วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'Petr Boat' เบื้องหลังนิตยสารออนไลน์ แฟนเชลชี!

'รักเชลชี (มาก) ทำนิตยสารออนไลน์เพื่อแฟนเชลชีโดยเฉพาะ และอยากเป็นนักพากย์กีฬาฟุตบอลมืออาชีพของประเทศ' คือ 3 สิ่งที่ 'โบ๊ท ดลธเนศ รุ่งเรือง' หรือ Petr Boat เป็นอยู่ขณะนี้...

ในฤดูกาลของศึกพรีเมียร์ลีก 2014 อย่างนี้ "สวัสดี…แคมปัส" ขอเกาะกระแสลูกหนังแบบอ้อมๆ ด้วยการเปิดชีวิต และความฝันของหนุ่มวัย 22 ปี คนนี้ ที่บอกได้เลยว่า ผู้อ่าน "สวัสดี..แคมปัส" อาจอยากลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเพื่อความฝันของตัวเองก็ได้

ชอบ "เชลซี" เพราะพี่ชาย!

โบ๊ทในวันที่ "สวัสดี..แคมปัส" นัดพูดคุยสวมเสื้อนอกสีน้ำเงินของสโมสรเชลชี พร้อมไอแพดที่ใช้เคสเป็นโลโก้ของสโมสร ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่า โบ๊ทนั้นรักทีมนี้มากแค่ไหน โบ๊ทสนทนากับเราอย่างเป็นกันเอง ฉะฉาน ตอบทุกอย่างตรงไปตรงมา และยิ้มแย้มตลอดเวลา

ย้อนกลับไปเมื่อสมัยเด็ก ประมาณ 6-7 ขวบ โบ๊ทเจอหนังสือกีฬาฟุตบอลที่พี่ชายซื้อมา เขาเปิดหน้ากลางและเจอรูปนักเตะ "จางฟังโก้ โซล่า" ทีมเชลซี ทำให้โบ๊ทรักทีมนี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งหลังจากที่โบ๊ทเรียนจบชั้น ม.6 สายศิลป์-คำนวณ จากโรงเรียนสวนกุหลาบ รังสิตแล้ว ได้เข้าศึกษาต่อที่ภาควิชาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพื่อสานฝันที่อยากเป็น "นักข่าวกีฬา" ซึ่งตอนนี้โบ๊ทเรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 และเป็นบรรณาธิการบริหาร นิตยสารบ้านกล้วย ฉบับ REVERSE ซึ่งเขากำลังจะจบการศึกษาในภาคการศึกษาหน้า พร้อมเกียรตินิยม อันดับ 2

"ช่วงจบ ม.ปลาย ผมมีช่วงหนึ่งที่เถลไถล คือไม่ได้เกเรมีเรื่อง แต่เป็นเรื่องการเรียน เคยทำให้พ่อแม่เสียใจ ก็ขอโอกาสพ่อแม่ปรับตัวใหม่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย แล้วพอเราปรับตัวได้ พ่อแม่ภูมิใจในตัวเรา เราก็มีความสุขครับ"

"Blue Blood Magazine" เล่มนี้เพื่อแฟนเชลซีชาวไทย

ไม่ใช่เฉพาะเรื่องกีฬาเท่านั้นที่โบ๊ทชอบ แต่เมื่อเข้าเรียนได้เรียนการเขียนข่าว เขียนบทความ รวมถึงการจัดหน้าหนังสือ ทำให้โบ๊ท ซึ่งตอนนั้นเรียนชั้นปีที่ 3 ตัดสินใจรวบรวมข่าวสารของสโมสรเชลซี แล้วผลิตออกมาเป็นรูปเล่มนิตยสารออนไลน์ ภายใต้ชื่อ Blue Blood Magazine

"ตอนนั้นมีอบรมเรียนอินดีไซน์ (โปรแกรมสำหรับการจัดหน้าหนังสือ) แล้วตอนนั้นเชลซียังไม่มีหนังสือเป็นของตัวเอง เลยลองทำดูแล้วลากยาวมาถึงปัจจุบัน ตอนนี้มี 7-8 เล่มแล้ว ซึ่งไม่รวมเล่มพิเศษ เช่น เล่มที่ได้แชมป์ยุโรป ที่ผมเลือกทำออกในออนไลน์ เพราะไม่เสียค่าลิขสิทธิ์ และนิตยสารไม่ได้ขึ้นกับสังกัดสโมสร ที่อยากทำเพราะแฟนเชลซีในไทยยังไม่เยอะ เหมือนเป็นการจุดชนวนเพิ่มแฟนบอลในไทยด้วย และมันสามารถเพิ่มเครดิตให้เราได้ เพราะเราเป็นคนชอบเขียน ชอบจัดหน้าเลยมีความสุข เวลามีคนเข้ามาอ่านเข้ามาชมเรา มันทำให้มีกำลังใจ อยากทำต่อไป ตอนที่หนังสือออกไปตอนแรก การตอบรับค่อนข้างดีมาก มีคนติดตามหลายหมื่นคน ตอนแรกทำคนเดียว ต่อมามีน้องๆ ที่ชื่นชอบเชลซีมาขอทำด้วย ตอนนี้เลยมีทีมงานประมาณ 10 คน เป็นคนเขียน แล้วผมจัดหน้าเอง" โบ๊ทเล่า

