ่งที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง ไปดึงคนนั้นคนนี้มาเกี่ยวข้อง ควรไปเลี้ยงหลานกันให้หมด อายุมากแล้ว คนแก่มากบางทีก็มีพฤติกรรมเหมือนเด็ก

“เหลิม” ขู่ตัดสินเกิน รธน.กลียุค

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวว่า ทางสันติบาล สมช. และแหล่งข่าวที่ตนมีอยู่ รายงานว่าบ้านเมืองจะเกิดความไม่สงบจากกรณี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตัดสินโครงการรับจำนำข้าว เหตุผลไม่ใช่นายกฯไม่เคารพกฎหมายหรือไม่ฟังกฎหมาย แต่ฝ่ายสนับสนุนพรรคเพื่อไทยมีมากและมีความเชื่อว่า 2 มาตรฐาน พรรคประชาธิปัตย์ทำอะไร ได้หมดทุกเรื่องไม่ถูกสอบ พรรคเพื่อไทยแค่เงาผ่านก็เอาแล้ว ป.ป.ช.บางคนช่างพูด ทำให้คนไม่ไว้ใจ ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญขยับจะวินิจฉัยคำร้องของ ส.ว.สรรหา พวกนี้มาง่ายไม่เข้าใจประชาธิปไตย เรื่องเหล่านี้ถ้าไม่กระตุกหรือเหนี่ยวรั้งกันบ้าง จะไปกันใหญ่ เวลานี้ห่วงศาลรัฐธรรมนูญจะเชื่อลูกยุที่อยากจะใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 เกรงว่าจะตัดสินเกินบทบัญญัติที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดกลียุค

เชื่อคำยุยงวุ่นวายหายนะแน่

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอีกว่า วันนี้ ศอ.รส.จะออก แถลงการณ์ 1. บอก ป.ป.ช.ว่าสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร 2. บอกศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอะไรก็ทำไปแต่อย่าเกินบทบัญญัติที่รัฐธรรมนูญกำหนด 3. บอก กกต.ให้จัดการเลือกตั้งโดยเร็ว 4. เรียนรัฐบาล รายละเอียดมีครบ หากยังไม่ได้ผลในการหยุดยั้งพวกที่จะมาทางลัดโดยใช้มาตรา 7 จะมีสเตปที่ 2 ตามมาอีกในสัปดาห์หน้า เพราะหากปล่อยให้บ้านเมืองวุ่นวาย ทำร้ายซึ่งกันและกัน ล้มหายตายจาก ขอถามว่าศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช.มีความสุขไหม อยากให้ศาลรัฐธรรมนูญกลับไปดูเจตนารมณ์ในการยกร่างศาลรัฐธรรมนูญคืออะไร เป็นศาลทางการเมืองมีหน้าที่สร้างความสงบสุขให้กับบ้านเมือง ไม่ใช่เอาช่องโหว่กฎหมาย หรือบ้าเอาคำยุยงไปตัดสินแล้วให้คนฆ่ากัน ถ้าเป็นอย่างนั้นบ้านเมืองมันจะหายนะ

ปชป.ไม่แปลกใจเกมยื้อเวลา

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าการขอเลื่อนเวลาออกไปอีก 15 วันของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่อยู่เหนือความคาดหมาย และมีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยว่าจะยื้อขยายไปอีกครั้ง เพื่อยื้อลมหายใจนายกฯให้นานที่สุด ทั้งที่คดีนี้ไม่มีเหตุผลสมควรที่จะขอขยายเวลา เพราะคำชี้แจงเหมือนที่ชี้แจงต่อศาลปกครอง และเอกสารราชการก็อยู่ในความครอบครองของรัฐบาลทั้งสิ้น ส่วนจะมีเหตุสมควรเลื่อนหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ นี่เป็นยุทธศาสตร์ที่เขาวางไว้ เพื่อให้มวลชนและนักวิชาการฝ่ายรัฐบาลขย่มศาลรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญที่สุดก็เพื่อรักษาอำนาจไว้ให้นานที่สุด

