วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นก...ของข้า

การเมืองเป็นเรื่องร้อนใจ...ช่วงเวลาพัก...สงกรานต์ รดน้ำขอพร พ่อแม่ปู่ย่า ฯลฯ แถวๆบ้านไกลเมือง...แล้ว หันไปดูนกดูไม้ พักใจกันอีกสักนิด

ผมคุ้นตากับฝูงกา และเสียงร้องกาๆๆ คุ้นกับเรื่องกาเหว่า...จากเพลงกล่อมลูก ที่แม่ร้องให้ฟัง

สุธี ศุภรัฐวิกร เขียนไว้ในหนังสือ นก ในวรรณคดี สุนทรภู่ (สำนักพิมพ์โลกหนังสือ 2551) ว่า กา ตัวสั้นกว่า สีดำสนิททั้งตัว แต่กาเหว่า ตัวผู้สีดำเหลือบเขียว มองดูเผินๆจึงเหมือนกา

ชาวบ้านเรียกว่ากาเหว่าดำ

กาเหว่าตัวเมีย ขนสีน้ำตาลเข้ม มีจุดสีน้ำตาลอ่อนบ้าง จุดสีขาวบ้าง ประพรมไปทั้งตัว ชาวบ้านเรียกว่า กาเหว่าลาย

กาเหว่าตัวผู้ ร้องเสียง “กาเว้า กาเว้า” ดัง ติดต่อกัน 12 ครั้ง คำกาไม่ดังนัก แต่คำเว้าดังมาก เสียงร้องกาเว้าๆจะยิ่งถี่ขึ้น จนถึงครั้งที่ 12 ครั้งสุดท้าย แล้วก็จะหยุดหายไปสักครู่ก็เริ่มใหม่

ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ ได้ยินเสียง “กาเว้า กาเว้า” บ่อยมาก ในขนัดสวนมะพร้าวของแม่...ตอนนี้สวนแทบไม่มี แต่ก็ยังได้ยินกาเว้า กาเว้า จากร่มไม้ใกล้เคียงอยู่บ้าง

ฤดูผสมพันธุ์ ระหว่างเดือนมีนาคมถึงสิงหาคม ช่วงเวลานี้...

เราจะได้ยินกาเว้าเรียกหาคู่ทั้งวันคืนโดยเฉพาะเวลาเช้าตรู่

ถึงเวลาไข่...กาเหว่าเมีย ไม่ทำรังเอง แต่จะแอบเข้าไปรังกา ถ้าเจอไข่กา ก็จะเขี่ยทิ้ง เอาไข่ตัวเองวางไว้แทนฟองเดียว ให้กากกไข่ให้ เมื่อไข่ฟักเป็นตัว กาก็จะหาเหยื่อมาป้อน

ปัจจุบัน ประชากรกาตามสวนป่าในเมือง มีน้อยลง รังกาจึงหาได้ยาก นกกาเหว่า จึงเปลี่ยนเป้าหมาย ลักลอบเอาไข่ไปไว้ในรังนกกิ้งโครงคอดำ

“ใครที่ชอบเดินดูนกในสวนสาธารณะ อย่างสวนลุมพินี ตอนนี้อาจจะได้เห็น พ่อแม่นกกิ้งโครงคอดำ กำลังฟูมฟักเลี้ยงลูกนกกาเหว่า นี่คือภาพชีวิตที่น่าดู และหาดูได้ยาก”

กาเหว่า...เป็นแบบอย่าง ของสัตว์รักลูก และมีวิธีเลี้ยงลูก ที่สัตว์อื่นทำตามได้ยาก

ยังมีนกอีกชนิดหนึ่ง บินสูงกว่ากาเหว่า...มันไม่บินอยู่แถวต้นไม้ เที่ยวบินอยู่ตามช่องเขา และไหล่เขา

ท่านอาจารย์พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) เขียนไว้ใน อมฤตพจนา (พุทธศาสนสุภาษิต) (สำนักพิมพ์ธรรมสภา) ว่า นกชนิดนี้ ชื่อมัยหกะ

มันมีปกติบินไปหาต้นเลียบ ที่มีผลสุก แล้วก็จะร้องว่า “ของข้าๆๆ”

เมื่อนกมัยหกะร้อง ฝูงนกทั้งหลาย ก็ได้รู้ว่า ผลเลียบสุกแล้ว ก็พากันบินมาจิกกิน จนผลเลียบหมดต้นแล้ว ก็พากันบินจากไป

ในขณะที่นกมัยหกะ ก็ยังร้องพร่ำ “ของข้าๆๆ” อยู่นั่นเอง

ท่านอาจารย์พระมหาประยุทธ์ เปรียบเปรยว่า คนบางคน

ในโลก ก็เป็นอย่างนั้น เก็บทรัพย์สะสมไว้มากมายแล้ว ตนเอง

ก็ไม่ได้ใช้ ทั้งไม่เผื่อแผ่เจือจาน แก่ญาติทั้งหลายตามส่วน

เขาหวงแหนทรัพย์ไว้ รำพึงว่า “ของข้าๆๆ”

จนราชการหรือโจร หรือทายาท มาเอาทรัพย์นั้นไป ตัวเขาก็ได้แต่รำพัน “ของข้าๆๆ”

นกมัยหกะ หรือนก “ของข้า” นี้ มีเอ่ยแค่ชื่อไว้ในพุทธศาสน-สุภาษิตแค่นี้...ไม่มีรายละเอียดว่า รูปพรรณสัณฐานหรือเสียงร้อง...

เป็นแบบไหน

ผมไม่รู้ว่า ในเมืองไทย มีอยู่หรือไม่ ถ้ามีน่าจะหามาให้ พวกเจ้าสัว พวกนักการเมือง ที่ยิ่งเล่นการเมืองแล้วยิ่งรวยเอาๆขณะชาวบ้าน โดยเฉพาะชาวนายิ่งจนลงๆ ดูเป็นตัวอย่างสักตัวหนึ่ง

ดูนกที่ร้องเป็นแต่คำว่าของข้าๆ แล้ว ตัวเองกินอะไรไม่ได้...

แล้วจะได้หันมาสงสารตัวเอง โง่งกกอบโกยเอาไปทำไม...กินได้ก็แค่คำหนึ่ง มากเต็มที่ก็อิ่มหนึ่ง ถึงเวลาตาย บาทเดียวก็เอาติดมือไปไม่ได้ เห็นมือเปล่าๆ แบให้คนไปรดน้ำ...กันทั้งนั้น.

 

กิเลน ประลองเชิง

17 เม.ย. 2557 09:50 17 เม.ย. 2557 09:50 ไทยรัฐ