โบ๊ทเล่าต่ออย่างสนุกสนาน "ตอนนั้นมั่นใจว่า แฟนเชลซีเป็นประเภทที่ว่า ถ้ามีอะไรแปลกใหม่ขึ้นมาจะให้ความสนใจค่อนข้างเยอะ แล้วยิ่งเป็นหนังสือออนไลน์เล่มแรก ตอนทำก็ตั้งความหวังไว้ว่า ทำแล้วทุกคนต้องชอบ แล้วทุกคนจะต้องสนใจเราและติดตามเรามากขึ้น มั่นใจว่าเนื้อหาข้อมูลเราแน่น ได้รับผลตอบรับที่ดี ยอดวิวต่อเล่มประมาณ 2-3 หมื่นวิว แล้วก็จะมียอดดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PDF ไป ก็หลักหมื่น ถ้าเป็นอีบุ๊ก ก็ลง issuu.com"

สำหรับ Blue Blood Magazine เป็นนิตยสารรายเดือน ไม่มีการทำเชิงพาณิชย์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับทีมเชลซีทั้งหมด ตั้งแต่แมตช์การแข่งขัน การแนะนำตัวนักเตะ การสัมภาษณ์ ซึ่งมีทั้งงานแปลจากต่างประเทศ และเขียนขึ้นเอง โดยก่อนหน้านี้ โบ๊ทชอบเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องฟุตบอลลงอินเทอร์เน็ตมาก่อน จนขยับขยายมาทำนิตยสาร โบ๊ทยังเล่าอีกว่า ก่อนหน้านี้ทางสโมสรเชลซี ประเทศไทย มักให้ช่วยแปลข่าวให้ พอทำ Blue Blood Magazine ขึ้นมา ก็มีการติดต่อให้ทำให้สโมสรเป็นการถาวร แต่เนื่องจากภาระการเรียนที่เริ่มหนักขึ้น ทำให้โบ๊ทต้องปฏิเสธโอกาสนั้น

Petr Boat หัดพากย์บอลเพื่อก้าวสู่มืออาชีพ

ความใฝ่ฝันสูงสุดของโบ๊ท ไม่ใช่การเป็นนักข่าวกีฬา แต่เป็น "นักพากย์ฟุตบอล​" ซึ่งตอนนี้โบ๊ทก็เตรียมตัวเพื่อก้าวสู่ฝันนั้น ด้วยการหมั่นอัดคลิปวิดีโอของตัวเองวิเคราะห์ฟุตบอล หลังจบการแข่งขัน ก่อนอัพลงเฟซบุ๊ก ซึ่งโบ๊ทเองมีต้นแบบอย่าง "เอกราช เก่งทุกทาง" นักพากย์ฟุตบอล สถานีโทรทัศน์ไทบทีวีสี ช่อง 3 และ "แจ็กกี้ อดิสรณ์ พึ่งยา" นักพากย์ฟุตบอล สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 7 เป็นแนวทาง

"ตอนนี้ผมวางแผนเรื่องสมัครงานไว้สองที่ คือ อสมท กับ CTH เจ้าของลิขสิทธิ์ฟุตบอล อยากเป็นทั้งผู้สื่อข่าวกีฬาและนักพากย์ฟุตบอลครับ"

และหากใครเป็นแฟนเชลซี หรือคอแฟนละก็ ต้องรู้ข่าว "ดราม่า" ของ Petr Boat คนนี้ เกี่ยวกับการวิพากย์วิจารณ์เกม ซึ่ง "สวัสดี..แคมปัส" ไม่ต้องการแตะต้องประเด็นดังกล่าว แต่เราอยากรู้ว่า โบ๊ทนั้น ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้อย่างไร ซึ่งโบ๊ทเองบอกว่า กระแสที่เกิดขึ้น ไม่ได้คิดมาก เนื่องจากการอัดคลิปพากย์บอล หรือวิจารณ์บอลนั้น เป็นการฝึกฝนตนเอง เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่งวงการฟุตบอล

