วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร่วงระทึก 60,000 ฟุต ใน SR-71 BLACKBIRD

ช่วงบ่ายวันที่ 25 ม.ค. 1966 จิม ซาวเยอร์ วิศวกรการบินและผู้เชี่ยวชาญการบินทดสอบของ บริษัทลอคฮีด กับนักบินลองเครื่อง บิล วีเวอร์ ทำการทดสอบระบบบังคับการบินของเครื่องบินล่องหน แบบ SR-71 Blackbird โดยทำการบินขึ้นจากฐานทัพอากาศเอดเวิร์ด นักบิน บิล วีเวอร์ และวิศวกร จิม ซาวเยอร์ ต้องทดสอบวิธีปฏิบัติที่ออกแบบมา เพื่อลดแรงต้านของแผ่นปรับ Trim tab รวมถึงจดบันทึกลักษณะท่าทางการบิน ขณะบินทำความเร็วสูงสุดของเจ้าวิหกดำ

การทดสอบและบันทึกท่าทางต่างๆ ที่ตัวเครื่องแสดงออกมา ระหว่างที่บินด้วยความเร็วกว่า 3,900 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นการปรับจุดศูนย์ถ่วงของตัวเครื่อง หรือปรับค่า CG ที่เลื่อนลงมาอยู่ด้านหลัง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของเครื่องบินความที่บินด้วยความเร็วเหนือเสียงสามเท่าแบบเจ้า SR-71 การบินทดสอบดังกล่าว ยังเป็นการทดสอบความเสถียรของส่วนหัว หรือ Longitudinal Stability อีกด้วย

ทั้งคู่วิ่งขึ้นจากฐานทัพอากาศเอดเวิร์ด เมื่อเวลา 11.20 น.ตามเวลาท้องถิ่น โดยทำการบินทดสอบจนเสร็จสิ้นภารกิจแรกเรียบร้อย โดยไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น หลังทำการเติมเชื้อเพลิงทางอากาศจาก KC-135 เครื่องบินบรรทุกเชื้อเพลิงของกองทัพอากาศอเมริกัน เจ้า SR-71 เลี้ยวไปทางทิศตะวันออก พร้อมๆ ไปกับการเร่งความเร็วไปที่ระดับ 3.2 มัค หัวของเครื่องเชิดขึ้นเล็กน้อย เพื่อทำการไต่ระดับความสูงไปที่ระยะสูง 78,000 ฟุต ซึ่งเป็นระดับความสูงแรกของการทดสอบการบินด้วยความเร็วสูงสุด เมื่อขึ้นมาถึงความสูงที่ต้องการ และนักบิน บิล วีเวอร์ ทำการบินระดับผ่านไปแล้วหลายนาที

ระบบอัตโนมัติ ซึ่งมีหน้าที่บังคับอากาศให้ไหลเข้าไปที่เครื่องยนต์ด้านขวา ทำงานผิดพลาดจากสัญญาณไฟแจ้งเตือน นักบินเปลี่ยนมาเป็นการบังคับด้วยมือแทนระบบอัตโนมัติ รูปทรงของท่อรับอากาศเข้าจะปรับตัวเองโดยอัตโนมัติ ขณะบินด้วยความเร็วเหนือเสียง เพื่อลดความเร็วของอากาศที่ไหลเข้าไปยังเครื่องยนต์ ให้ลดความเร็วจนมีค่าต่ำกว่าความเร็วเสียง ก่อนจะถูกประจุอัดและเผาไหม้ ทั้งนี้ ตัวรับอากาศจะเคลื่อนไปทางด้านหลัง และการปรับตัวของช่องรับอากาศเข้าทางด้านหน้า