เย้ย พท.ก้าวไม่พ้นถุงเงินนายใหญ่

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเตือนแกนนำ นปช.ว่า อย่าเอาปริมาณมวลชนคนเสื้อแดงมาตัดสินถูกผิด ทั้งคดีทุจริตจำนำข้าวและคดีโยกย้ายนายถวิล ขอให้สังคมไทยอย่าหลงเกมที่รัฐบาลเบี่ยงประเด็น และขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ประกาศยอมรับการชี้มูลของ ป.ป.ช.และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อหยุดความรุนแรงที่อาจทำให้เดือน เม.ย. กลายเป็นเมษาฯเลือด และฝากไปยัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้ทำกฎหมายเป็นกฎหมายเหมือนที่พูด โดยให้น้องสาวและผู้สนับสนุนรัฐบาลยอมรับกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ขอย้อนถามพรรคเพื่อไทยว่าใครที่ก้าวไม่ข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ คำตอบคือพรรคเพื่อไทย เพราะก้าวไม่ข้ามกระเป๋าเงินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้ต้องเดินทางไปดูภายในกระเป๋าของ พ.ต.ท.ทักษิณทุกครั้ง

“ถาวร” ขอศาล รธน.ปฏิเสธคำร้อง

ที่สวนลุมพินี นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวว่า ข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวอยู่ในมือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทั้งหมดแล้ว ตั้งแต่การต่อสู้คดีตั้งแต่คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม จนถึงศาลปกครอง ระยะเวลากว่า 2 ปี ไม่มีเหตุผลจำเป็นต้องขอขยาย เวลา เป็นเพียงการประวิงเวลาให้การวินิจฉัยคดีของ ศาลรัฐธรรมนูญล่าช้าออกไป ถ้าตนเป็นศาลรัฐธรรมนูญจะไม่อนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ขยายเวลา ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยอมรับความผิดที่ตัวเองกระทำไว้ โดยไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้แล้ว

ปธ.กกต.อ้อน ปชป.ร่วมวงถก

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดงานรดน้ำดำหัว กกต.ทั้ง 5 คน รวมทั้งนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. พร้อมอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปไพรีพินาศ พระประจำสำนักงาน กกต. มาให้ข้าราชการและพนักงาน กกต.สรงน้ำเทศกาลสงกรานต์ จากนั้นนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงความคืบหน้าการประชุมพรรคการเมืองในวันที่ 22 เม.ย. ว่า มีพรรคการเมืองตอบรับเข้าร่วมประชุมแล้ว 42 พรรค ยังขาดพรรคการเมืองใหญ่คือ พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตนอยากเชิญหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมประชุมเพื่อสอบถามความคิดเห็น ไม่ได้เชิญมาเพื่อโต้เถียงกัน และควรจะมาหารือร่วมกัน เพราะงานเลือกตั้งเป็นงานของประเทศ ไม่ใช่เป็นงานเฉพาะของ กกต. เราให้เกียรติทุกพรรคจึงขอความเห็นประกอบการพิจารณา แต่ถ้าไม่มาก็ไม่สามารถใช้อำนาจบังคับได้

เมิน ศอ.รส.สั่งเร่งจัดเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า มองว่าเมื่อไหร่จึงจะเหมาะสมจัดการเลือกตั้ง นายศุภชัยตอบว่า หลังจากมี พ.ร.ฎ. เลือกตั้งออกมาใหม่แล้ว คิดว่าไม่น่าจะเกิน 60 วัน ตามที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกิจการเลือกตั้ง ได้ประเมินก่อนหน้านี้ การเลือกตั้งจะพร้อมหรือไม่อยู่ที่ฝ่ายการเมืองว่าจะตกลงกันได้มากน้อยแค่ไหน การเลือกตั้งเป็นทางออกทางหนึ่ง เพราะเราต้องมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เมื่อถามถึงกรณีที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ออกแถลงการณ์สั่งให้ กกต.เร่งรัดจัดการเลือกตั้ง ส.ส.โดยเร็ว และระบุว่า มี กกต.บางคนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเข้าข่ายสามารถดำเนินคดีได้ นายศุภชัยย้อนถามว่า “เขามาสั่งไม่ได้หรอก เพราะอำนาจที่แท้จริงอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ และไม่ได้หวั่นไหวหากจะดำเนินคดีอาญาก็ทำไป”

