วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกียรติยศธนูเงิน 'THE SILVER ARROW'

เมื่อรถแข่ง Silver Arrow เริ่มต้นการแข่งขันในสนามแข่งรถยนต์ทางเรียบชั้นนำของโลก ตำนานแห่งชัยชนะและความสำเร็จก็ได้เกิดขึ้นตามมาอย่างต่อเนื่อง บริษัท Mercedes Benz ซึ่งเป็นเจ้าของทีมแข่งรถ Silver Arrow วางแผนที่จะส่งรถลงทำการแข่งขันประลองความเร็วในสนาม Nurburgring เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 1934 ด้วยรถแข่ง Mercedes Benz W25 ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาจำนวน 2 คัน สำหรับใช้ส่งลงทำการชิงชัย แต่รถแข่งทุกคันที่เข้าร่วมทำการแข่งขัน ต้องอยู่ภายใต้กฎข้อบังคับในเรื่องของน้ำหนัก ที่จะต้องไม่หนักเกิน 751 กิโลกรัม ขณะที่น้ำหนักของรถแข่ง W25 จากทีมตราดาวเกินไปอยู่ถึง 1 กิโลกรัม ทำให้ไม่ผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการจัดการแข่งขัน

หนทางในการแก้ไขเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจากมันสมองอันปราดเปรื่องของ Alfred Neubauer ผู้อำนวยการแผนกมอเตอร์สปอร์ตของ Mercedes Benz และช่วยให้ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการรถแข่งดำเนินต่อไป กรรมวิธีในการลดน้ำหนักอย่างฉับพลัน เกิดขึ้นง่ายๆ ด้วยการลอกสีของตัวถังออกไป สีขาวของเปลือกตัวถังในรถแข่ง W25 น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ถูกขูดลอกออกจากผิวตัวถัง จนเหลือแต่เนื้อของโลหะ ซึ่งเป็นสีบรอนซ์เงินเงาวาวของโลหะอะลูมินั่มอัลลอย ซึ่งใช้ผลิตขึ้นเป็นตัวถังของรถแข่ง Mercedes Benz W25 จากนั้นรถแข่งทั้งสองคันจอดรอจังหวะสตาร์ทที่จุดเริ่มต้นของการแข่งขัน ด้วยน้ำหนักตัวที่ถูกต้องตามกฎ รถแข่ง W25 ที่ขับขี่โดย Manfred von Brauchitsch พุ่งเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก เป็นการเปิดมิติใหม่ของโลกแห่งความเร็วได้อย่างน่าประทับใจ

 


สีบรอนซ์เงินกลายเป็นสัญลักษณ์ของทีมแข่ง Silver Arrow จากค่าย Mercedes Benz ส่วนคำว่า Silver Arrow หรือธนูเงิน ถูกนำกลับมาใช้ตั้งให้กับรถแข่ง Formula 1 อีกครั้งในปี ค.ศ. 1998 บนตัวรถ McLaren Mercedes MP4/13 ซึ่งนำพานักขับ Mika Hakkinen ขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์โลกในปีนั้น รวมถึงรถแข่งของทีม Mercedes Benz C11 ที่คว้าชัยในรายการ Super Car World championship Group C ในปี 1990 โดยรถแข่งรุ่นดังกล่าวสามารถทำความเร็วได้ถึง 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยุคทองของ Silver Arrow เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1934-1939 หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2

ยุคทองของทีมธนูเงินเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในช่วงปี ค.ศ. 1952 หลังจากนั้นในปี 1955 ทีม Mercedes Benz ถอนตัวออกจากการแข่งขัน Formula 1 ชั่วคราว ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาแห่งชัยชนะของทีม Silver Arrow ในรายการยูโรเปียนกรังด์ปรีซ์ถึง 3 ครั้งซ้อน ความยอดเยี่ยมยังรวมถึงการคว้าชัยในสนาม LeMans 24H และ Carrera Pan Americana ที่ประเทศเม็กซิโก ยังไม่รวมชัยชนะในฟอร์มูล่าวันอีก 2 ครั้ง จากการขับของ Juan Manuel Fangio ในรถแข่ง Silver Arrow W196R

 

