วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บุคคลในข่าว 18/04/57

โดย กระสุนทอง


การแก้ปัญหาคือยุติปัญหา มิใช่เพิ่มปัญหา...หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเพื่อท่านผู้อ่าน ฉบับนี้ ประจำวันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2557

สิ้นสุดวิถี ชีวิตจารีต ประเพณีสงกรานต์ “ปีใหม่ไทย” กลับสู่วงจรแห่งชีวิตจริง กลับจาก ครอบครัวแบบไทยในภูธร มาสู่ สังคมเมือง ที่เต็มไปด้วยเรื่องของการ แข่งขันแย่งชิง...นี่คือวิถีของผู้คนไม่ใช่น้อยๆ ส่วนจะ มากแค่ไหน ชี้วัดได้จาก ถนนในกรุงเทพฯโล่งโจ้งช่วงสงกรานต์ นั่นเป็นสำคัญ

อั้นไว้ ช่วงสงกรานต์ ว่าด้วย การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งทุกสำนักคาดหมายตรงกัน หลังสงกรานต์จะมี จุดเดือด ส่วนจะ เลือดสาด หรือไม่ “กระสุนทอง” สารภาพว่าครั้งนี้ ไม่กล้าฟันธง

ปัดโธ่...จะฟันธง ได้อย่างไร เพราะไม่อยาก มองโลกในแง่ร้าย แถมยังอยากให้อะไรที่ ดูร้ายๆ กลายเป็นดี แต่คราวนี้มัน น่ากลัวจริงๆ พับผ่า

ความน่ากลัว มีสัญญาณบ่งชี้ มาเป็นลำดับแม้ระหว่างสงกรานต์ เช่น นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้ร่วมคณะนายทหารเข้าขอพรปีใหม่ไทย จาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ทั้งที่ ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อยู่ด้วย

อาจจะมีคำอธิบายได้ว่า เป็นการเข้าขอพรสงกรานต์ เฉพาะคณะนายทหาร ผู้นำเหล่าทัพล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับ ภาคส่วนทางการเมือง ก็ว่าไป แต่ระดับชาวบ้านคงยากที่จะเข้าใจและอาจคิดไปได้ต่างๆ นานา

สัญญาณบ่งชี้ที่น่ากลัวเหนืออื่นใดก็คือ ไม่มีทีท่าว่าการเจรจาพบกันครึ่งทาง จะเกิดขึ้นระหว่าง 2 ขั้วขัดแย้ง ที่แสดงออกโจ่งแจ้งโดยหัวขบวนมวลชนคือ กปปส. กับ นปช. หรือ มวลมหาประชาชน กับ คนเสื้อแดง พร้อมที่จะเผชิญหน้ากัน ในวันชี้ขาด ตัดสิน สถานะของ “ยิ่งลักษณ์” จะตกจากอำนาจไปเลยหรือไม่

หัวขบวนของ 2 ขั้วขัดแย้งก็คือ หัวขบวนของ ภาคการเมือง ซึ่งต่างก็มี แฟนคลับ หนาแน่นยึดโยงด้วย กลุ่มผลประโยชน์ ขั้วมวลมหาประชาชน ชูหลักนิติธรรมนิติรัฐ ให้กฎหมายเป็น ข้อยุติ แต่ขั้วมวลชนเสื้อแดง ตั้งท่า ไม่ยอมรับ การตัดสินขององค์กรตุลาการ หากฝ่ายตนเสียประโยชน์

ข้ออ้างของมวลชนเสื้อแดงคือ ประชาธิปไตย เขาได้เสียงข้างมากมาจากประชาชน และ ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใหม่แล้ว แต่ฝ่ายมวลมหาประชาชนชี้ว่า เสียงข้างมากจากการซื้อตั้ง ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

“กระสุนทอง” ไม่อยากนึกถึงภาพ ฝูงสัตว์ ที่ทะเลาะแก่งแย่งอาหารการกิน ตัดสินกันด้วยการใช้กำลังคมเขี้ยว กัดกัน เพราะความจริงที่เป็นอยู่ ไม่ใช่สัตว์เดรัจฉานทะเลาะกัน เป็นคนแท้ๆ ครับ และเป็นคนในยุคสมัยเทคโนโลยีพัฒนาไปไกลมากแล้วเป็น สังคมโซเชียลมีเดียไร้พรมแดน มีอาวุธ มีเครื่องมือสมัยใหม่ ถ้าคนไทยด้วยกันเอาเครื่องมือสมัยใหม่ ฆ่ากัน อะไรจะเกิดขึ้น

เพราะเทคโนโลยี “ทักษิณ” กลับบ้านไม่ได้ ยังรดน้ำขอพรกันได้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ถ้อยคำ ที่ โฟนอิน ของ “ทักษิณ” ถ้า ปากกับใจตรงกันเป๊ะๆ ก็เบาใจได้ว่า ไทยไม่ฆ่าไทย แต่จากบทเรียนที่ผ่านๆ มา สิ่งที่พูดต่อสาธารณะ ของ “ทักษิณ” กับ สิ่งที่เขาทำหลังฉาก เป็นเช่นไร คนรู้เท่าทันย่อมรู้กันดี ตรงนี้แหละมันน่ากลัว

รัฐประหาร เมื่อ 19 กันยายน 2549 คณะผู้ก่อการให้เหตุผลไว้ข้อหนึ่งว่า ไม่ต้องการให้คนไทยฆ่ากันเอง ไม่ต้องการให้ มวลชน 2 ขั้วปะทะนองเลือด จึงต้อง ป้องกัน ไว้เสียก่อน แต่ถึงวันนี้ ได้คำตอบชัดๆ รัฐประหารครั้งนั้นไม่อาจแก้ปัญหา