พท.ส่ง “จารุพงศ์-โภคิน” หารือ

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษก พรรคเพื่อไทย แถลงผลการประชุมคณะกรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย ว่า พรรคเพื่อไทยจะส่งนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายโภคิน พลกุล ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ร่วมหารือกับ กกต.เพื่อหาทางออกเรื่องการเลือกตั้งร่วมกับพรรคการเมืองอื่น ในวันที่ 22 เม.ย. โดยพรรคเพื่อไทยยังยืนยันมติเดิมจากที่เคยร่วมหารือกับ 53 พรรคการเมืองว่า กกต.ต้องเร่งจัดให้มีการเลือกตั้งภายในระยะเวลา 45-60 วัน ซึ่งนายจารุพงศ์จะเป็นคนนำเสนอเรื่องนี้กับ กกต. ส่วนกรณีที่นายสมชัย โพสต์ข้อความว่าการเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่เกิน 90 วัน หรือช่วงเดือน ก.ค.นั้น พรรคเพื่อไทยมองว่าล่าช้ามากเกินไป และที่ประชุมยังตั้งข้อสังเกตว่า กรณีที่รักษาการประธานวุฒิสภา เร่งให้เปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ อาจมีนัยทางการเมืองเร่งรีบเกินไปหรือไม่ ควรรอ ส.ว.เลือกตั้งชุดใหม่น่าจะเหมาะสมกว่า

เอาคืนร้องยุบ ปชป.หนุน กปปส.

นายพร้อมพงศ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยประกาศห้ามสมาชิกพรรคเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีข้อห้าม เป็นสิทธิส่วนตัวที่ใครจะเดินทางไปเคารพผู้ใหญ่ที่นับถือ นายอภิสิทธิ์ควรเอาเวลาไปห้ามลูกพรรคตัวเองไม่ให้ไปร่วมเคลื่อนไหวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. จะมีประโยชน์กว่า เพราะเป็นการสนับสนุนกบฏ ซึ่งนายสุเทพมีหมายจับในข้อหากบฏอยู่แล้ว โดยตนจะไปยื่นเรื่องที่ กกต.อีกครั้งภายในสัปดาห์นี้เพื่อให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์

“มาร์ค” สอน กกต.คิดให้รอบคอบ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสมชัยระบุกำหนดการเลือกตั้งใหม่ โดยจะประชุมกับรัฐบาลเพื่อขอออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งครั้งใหม่ ประมาณวันที่ 20-29 ก.ค. ว่า ไม่ใช่เรื่องหลัก แต่เรื่องหลักคือต้องพิจารณาว่าเงื่อนไขอะไรจะทำให้การเลือกตั้งเรียบร้อย ถ้าสภาพบ้านเมืองยังวุ่นวายขัดแย้งอยู่มันก็ไม่ใช่ แทนที่ กกต.จะตั้งคำถามว่าจะเลือกตั้งกันเมื่อไหร่ ทำไม กกต.ไม่ตั้งคำถามว่าจะมาทำอะไรกันบ้างเพื่อให้การเลือกตั้งเรียบร้อย ซึ่งจะได้คำตอบที่สมเหตุผลเป็นคำตอบของประเทศมากกว่า จึงอยากให้ กกต.ตั้งคำถามให้ถูก และวางกระบวนการให้มันแก้ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่เชิญพรรคการเมืองมาแล้วก็ฟังหนเดียว เสร็จแล้ว กกต.ก็ไปคิดเอาเอง ซึ่งไม่ค่อยเป็นประโยชน์เท่าไหร่

ฟุ้งพิมพ์เขียวปฏิรูปใกล้คลอด

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าร่างพิมพ์เขียวปฏิรูปการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ว่า คืบหน้าไปมาก อยู่ระหว่างการจัดทำเป็นรายงาน ซึ่งปัญหาหนึ่งที่ต้องดูและแก้ปัญหาคือ ผลพวงที่เกิดจากประชานิยม ซึ่งไม่ใช่เฉพาะนโยบาย เช่น นโยบายจำนำข้าว ต้องดูว่าจะช่วยชาวนาอย่างไร รวมถึงสภาพตลาดข้าว สถานภาพของข้าวไทย เรื่องที่ใหญ่กว่านั้นคือ ถ้าเราจะหยุดยั้งปัญหาประชานิยม ต้องหาวิธีการช่วยเหลือประชาชนคนยากคนจนอย่างเป็นระบบ อาจต้องรื้อหลายอย่างกันครั้งใหญ่ เพื่อทำให้รัฐบาลหรือรัฐมีเครื่องมือที่จะช่วยเหลือคนยากคนจนได้ตรงเป้า ส่วนที่หลายฝ่ายเกรงว่าประชาชนเสพติดประชานิยมไปแล้วนั้น เป็นธรรมชาติที่เขาอยากได้ประโยชน์ต่อ ไม่ขอตำหนิ แต่ส่วนที่น่ากลัวกว่านั้นคือ พรรคการเมืองหรือรัฐบาล ก็ติดประชานิยมเหมือนกัน เพราะทำให้ตัวเองมีอำนาจมากขึ้น ทำให้ประชาชนต้องหวังมาพึ่งพิง