น้ำมันเชื้อเพลิงเมทานอลสูตรผสมพิเศษ ถูกนำมาใช้ในการรีดพลังจากเครื่องยนต์ เพื่อให้ได้สมรรถนะสูงสุด รถแข่งของทีม Silver Arrow มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 1 ลิตร ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร เมื่อวิ่งบนเส้นทางที่ใช้สำหรับการแข่งขัน ในปี ค.ศ. 1939 รถแข่ง W154 เครื่องยนต์อัดอากาศด้วยซุปเปอร์ชาร์จเจอร์แบบ V12 ปริมาตรความจุ 3.0 ลิตร พร้อมด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดไฟง่ายสุดๆ อีก 400 ลิตร เริ่มต้นการแข่งขัน โดยมีน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ 12 ลิตร ที่จะต้องใช้ตลอดระยะทาง 100 กิโลเมตร เพื่อทำให้มั่นใจว่า เครื่องยนต์ตัวแข่งขนาดยักษ์จะได้รับการหล่อลื่นอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ทีมแข่ง Silver Arrow ของ Mercedes Benz แสดงออกถึงความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี ด้วยการออกแบบรถแข่งตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อทำให้ค่าแอร์โรไดนามิกของตัวรถ ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ รถแข่ง W25 ในปี ค.ศ. 1936 มีรูปลักษณ์ที่แสดงออกถึงความปราดเปรียวเพียวลม มันยาว 5,360 มิลลิเมตร กว้าง 2,100 มิลลิเมตร ทำค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ หรือค่า cd ได้ที่ 0.168 จากการทดสอบเข้มในอุโมงค์ลมของบริษัทผู้ผลิตเรือเหาะ น้ำหนักตัวรถทั้งคันที่ 300 กิโลกรัม วางเครื่องยนต์แบบ V12 ปริมาตรความจุมากถึง 5.7 ลิตร 616 แรงม้า มันเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ เพื่อการทำสถิติความเร็วบนพื้นพิภพอย่างแท้จริง ในเดือนตุลาคมต่อด้วยพฤศจิกายน ปี 1936 Rudoif Caracciola ทำสถิติความเร็วสูงสุดบนรถคันนี้ที่ย่าน 371.1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนเส้นทางออโตบาห์น จากเมือง Frankfurt ไปยัง Dramstadt

รถแข่งในสมัยโบราณ ไม่มีระบบความปลอดภัยเหมือนรถแข่งในปัจจุบัน มันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของนักขับ และอาชีพขับรถแข่ง เป็นอาชีพที่อันตรายสุดๆ เนื่องจากอาจเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บ พิการ หรือแม้แต่เสียชีวิตได้ทุกขณะ มีนักแข่งของทีม Silver Arrow ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุแข่งรถเพียงคนเดียว คือ Richard Seaman เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1939 ในสนาม Spa Francorchamps จาการชนกันอย่างรุนแรงบนทางวิ่ง Richard Seaman เสียชีวิตคาที่ มันคือ เหตุการณ์อันเลวร้ายท่ี่ถูกบันทึกลงไปในหน้าประวัติศาสตร์ของการแข่งรถ เป็นอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตนักขับของทีม Silver Arrow ในประวัติศาสตร์การแข่งรถของทีมตราดาวคนแรกและคนเดียวเท่านั้น

ในอดีต การแข่งรถมีระยะทางรวมทั้งสิ้นมากกว่าการแข่งรถในปัจจุบัน ไม่เพียงแต่การแข่งขันรถยนต์รายการสุดอันตราย Mille Miglia ที่นักแข่งต้องควบรถ รวมระยะทางทั้งสิ้นกว่า 1,600 กิโลเมตร ท่ามกลางภูมิประเทศทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ทศวรรษที่ 1930 การแข่งขันรถยนต์ในรายการกรังด์ปรีซ์ ที่สนาม Nurburgring วางเส้นทางของการขับแข่งใน Nordschieife และ Sudschieife โดยแต่ละรอบของการแข่งขัน มีระยะทางรวม 26 กิโลเมตร รวมระยะทางที่ต้องวิ่งทั้งหมด 500 กิโลเมตร