มาถึงวันนี้ สถานการณ์ เผชิญหน้า ของ มวลชน 2 ขั้วขัดแย้ง กำลังใส่เกียร์เข้าหากัน ต่างประกาศ ชุมนุมใหญ่ วันใช้กฎหมายตัดสิน “ยิ่งลักษณ์” ซึ่งประมาณกันว่า ไม่เกินสิ้นเดือน เมษายนนี้

ด้วยบริบทแบบไทยๆ หลังสงกรานต์ ทหาร ของ “กองทัพแห่งชาติ” ย่อมถูกโฟกัสเข้มข้นขึ้นตามลำดับ จะป้องกันเลือด จาก ไทยปะทะไทย หรือ รอให้เลือดไหล ก่อน ด้วย กฎอัยการศึก หรือ ถึงขั้น รัฐประหาร จากบทเรียน 19 กันยา 49

ครับ...โฟกัสทหาร ก็นึกถึงส่วนหนึ่งของคำพูดก่อนอวยพรสงกรานต์แก่คณะนายทหารของ พล.อ.เปรม วันนั้น....ขอให้รักษาประเพณีไทยไว้เหมือนรักษาชาติ...การเป็นมิตรแท้ระหว่างกันทำให้มีการเดินทางมารดน้ำอวยพร...หากทุกเหล่าทัพพร้อมเพรียงกัน จะมีความมั่นคงน่าเกรงขาม

ในคำอวยพร พล.อ.เปรม ได้ อัญเชิญพระบรมราโชวาทของ พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาตอกย้ำด้วยว่า ...คนเราต้องรู้จักหน้าที่ ทำหน้าที่โดยซื่อสัตย์สุจริต และต้องดูแลคนรอบข้างให้ซื่อสัตย์สุจริตด้วย

เลือกตั้งอินโดนีเซีย ยังไม่สะเด็ดน้ำ ต้องเลือกตั้งหาผู้ที่ได้คะแนนเสียง ถึงระดับ ลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดี ได้ แต่เบื้องต้นไม่เป็นทางการ พรรคฝ่ายค้านชนะพรรครัฐบาล

พรรคต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย (พีดีไอ-พี) ฝ่ายค้านใหญ่ของ เมกาวตี ซูการ์โนบุตรี ชนะเลือกตั้ง แต่ผู้นำพรรค เธอไม่ได้ลงเลือกตั้ง เพราะกระแสนิยมไม่ดี ส่งผู้ว่าการนครหลวงจาการ์ตา โจโกวิโดโด หรือ โจโกวี ลงสมัครแทน เช่นเดียวกับ พรรครัฐบาล ประธานาธิบดี สุลิโลบัมบัง ยุดโดโยโน ครบ 2 เทอมลงสมัครอีกไม่ได้ ส่งคนอื่นลงแทนได้อันดับ 4

มีสิ่งที่สะท้อน ผลข้างเคียงเชิงลบ ของ การเลือกตั้ง จากการเลือกตั้งของ อินโดนีเซีย จากการเปิดเผยของ ฟาธิลาห์ มัสจายา ผอ.รพ.ในเมืองซามารินดา ว่า โรงพยาบาลต่างๆ ต้องเตรียมพร้อมรับ ผู้สมัครอกหักพ่ายแพ้การเลือกตั้งแล้วเครียดเข้าโรงพยาบาล และที่เครียดหนักส่วนใหญ่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่

สื่ออินโดนีเซีย ระบุการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเมื่อ ปี 2552 มีผู้สมัครอกหักเครียดถึง ฆ่าตัวตาย เพราะมี หนี้สินพอกพูน จากการ ทุ่มหาเสียง ข่าวระบุด้วยว่า ผู้สมัครบางคนทุ่มหาเสียงถึง 1,000 ล้านรูเปียร์ (2,816,000 บาท)

สะท้อนว่า การเลือกตั้งมี “ทุน” เป็นตัวแปรสำคัญ นี่แค่เกือบ 3 ล้านบาท ที่ทุ่มแล้วแพ้ถึงฆ่าตัวตายที่ อินโดนีเซีย แต่ที่ ไทยแลนด์ ทุ่ม 3 ล้านบาทถือว่าจิ๊บๆ 20–30 ล้านบาท ผู้สมัครเลือกตั้งไทยแลนด์ยังไม่เครียด ฆ่าตัวตายให้โง่ทำไม เดี๋ยวก็ถอนทุนได้...เฮอะ

นี่แหละตอกย้ำว่า เพื่อตัดวงจรอุบาทว์ ก่อนชาติล่มสลาย ถูกยึดด้วยระบบ ทุนซื้อตั้ง ก็ “ระบอบทักษิณ” นั่นแหละ จึงจำเป็นถึงที่สุดแล้วต้อง ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

08.30 น.วันนี้ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ จัดฝึกอบรม “เทคนิคการเป็นพี่เลี้ยงและโค้ชทีมงาน” ที่ห้องบุษราคัม โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์

09.00 น. อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดการสัมมนา “พัฒนาแนวร่วมขนส่งอาเซียน อนาคตเส้นทางขนส่งไทย” ที่ห้องแมจิก โรงแรมมิราเคิล แกรนด์


"กระสุนทอง"

17 เม.ย. 2557 09:11 ไทยรัฐ