ปกติการทำงานทั้งหมดของท่อรับอากาศ เข้าจะทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ ตามจำนวนตัวเลขความเร็วที่บินในขณะนั้นๆ ท่อรับอากาศยังมีการกำหนดจุดกระแทกของคลื่นกระแทกปกติ หรือ Normal Shock Wave เมื่อความเร็วของอากาศที่ไหลเข้าท่อรับ มีความเร็วต่ำกว่าความเร็วเสียงภายในช่องรับอากาศ เพื่อทำให้เครื่องยนต์มีสมรรถนะสูงสุดอยู่ตลอดเวลาขณะทำการบิน หากระบบดังกล่าวทำงานผิดพลาด การรบกวนภายในช่องรับอากาศของกระแสลมความเร็วสูงที่ไหลเข้าไปยังท่อรับ อาจส่งผลให้คลื่นกระแทกนี้ถูกผลักดันออกไปทางด้านหน้า ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่นักบินรู้จักกันดีในชื่อ Inlet unstart

ทั้งนี้ เมื่อมันเกิดขึ้น มันจะทำให้เครื่องยนต์สูญเสียแรงดันอย่างฉับพลันทันที เกิดเสียงระเบิดถี่ๆ เครื่องบินมีอาการเกิดแรงเหวี่ยงอย่างรุนแรง ปรากฏการณ์ Inlet unstart ไม่ใช่สิ่งที่ผิดปกติสำหรับอากาศยานที่บินด้วยความเร็วสูงแบบ SR-71 เมื่อระบบต่างๆ ทำงานได้อย่างถูกต้อง ระบบจะทำการจัดการกับคลื่นกระแทก โดยเข้ามาทำให้เครื่องยนต์กลับมาทำงานปกติต่อไป

ตามแผนการบินที่ทั้งคู่ได้กำหนดเอาไว้ก่อนทำการขึ้นบิน โดย บิล วีเวอร์ นักบินทดสอบจะทำการเลี้ยวขวาด้วยมุมเอียง 35 องศา ขณะทำการเลี้ยว เครื่อง SR-71 เกิดอาการ unstart ขึ้นทันทีทันใด กับเครื่องยนต์ที่ด้านขวา ทำให้เครื่องบินเอียงขวามากยิ่งขึ้น และเริ่มเชิดหัวขึ้น นักบินผลักคันบังคับไปที่ตำแหน่งซ้ายสุดพร้อมๆ ไปกับการกดคันบังคับไปที่ด้านหน้าแต่ไม่เกิดอะไรขึ้น ที่ความเร็ว 3.2 มัค กับระยะสูง 78,000 ฟุต แรงจีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกระทำกับตัวเครื่องและนักบินทดสอบทั้งสองนาย บิล วีเวอร์ พยายามวิทยุบอกกับ จิมซาวเยอร์ แต่แรงจีมหาศาล ทำให้เสียงพูดในวิทยุที่เขาพยายามสื่อสารไปยังนักบินที่สองไร้ผล เนื่องจากความเร็วขั้นยิ่งยวดประมาณ 3,400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ขณะที่เกิดแรงจีเข้ามากระทำกับร่างกายของนักบิน จะทำให้เสียงพูดไม่สามารถจับใจความได้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของระบบควบคุมอากาศไหลเข้าที่่ท่อรับ ทำให้ตัวเครื่องขาดความเสถียรที่ส่วนหัว มุมปะทะของอากาศที่เพิ่มขึ้นจากการเลี้ยวที่ความเร็วเหนือเสียงสามเท่า และที่ระยะสูงมากกว่าเครื่องบินทุกชนิดจะบินถึง ส่งผลให้เจ้าวิหกดำตกอยู่ในสถาณการณ์ที่ยากลำบาก โครงสร้างของตัวเครื่องที่โดนแรงจีฉีกกระชาก เกินขีดความสามารถของระบบควบคุมการบินที่ออกแบบโดยมันสมองของมนุษย์จะเข้ามาแก้ใขได้ เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเร็วเพียงแค่ 2-4 วินาทีเท่านั้น หลังจากเสี้ยววินาทีที่มันเกิดขึ้น เครื่องบินจารกรรมที่มีเทคโนโลยีทางการบินล้ำสมัยมากในยุคนั้นก็เริ่มฉีกออกเป็นชิ้นๆ จากแรงที่เข้ามากระทำในทุกทิศทุกทาง บวกความเร็วและระยะสูง