Jochen Mass ผู้ชนะในรายการ LeMans 24H ด้วยรถแข่ง Silver Mercedes กล่าวว่า นักขับที่ทำการควบคุมรถ Silver Arrow ทุกคนควรได้รับการยกย่องอย่างแท้จริง สำหรับนักแข่งยุคใหม่ทุกคน เป็นการยากที่จะล่วงรู้ถึงนักแข่งในยุคโบราณ ว่ามีอะไรพิเศษที่ทำให้คนพวกนี้แตกต่างไปจากคนปกติ

ปี ค.ศ. 1938 ผู้จัดการแข่งขันรถยนต์ รายการ Tripoli Grand Prix ซึ่งในปีนั้นจัดขึ้นที่ประเทศลิเบีย ได้ประกาศให้ผู้ร่วมเข้าทำการแข่งขันทุกทีมทราบว่า กฎเกณฑ์ใหม่ที่รถแข่งจะต้องใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ซึ่งเป็นขนาดที่ผู้ผลิตรถยนต์จากอิตาลี มีความถนัดเป็นพิเศษ การแจ้งเตือนถึงกฎใหม่ มีระยะเวลาค่อนข้างกระชั้นชิด แต่ทีมแข่ง Silver Arrow ได้แสดงออกถึงความพร้อมสำหรับลงทำการแข่งขัน โดยใช้เวลา 8 เดือน พัฒนารถแข่ง W165 และทำการออกแบบเครื่องยนต์ V8 ความจุ 1.5 ลิตร 254 แรงม้า ในวันที่ 7 พฤษภาคม 1939 Hermann Lang คว้าชัยชนะในรายการนี้ โดยมีเพื่อนร่วมทีม Rudolf Caracciola แชมป์ยูโรเปี้ยน 3 สมัย ตามมาเป็นอันดับที่ 2 เป็นการวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นครั้งสุดท้ายของรถแข่ง W165 ทั้งสองคัน หลังจากนั้นไม่นาน สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็อุบัติขึ้น

ประตูทรงปีกนกนางนวลสุดเจ๋งของ 300 SLR กลายมาเป็นบทหนึ่งในตำนานรถสปอร์ตของแบรนด์ตราดาว มันคือ หนึ่งในสุดยอดคลาสสิกคาร์ที่มีมูลค่ามหาศาลในปัจจุบัน ประตูทรงปีกนกนางนวล หรือ Gull Wing ถูกใช้เป็นครั้งแรกในรถยนต์สปอร์ต รุ่น 300SL W194 ตัวรถทั้งคันถูกพัฒนาขึ้นมาในปี ค.ศ. 1952 ใช้โครงสร้างแบบสเปซเฟรมน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ พร้อมประตูมาตรฐานที่เปิดออกด้วยการยกขึ้นด้านบน เป็น Silver Arrow คันแรกที่สง่างาม หลังการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 2 มันถูกออกแบบมาเพื่อการทำความเร็วในสนามแข่งขันทางไกลแบบเอนดูลานซ์

ภายนอกเต็มไปด้วยความโค้งมนที่กลมกลืน สอดรับกันตั้งแต่ด้านหน้าจรดบั้นท้าย ภายในมีเบาะหนังพร้อมพวงมาลัยแบบสปอร์ต รวมถึงนาฬิกาจับเวลา ทำงานด้วยระบบกลไก วัสดุหุ้มเบาะลายตารางหมากรุก สองปีต่อมา W198 สปอร์ตคาร์ประตูปีกนกก็ถูกผลิตออกขายจริงตามคำเรียกร้อง ปัจจุบัน มันคือ หนึ่ีงในรถยนต์ในฝันของเหล่าบรรดานักเล่นรถโบราณทั่วโลก

ในปี ค.ศ. 1954 ค่าย Mercedes Benz หวนคืนสู่การแข่งขันรถยนต์ฟอร์มูล่าวัน ด้วยรถแข่งที่สวยงามที่สุดตลอดกาล ตามคำกล่าวของ Juan Manuel Fangio และเพื่อให้มีความสอดคล้องกับสภาพของสนามแข่งขัน ที่มีความแตกต่างกัน W196R ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกแห่งกีฬาท้าความเร็ว ด้วยเรือนร่างที่มีความลู่ลมสูงสุด รูปลักษณ์ของรถแข่งแบบล้อเปิดที่นั่งเดี่ยว การเปิดตัวเป็นครั้งแรกของรถแแข่ง Silver Arrow แบบล้อเปิด ในรายการ French Grand Prix ในวันที่ 4 กรกฎาคม 1954 Fangio และ Karl Kling คว้าชัยชนะในอันดับที่ 1 และ 2 ส่วนนักแข่งดาวรุ่งของทีม Hans Hermann ทำสถิติเวลาต่อรอบดีที่สุดในสนาม