เลขาวุฒิรับยกหูคุยกฤษฎีกา-สลค.

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา ได้เรียกประชุมฝ่ายกฎหมายสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อหารือประเด็นการขอตรา พ.ร.ฎ. เปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ โดยนางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุม ถึงกรณีมีรายงานข่าวว่าจะร่วมหารือกับเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อพิจารณาแนวทางการเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญว่า ไม่ทราบว่าข่าวมาจากไหน วันนี้ไม่มีเรื่องนี้ ส่วนประเด็นที่ต้องหารือกัน เราก็ยกหูโทรศัพท์คุยเป็นประจำอยู่แล้ว

บีบนายกฯเปิดประชุมก่อนสิ้น เม.ย.

จากนั้นเวลา 11.20 น. นายสุรชัยให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า เมื่อวันที่ 11 เม.ย. รัฐบาลทำหนังสือยืนยันความเห็นว่า การเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญไม่สามารถทำได้ ซึ่งที่ประชุมวันนี้พยายามทบทวนเหตุผลตามหนังสือที่ชี้แจงมา เห็นว่าต้องยืนยันความเห็นเดิมว่าเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารคือนายกฯ ส่วนที่รัฐบาลอ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 273 โดยให้ประธานรัฐสภาสนองพระบรมราชโองการนั้น ขณะนี้ไม่มีรัฐสภา การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ ดังนั้น การเปิดประชุมครั้งแรกจึงไม่เกิดขึ้น จึงอยู่ในห้วงของการไม่มีสมัยประชุม โดยเห็นว่าเรื่องดังกล่าวต้องอาศัยบททั่วไป เพื่อให้การทำหน้าที่เดินหน้า ซึ่งต้องอาศัยอำนาจของนายกฯในฐานะฝ่ายบริหารนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 128 ประกอบมาตรา 195 ซึ่งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะทำหนังสือยืนยันขอเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญไปยังนายกฯอีกครั้ง โดยกำหนดกรอบเวลาคือ วันที่ 24 เม.ย. หรือหาก ครม.เห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่กระชั้นชิด ยังมีช่วงเวลาให้พิจารณาคือวันที่ 30 เม.ย. โดยมี 3 วาระ เกี่ยวกับการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และแต่งตั้งบุคคลในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ

อ้ำอึ้งแผนลักไก่ชงนายกฯ ม.7

นายสุรชัยกล่าวว่า เป็นการดำเนินการตามกรอบกฎหมาย ไม่ใช่การเร่งรัดหรือทำงานภายใต้นัยทางการเมือง โดยเฉพาะประเด็นการเสนอนายกฯตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นจริงและไม่เป็นความจริง เมื่อถามว่า หากมี ส.ว.เสนอญัตติด่วนเพื่อให้พิจารณาแต่งตั้งนายกฯมาตรา 7 สามารถทำได้หรือไม่ นายสุรชัยตอบว่า ยังไม่เห็นมีสมาชิกคนไหนพูด สิ่งที่สำคัญอยากฝากถึงแกนนำมวลชนทั้ง 2 กลุ่ม อย่าได้สร้างเงื่อนไขที่เป็นวิกฤติทางการเมือง วันนี้รัฐบาลก็พูดถึงเรื่องมาตรา 7 ตนไม่ขอตอบว่าเป็นความคิดที่ถูกหรือผิด แต่อยากให้ช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรจะทำให้บ้านเมืองสงบ เมื่อถามว่า ย้ำว่าการเสนอญัตติในช่วงสมัยประชุมวิสามัญทำได้หรือไม่ นายสุรชัยตอบว่า การเสนอญัตติสามารถทำได้ แต่ต้องไปถามว่ามีเหตุผลหรือประเด็นอะไรที่จะนำมาพูด ขึ้นอยู่กับที่ประชุมว่าจะเห็นชอบให้พิจารณาญัตตินั้นๆหรือไม่