"อย่างแรกผมฝึกฝนตัวเอง อย่างที่ 2 คือ ก่อนอัดคลิปเราก็ต้องรับว่าจะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อย่างคนที่ไม่เห็นด้วย เราต้องมากมองเป็นสองแบบ ถ้าไม่เห็นด้วยแต่มีเหตุผล มีสาระก็จะอ่าน มาปรับปรุงตัวเอง แต่ถ้าไม่เห็นด้วย จงใจมาแขวะก็ปล่อยไปไม่สนใจ"

ฝันให้ไกล...ต้องไปให้ถึง!

โบ๊ทบอกว่าเมื่อถึงจุดนี้ "โบ๊ทภูมิใจในตัวเอง" แต่ยังไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพราะยังต้องฝึกฝนไปเรื่อยๆ รวมถึงยอมรับว่า เป็นคนที่มีความทะเยอทะยาน และจะต้องเดินไปให้ถึงฝันของตัวเอง แม้ว่าในชีวิต โบ๊ทจะเคยมีเรื่องผิดพลาด แต่เรื่องผิดพลาดนั้นมักเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นเหตุสุดวิสัยมากกว่า ซึ่งดีใจที่มีคนคอยให้กำลังใจตัวเอง

"ผมเป็นคนที่ชอบทะเยอทะยานสูงๆ ไว้ก่อน หลายคนบอกว่า ถ้าจะตั้งความหวังอะไรก็อย่าสูงเกินไป ตกลงมาจะเจ็บ แต่ผมจะคิดอีกแบบนึง ถ้าคิดว่า อยากจะเป็นอะไรก็ต้องจะเป็นให้ได้ จะเป็นแรงกดดันเราว่า ถ้าทำไม่ได้จะเจ็บมาก เพราะฉะนั้น เราต้องทำให้ได้ เพื่อจะได้ไปถึงฝันของเรา ซึ่งคนเราต้องหาสิ่งที่ตัวเองชอบให้เร็วที่สุด โบ๊ทโชคดีที่หาสิ่งที่ตัวเองชอบได้ตั้งแต่ช่วง ม.ต้น และพ่อแม่สนับสนุนเลยปูแนวทางไว้มาจนถึงเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าเราหา สิ่งที่เราได้ไว เราก็มีเวลาที่จะเก็บข้อมูลความรู้ตรงนั้นได้ไวมากกว่าคนอื่น มันก็จริงอยู่ว่า สิ่งที่ตนเองชอบมันฝึกฝนทีหลังกันได้ แต่มันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ถ้าเกิดว่ามีอะไรที่ดีกว่าคนอื่น พอถึงเวลาใช้จริงๆ เราจะปรับตัวได้เร็วกว่าคนอื่น" โบ๊ทเล่า

"สวัสดี…แคมปัส" ไม่แปลกใจว่า ทำไมเด็กหนุ่มคนนี้ถึงมีพลังที่จะขับเคลื่อนความฝันของตัวเองได้มากขนาดนี้ เพราะโบ๊ทนั้นค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบเจอแล้ว จากนั้นต่อยอดมันออกไปในรูปแบบที่ตัวเองถนัด ที่สำคัญโบ๊ทไม่กลัวที่ลองทำในสิ่งที่ใหม่ และเตรียมพร้อมตัวเองอยู่เสมอ

นอกจากนี้ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เราสัมผัสได้จากโบ๊ท นั่นคือ Passion ที่จะเดินไปให้ถึงฝันของตัวเอง อย่างไรก็ตาม "สวัสดี…แคมปัส" ขอเป็นกำลังให้โบ๊ทก้าวสู่การเป็น "นักพากย์ฟุตบอล" ของประเทศอย่างที่ตั้งใจ.

(Petr Boat เป็นชื่อที่ล้อมาจากนักเตะคนโปรดของโบ๊ท นั่นคือ Petr Cech)

 

 

 

'รักเชลชี (มาก) ทำนิตยสารออนไลน์เพื่อแฟนเชลชีโดยเฉพาะ และอยากเป็นนักพากย์กีฬาฟุตบอลมืออาชีพของประเทศ' คือ 3 สิ่งที่ 'โบ๊ท ดลธเนศ รุ่งเรือง' หรือ Petr Boat เป็นอยู่ขณะนี้... 17 เม.ย. 2557 10:41 21 เม.ย. 2557 02:01 ไทยรัฐ