Mercedes Benz ถอนตัวออกจากกีฬามอเตอร์สปอร์ตในปี คศ 1955 หลังอุบัติเหตุที่กลายเป็นโศกนาฎกรรมในสนาม LeMans อย่างไรก็ตาม Rudolf Unlenhaut นักออกแบบรถยนต์ ได้บรรจงสร้าง 300 SLR คันใหม่ สำหรับการแข่งขันในฤดูกลาต่อไปไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้รถแข่งที่สร้างเสร็จ ต้องจอดจมอยู่กับกองฝุ่นในโรงเก็บ รถแข่งที่สามารถทำความเร็วได้ถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถูกนำไปจดทะเบียนเพื่อใช้งานบนถนนทั่วไป และนักออกแบบผู้นี้ขับมันไปทำงานในสำนักงานออกแบบของ Mercedes Benz ทุกวัน

ภาพยนตร์ชื่อ "Magical Moments The Time of the Silver Arrow" ความยาว 500 นาที แบ่งออกเป็น 10 ตอน ผลงานของผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ชั้นนำ Cassian von Salomon และทีมงาน เป็นการนำเอาแผ่นฟิล์มที่บันทึกเรื่องราวในประวัติศาสตร์ กับฉากที่ทำซ้ำขึ้นมาใหม่ มาใช้ในการบรรยายถึงช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ ความตื่นเต้น ในประวัติศาสตร์การแข่งรถของ Mercedes Benz รวมถึงภาพการขับขี่รถ Silver Arrow ที่เร้าใจ ปัจจุบันมีให้เลือกชมทั้ง DVD และ Blu-ray

นักแข่งฟอร์มูล่าวันคนเก่งแห่งยุคนี้ Michael Schumacher และ Nico Rosberg ได้รับเกียรติให้อยู่หลังพวงมาลัยรถแข่ง Mercedes W196R Monoposto และแน่นอนว่า มันคือประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน สำหรับการประมูลที่จัดขึ้นในฤดูร้อนปี ค.ศ. 2013 รถแข่งคันนี้ที่เคยขับโดย Fangio มีผู้ประมูลไปในราคาสูงสุดถึง 22.7 ล้านยูโร มันกลายเป็นยนตรกรรมจากอดีต ที่แพงที่สุดในโลกไปในบัดดล


Sir Stirling Moss ชนะการแข่งขันทางไกลในรายการหินโหด สุดระห่ำ Mille Miglla เมื่อปี 1955 ด้วยรถแข่งรุ่น 300 SLR Roadster หมายเลข 722 ซึ่งปรับแต่งจากรุ่น 300SL เพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ รถแข่งคันนี้วางเครื่องยนต์แบบเบนซินแถวเรียง 3.0 ลิตร แทนที่เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร นักแข่งชาวอังกฤษ กลายเป็นอีกหนึ่งในหน้าบันทึกทางประวัติศาสตร์ เป็นหนึ่งในตำนานระดับโลกของการแข่งขันรถยนต์ พลัง 302 แรงม้า ถูกถ่ายทอดออกมาตลอดระยะทางกว่า 1,600 กิโลเมตร ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของผู้คนนับแสน ที่เฝ้าชมการแข่งขันตลอดสองข้างทาง และแน่นอนว่า หากรถรุ่นนี้สามารถวิ่งเข้าเส้นชัยได้ มันจะอยู่ในอันดับที่หนึ่ง สอง และสาม อย่างแน่นอน.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

ย้อนเวลากลับไปในอดีตเมื่อ 80 ปีก่อน รถแข่งจากทีม Silver Arrow จอดรอสตาร์ทเพื่อประลองความเร็วรายการแรก หลังออกจากสายการผลิต และสามารถคว้าชัยชนะได้ทันทีที่เข้าร่วมการแข่งขัน หลังจากนั้นเวลาแห่งเกียรติยศ ก็เริ่มต้นขึ้น... 17 เม.ย. 2557 14:40 ไทยรัฐ