นักบินที่หนึ่ง บิล วีเวอร์ ดีดตัวออกจากซากเครื่องที่ระยะสูงเกือบๆ 60,000 ฟุต ด้วยความเร็วที่ดีดออกมาในระดับใกล้กับความเร็วเสียง ชุดบินปรับแรงดันของนักบินในเครื่อง SR-71 มีลักษณะคล้ายกับชุดของนักบินอวกาศ เนื่องจากระดับความสูงและความเร็วที่เครื่องบินชนิดนี้สามารถทำได้ ทำให้ชุดบินต้านแรงจีแบบปกติของนักบินขับไล่ ไม่สามารถนำมาใช้ขึ้นบินกับเครื่อง SR-71 ได้เลย จากปัญหาด้านความทนทานและการปกป้องนักบินในสภาพการที่มีความสุดขั้วแบบนี้ ชุดบินปรับแรงดันของ บิล วีเวอร์ ซึ่งมีกระบอกออกซิเจนอยู่ใต้ที่นั่ง ยึดติดกับร่มชูชีพนิรภัย ทำงานเป็นปกติที่ความเร็วและความสูงอันน่าสะพรึงกลัว ยังไม่เคยมีมนุษย์คนใด ดีดตัวเองออกมาจากอากาศยานในระดับความสูงด้วยความเร็วแบบนั้นมาก่อน

กระบอกออกซิเจน ไม่เพียงแต่จ่ายอากาศให้กับชุดบิน มันยังปรับแรงดันให้สามารถพยุงชีวิตของมนุษย์จากระดับพื้นดินถึงความสูงของตำแหน่งดีดตัวประมาณ 18 กิโลเมตรจากพื้น ด้วยความเร็วเกือบๆ 1,400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชุดบินปรับแรงดันอัตโนมัติของนักบินในเครื่อง SR-71 ทำการปรับแรงดัน เพื่อไม่ให้เลือดของนักบินเดือดพล่านจากการอยู่ที่ระยะสูงมากๆ วัสดุที่ใช้ทำชุดบินของ SR-71 เหมือนกับชุดของนักบินอวกาศทั้งขนาด อุปกรณ์ และระบบพยุงชีพ แถมยังแข็งแกร่งมากพอที่จะต้านทานแรงฉีกขาด จากกระแสลมความเร็วสูงที่เกิดขึ้นในขณะที่ทำการดีดตัว

ระบบดีดตัวของเครื่อง SR-71 มีร่มชูชีพที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้ทำการยิงร่มเล็กเพื่อช่วยในการพยุงตัวนักบิน หลังจากที่แยกตัวออกมาจากเก้าอี้แล้ว ร่มเล็กนอกจากจะช่วยในการพยุงตัวแล้ว มันยังช่วยชะลอความเร็วร่วงหล่นอีกด้วย คล้ายการทำงานของเบรกอากาศขนาดเล็ก ส่วนร่มชูชีพหลัก ถูกตั้งให้กางออกแบบอัตโนมัติที่ระยะสูง 15,000 ฟุต นักบิน บิล วีเวอร์ ตกลงมาพร้อมๆ กับการทำงานที่ถูกต้องของเก้าอี้ดีดตัวและระบบร่มพดุงชีพ ทำให้รอดพ้นความตายไปได้อย่างฉิวเฉียด 15.00 น. นักบินที่หนึ่งก็กระทบพื้นดินด้วยความนิ่มนวลจากร่มชูชีพ

ตำแหน่งที่เครื่องตก คือ ไร่ปศุสัตว์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐนิวเม็กซิโก หลังจากการช่วยเหลือ บิล วีเวอร์ ได้รับข่าวร้ายจากเจ้าหน้าที่ว่า วิศวกรการบิน จิม ซาวเยอร์ เสียชีวิตในซากเครื่องบริเวณตำแหน่งที่นั่งด้านหลังส่วนหัว เนื่องจากคอหัก ขณะที่ตัวเครื่องแยกออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงมหาศาลจากความเร็วในการทดสอบการบินครั้งนี้

