วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จัดอันดับนักการเมืองเศรษฐี

จัดอันดับนักการเมืองเศรษฐี

  • Share:

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจโลก และวิกฤติเศรษฐกิจไทยที่การเมืองทำป่วนจนจีดีพีปีนี้ทำท่าจะหดลงมาเหลือ 1–2% แต่ความร่ำรวยของชาวโลกก็ไม่ได้ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยแต่อย่างใด ตรงกันข้าม เศรษฐีระดับพันล้าน หมื่นล้านบาท กลับเพิ่มมากจนน่าตกใจ เรื่องนี้ผมนำมาจากคอลัมน์ AEC FOCUS ในวารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับเดือนเมษายนที่กำลังวางแผงขายอยู่ในเวลานี้

ข้อมูลนี้ วารสาร “การเงินธนาคาร” อ้างอิงจากรายงาน The Wealth Report 2014 ของ ไนท์แฟรงค์ ที่เผยแพร่ในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า เศรษฐีเอเชียมีแนวโน้มจะแซงหน้าเศรษฐียุโรป โดยคาดว่าช่วงปี 2013–2023 เศรษฐีเอเชียจะเพิ่มขึ้นถึง 40% แต่เศรษฐียุโรปจะเพิ่มขึ้นแค่ 21% ส่วนเศรษฐีภูมิภาคอื่น อเมริกาเหนือ เพิ่มขึ้น 20% แอฟริกา เพิ่มขึ้น 53% ตะวันออกกลาง เพิ่มขึ้น 35% และ ละตินอเมริกา เพิ่มขึ้น 42% แสดงว่าวิกฤติเศรษฐกิจโลกตั้งแต่ปี 2008 ไม่ได้ทำให้เศรษฐีโลกจนลงหรือลดลงเลย แต่กลับเพิ่มขึ้นเป็นว่าเล่นอย่างไม่น่าเชื่อ สะท้อนให้เห็นว่าในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาสแน่นอน

ปีที่แล้วมีเศรษฐีที่มีทรัพย์สินสุทธิ 30 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป เพิ่มขึ้นประมาณ 5,000 คน ส่งผลให้โลกเบี้ยวใบนี้มีเศรษฐี 30 ล้านดอลลาร์ หรือพันล้านบาท มากกว่า 167,000 ล้านคน

นับตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา เศรษฐีระดับ 30 ล้านดอลลาร์ (1,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 59% ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา ออสตราเลเซีย และแอฟริกา เศรษฐีระดับ 100 ล้านดอลลาร์ (3,200 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 62% และ เศรษฐีระดับ 1,000 ล้านดอลลาร์ (32,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 80%

เวลธ์ รีพอร์ต มองว่า ปีนี้เศรษฐกิจอเมริกาและยุโรปมีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน ส่วนเศรษฐกิจเอเชียมีเสถียรภาพมากขึ้น แม้จีนจะยังมีปัญหาอยู่บ้าง แต่อัตราการเติบโตเศรษฐกิจปีละ 7% ของจีน ก็ยังทำให้จีดีพีโลกเพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 32 ล้านล้านบาท เท่ากับเยอรมนีและญี่ปุ่นรวมกัน

เวลธ์ รีพอร์ต คาดว่า ช่วงปี 2013–2023 เวียดนาม จะเป็นประเทศ ที่มีเศรษฐี 30 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 166% จากที่มีอยู่ 110 คน ในปี 2013 เป็น 263 คนในปี 2023 รองลงมาคืออินโดนีเซีย เพิ่มขึ้น 144% จาก 626 คนเป็น 1,527 คน โดย สหรัฐฯ ยังคงเป็นประเทศที่มีเศรษฐี 30 ล้านดอลลาร์มากที่สุดในโลกถึง 47,468 คน

เศรษฐีระดับ 100 ล้านดอลลาร์ เวลธ์ รีพอร์ต รายงานว่า เวียดนาม ก็เป็นประเทศที่มีอัตราการเพิ่มสูงสุดถึง 167% จาก 21 คนเป็น 56 คน รองลงมาคืออินโดนีเซีย จาก 185 คนเป็น 451 คน แต่ สหรัฐฯ ก็ยังครองอันดับ 1 ที่มีเศรษฐี 100 ล้านดอลลาร์มากที่สุดในโลก 13,807 คน รองมาคือ จีน มีเศรษฐีระดับ 100 ล้านดอลลาร์ 4,745 คน

แต่ เศรษฐีระดับ 1,000 ล้านดอลลาร์ กลายเป็น อินโดนีเซีย ที่มีอัตราเพิ่มสูงสุด 143% จาก 23 คนเพิ่มเป็น 56 คน รองมาอินเดีย เพิ่มขึ้น 98% จาก 60 คนเพิ่มเป็น 116 คน แต่ สหรัฐฯ ก็ยังเป็นประเทศที่มีเศรษฐี 1,000 ล้านดอลลาร์มากที่สุดในโลก 503 คน รองมาคือ จีน 322 คน

น่าแปลกมากที่รายงานฉบับนี้ไม่ได้เอ่ยถึง เศรษฐีสิงคโปร์ มาเลเซีย และเศรษฐี ไทย ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากมายเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะ “นักการเมืองเศรษฐี” ผมเชื่อว่า ประเทศไทยมีอัตราการเพิ่มสูงที่สุดในโลกนับ 1,000% เลยทีเดียว ใครเป็นนักการเมืองรวยหมด แค่โครงการรับจำนำข้าวสองปีก็รวยกันไม่รู้เรื่อง ใช้เงินรับจำนำข้าวไปเกือบ 800,000 ล้านบาท แต่ขาดทุนเกือบ 400,000 ล้านบาท ครึ่งต่อครึ่ง มันเป็นไปได้ยังไง อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อจริงๆ

วันหลังผมว่า เวลธ์ รีพอร์ต หรือ ฟอร์บส์ ที่ขยันจัดอันดับความร่ำรวยของนักธุรกิจ ดารา นักกีฬา น่าจะลองจัดอันดับ “ความร่ำรวยของนักการเมืองบ้าง” เพื่อดูว่านักการเมืองประเทศไหนที่รวยที่สุดในโลก และมีจำนวนมากที่สุดในโลก

ผมเชื่อขนมครกกินล่วงหน้าว่า นักการเมืองไทย ต้องติดอันดับ ท็อปไฟว์ หรือ ท็อปเทน ของโลกอย่างแน่นอน.

 

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้