เล็งส่งศาล รธน.ตีความอีกเรื่อง

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่วุฒิสภาจะพิจารณาเฉพาะเรื่องที่ไม่มีปัญหาในข้อกฎหมาย ส่วนสิ่งที่เป็นปัญหาให้เก็บไว้พิจารณาภายหลัง นายสุรชัยตอบว่า ตนไม่ขัดข้อง ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกฯและ ครม. หากจะแยกเรื่องใดที่ไม่เป็นปัญหาให้มีการประชุม ตนก็ไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลยืนยันไม่สามารถเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญได้ ก็ไม่มีทางเลือกอื่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่เชื่อว่ารัฐบาลและวุฒิสภาจะทำความตกลงกันได้ โดยไม่ต้องรบกวนศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะคุยกันได้

“ธวัช” แจง ป.ป.ช.ไม่พบสต๊อกลม

วันเดียวกัน เวลา 13.00 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าให้ปากคำต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะพยานโครงการรับจำนำข้าว ที่ได้รับมอบหมายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ให้ลงไปตรวจสอบปัญหาสต๊อกข้าวในโกดัง โดยใช้เวลา 3 ชั่วโมง จากนั้น พล.ต.ต.ธวัชกล่าวว่า ป.ป.ช.ซักถามถึงวิธีการขั้นตอนและผลการตรวจสต๊อกข้าวในโกดัง ซึ่งได้ชี้แจงว่าการตรวจสต๊อกข้าวใช้เจ้าหน้าที่ 30,000 คน ลงพื้นที่ตรวจสอบทั่วประเทศ ผลการตรวจสอบพบว่าไม่มีปัญหาการทุจริตในโครงการ ส่วนโรงสีที่มีปัญหามีเพียงไม่กี่แห่ง และได้ลงโทษไปแล้ว รู้สึกพอใจการให้ปากคำครั้งนี้ มั่นใจว่าชี้แจงได้ไม่มีปัญหา เพราะเป็นเรื่องที่ได้ตรวจสอบด้วยตัวเองทุกขั้นตอน โดยได้ยื่นเอกสารประกอบการชี้แจงเกี่ยวกับผลการตรวจสต๊อกข้าว 78 แผ่น หลังจากนี้ ป.ป.ช.คงไม่เรียกมาชี้แจง เพิ่มเติมอีก

รอฟัง “โต้ง” ก่อนอนุมัติพยานเพิ่ม

ด้านนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ส่วนการพิจารณากรณีที่ทีมทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนพยานเพิ่มเติมอีก 2 ปาก คือนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และนายสมชัย สัจจพงศ์ ผอ.สำนักเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) นั้น ที่ประชุม ป.ป.ช.ยังไม่มีมติว่าจะอนุญาตให้ทั้ง 2 คนมาเป็นพยานหรือไม่ เนื่องจากต้องขอรอฟังคำชี้แจงจากนายกิตติรัตน์ก่อน หากคำชี้แจงของนายกิตติรัตน์เพียงพอ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มพยานอีก แต่หากเห็นว่า คำให้การของนายกิตติรัตน์ยังไม่เพียงพอ จึงจะพิจารณาว่าจะอนุญาตให้เพิ่มการสอบปากคำพยานทั้งสองปากหรือไม่

“หญิงเป็ด” เตรียมเข้าชี้แจง กกต.

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงการพิจารณารับรองผลการเลือกตั้ง ส.ว.ในส่วนที่เหลืออีก 19 จังหวัดว่า วันที่ 22 เม.ย. จะพิจารณารับรองผลการเลือกตั้ง ส.ว.อีกจำนวนหนึ่ง แต่ไม่มากนัก และจะไปรับรองที่เหลือทั้งหมดในวันที่ 28 เม.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑ-กา ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ว.กทม. จะเข้าชี้แจงต่ออนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของ กกต.กทม. ในวันที่ 18 เม.ย. เวลา 10.00 น. กรณีถูกกล่าวหาว่าให้นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา หาเสียงชี้นำให้เลือกตนเองบนเวที กปปส.สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา

18 เม.ย. 2557 04:21 18 เม.ย. 2557 05:01 ไทยรัฐ