วันต่อมา มีการจำลองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบน SR-71 ลำทดสอบ ด้วยเครื่องจำลองการฝึกบิน ที่เชื่อมโยงกับข้อมูลของกล่องบันทึกข้อมูลทางการบิน ที่ฐานทัพอากาศในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้ผลออกมาเหมือนกันทั้งหมด หลังจากนั้น จึงมีการดำเนินการทันที เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับ SR-71 ในเที่ยวบินต่อๆ ไป การทดสอบจุดศูนย์ถ่วงของเครื่องบินถูกยกเลิก ชิ้นส่วนของแผ่นปรับอากาศเข้าท่อรับถูกแก้ไขด้วยวิธีที่ทางหลักของอากาศพลศาสตร์ และด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของระบบนักบินกลแบบดิจิตอล หรือ Digital Automatic Flight ระบบควบคุมอากาศเข้าเครื่องยนต์ เหตุการณ์อากาศความเร็วเหนือเสียงไหลเข้าเครื่องยนต์จึงลดลงไป

จากการสืบสวน ส่วนหัวของ SR-71 หลุดออกจากลำตัวตรงบริเวณช่วงที่นั่งด้านหลัง ชิ้นส่วนดังกล่าวตกลงห่างจากชิ้นส่วนที่เหลือไกล 10 ไมล์ ชิ้นส่วนทั้งหมดของตัวเครื่องกระจัดกระจายในรัศมี 10 ไมล์ แรงจีที่เกิดขึ้นอย่างมากมายมหาศาล ได้กระชากนักบินทดสอบและวิศวกรการบินให้หลุดออกไปจากตัวเครื่อง ด้วยความเร็วที่ยากจะคาดเดาว่ามันเกินขึ้นได้อย่างไร กับเครื่องบินที่มีระบบควบคุมการบินก้าวไกลมากที่สุดในยุคนั้น

SR-71 Blackbird เป็นเครื่องบินที่พัฒนาขึ้นมาจาก Lockheed YF-12 A ทำการบินเป็นครั้งแรกในวันที่ 26 เมษายน ค.ศ.1962 ในทะเลทรายเนวาดา YF-12 เริ่มพัฒนาเป็น SR-71 ในปี ค.ศ. 1963 เป็นเครื่องบินความเร็วระดับ 3 มัค เริ่มทำสถิติโลกเป็นครั้งแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1965 SR-71 เป็นเครื่องบินเจ็ตตรวจการณ์ทางยุทธศาสตร์ ใช้งานในกองทัพอากาศสหรัฐฯ และองค์การนาซา และได้รับสมญานามว่า Blackbird


ผู้สร้าง บริษัท Lockheed Aircraft Service (สหรัฐอเมริกา)
ประเภท เจ็ตตรวจการณ์ทางยุทธศาสตร์ 2 ที่นั่งเรียงกัน
เครื่องยนต์ เทอร์โบเจ็ต แพรทท์ แอนด์ วิทนีย์ เจที 11 ดี 20 บี ให้แรงขับสถิตเครื่องละ 10,430 กิโลกรัม และ 14,740 กิโลกรัม เมื่อใช้สันดาปท้าย 2 เครื่อง
กางปีก 16.95 เมตร
ยาว 32.74 เมตร
สูง 5.64 เมตร
น้ำหนักเปล่า 27,215 กิโลกรัม
น้ำหนักวิ่งขึ้น 77,110 กิโลกรัม
อัตราเร็วสูงสุด กว่า 3 มัค (3,220 กิโลเมตร/ชั่วโมง)
พิสัยบิน 4,800 กิโลเมตร โดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ
เพดานบิน กว่า 30,488 เมตร
บินทน 1 ชั่วโมง 30 นาที
อาวุธ ไม่ติดอาวุธ

เอกสารอ้างอิง ข้อมูลประกอบการเขียนจาก
TANGO No.229

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

การบินทดสอบตามปกติ กลายเป็นเรื่องสยองขวัญ เมื่ออากาศยานทำงานผิดพลาด บันทึกอุบัติเหตุของเครื่องบินจารกรรมที่บินได้เร็ว และสูงที่สุดในโลกแห่งอากาศยาน อุบัติภัยทางอากาศที่คร่าชีวิตนักบินทดลองเครื่องมามากต่อมาก... 17 เม.ย. 2557 12:34 ไทยรัฐ