วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชัยเกษมชี้รัฐบุคคล ไม่มีก.ม.รองรับ

ดันทุรังขอนายกฯม.7 ถามให้ป๋าเปรมทำอะไร ทักษิณแก้เกมที่ฮ่องกง

รัฐบาล-พท.-นปช.ดาหน้าขวาง “ป๋า” เป็นคนกลางขอพระบรมราชโองการหาทางออกประเทศ “ชัยเกษม” ซักดึงมาให้ทำอะไร อัดคณะรัฐบุคคลองค์กรนอก รธน. ไม่มีอะไรรองรับ “เต้น” ซดแก๊ง ม. 7 เป็นไดโนเสาร์คนหน้าเดิมคิดล้มรัฐบาลไม่เลือกหน้าเพื่อสถาปนาอำนาจรัฐใหม่ ลิ่วล้อ พท.ขุดวลีอมตะ “ผมพอแล้ว” เบรก “ป๋า” นายใหญ่วกเข้าฮ่องกงตั้งวงแก้เกมศาลรธน.-ป.ป.ช.ฟัน “ปู” ตกเก้าอี้ “มาร์ค” ฉะ “ปึ้ง” เหลิงอำนาจกดดันคดี เลขาฯศาล รธน.เผย เด้ง “ถวิล” ติดวันหยุดยาวคดียังอยู่ในขั้นตอนผู้ถูกร้องแจงข้อกล่าวหา ชี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้าไปกว่านี้ “สมชัย” คาดเลือกตั้งวันที่ 20 หรือ 27 ก.ค. เปิดสภาโหวตเลือกนายกฯ ก.ย. มีรัฐบาลใหม่ไม่เกิน ต.ค.

จากกรณี พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคณะรัฐบุคคล เสนอชื่อ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นผู้เสนอร่างพระบรมราชโองการนายกรัฐมนตรีมาตรา 7 เพื่อเป็นทางออกประเทศ ล่าสุดพรรคเพื่อไทยดาหน้าออกมาถล่มแนวคิดดังกล่าวอย่างเผ็ดร้อน

“ชัยเกษม” ลั่นคณะรัฐ รธน.ไม่รองรับ

วันที่ 16 เม.ย. นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีคณะรัฐบุคคล นำโดย พล.อ. สายหยุด เกิดผล อดีต ผบ.ทหารสูงสุด เสนอให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เสนอร่างพระบรมราชโองการ ขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ทรงลงพระปรมาภิไธย เพื่อหาทางออกให้ประเทศว่า เป็นอีกหนึ่งของเกมการเมืองของกลุ่มบุคคล เพราะไม่รู้ว่าจะไปอิงมาตราไหนในกฎหมายรัฐธรรมนูญได้เลย ก็ขอพระบรมราชโองการไปเฉยๆเลย และการ เมืองเวลานี้ก็ไม่ได้มีอะไรติดขัดที่จะต้องทำถึงขั้นไหน ซึ่งทั้งหมดต้องมาดูรายละเอียดว่าเสนอแนวทางอย่างไร อิงรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทุกฝ่ายรับได้หรือไม่ ทูลเกล้าฯไปแล้วมีอะไรรองรับหรือไม่ ส่วนจะเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทหรือไม่ อยู่ที่ดุลพินิจของผู้เสนอว่า มีวัตถุประสงค์อะไร เชื่อว่าทุกคนหวังดีกับบ้านเมือง มีความพยายาม แต่การเสนอต้องมีฐานอะไรไปให้พระองค์ท่านด้วย อย่างกรณีที่ขอนายกฯ มาตรา 7 พระองค์ท่านก็ได้กล่าวแล้วว่า กรณีการขอนายกฯ มาตรา 7 ที่ท่านขอก็ทำไม่ได้ เพราะไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ จะเป็นการทำผิดหลักกฎหมาย เพราะไม่มีฐานอะไร

ถามหน้าที่ “ป๋า” ส่งมาให้ทำอะไร

นายชัยเกษมกล่าวอีกว่า กรณี กปปส.เสนอ นายกฯ มาตรา 7 เหมือนกัน ซึ่งก็ไม่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ตนถึงเสนอแนวทางของตน หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ไม่มีทางใดให้ใช้มาตรา 7 วินิจฉัยสถานะรัฐบาลรักษาการ ส่วนคณะรัฐบุคคลไม่รู้รายละเอียดว่าทำไมเสนออย่างนั้น เสนอมาเฉยๆอย่างนั้นแค่ 5-6 คน มันไม่เป็นองค์กรอะไร ภายใต้รัฐธรรมนูญเลย ส่วนที่เสนอผ่าน พล.อ.เปรม อยากถามว่าจะดึง พล.อ.เปรมมาทำหน้าที่ตรงไหน นายกฯหรือคนไกล่เกลี่ย หรือจะนำเสนอพระบรมราชโองการจากกลุ่มคนเหล่านี้ หรือประสานให้เกิดความสามัคคี ตกลงเสนอ พล.อ.เปรมทำอะไรกันแน่ ตนไม่ได้สนใจติดตามข่าว ทุกคนในฐานะคนไทยพูดได้ เสนอความคิดได้ แต่ทำได้มากน้อยแค่ไหนต้องดูรายละเอียดอีกที ไปวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้

“เต้น” ซดแก๊งไดโนเสาร์ ม.7

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ เลขาธิการ นปช.กล่าวว่า เป็นคนกลุ่มเดิมที่ร่วมเคลื่อนไหวมาตั้งแต่เป็นกลุ่มพันธมิตรฯ สิ่งที่น่าตกใจคือวิธีคิดของคนเหล่านี้ มันเป็นภาพสะท้อนว่าเหตุใดประเทศไทยยังมีปัญหาเรื่องประชาธิปไตย เพราะคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในระบบราชการ หรือในวงวิชาการ ล้วนแต่มีแนวความคิดสนับสนุนระบอบเผด็จการ ทำลายระบอบประชาธิปไตย ข้อเสนอเหล่านั้นไม่มีทางเป็นไปได้ภายใต้กรอบกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 ไม่ได้เปิดช่องให้รัฐบุรุษหรือบุคคลใดๆ กระทำอย่างที่กลุ่มรัฐบุคคลแถลงข่าวออกมาได้ เชื่อว่าสุดท้ายเรื่องนี้ก็จะกลายเป็นตลกร้ายทางการเมืองอีกครั้ง ดูแล้วเหมือนมีคนมาฉายจูราสสิค พาร์ค ในท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ที่มีการต่อสู้ระหว่างคน 2 ฝ่าย อยู่ดีๆมาฉายหนังแล้วบอกว่า ต้องทำให้ประเทศนี้เป็นไดโนเสาร์ ตนเชื่อไม่มีใครเขาเอาด้วย

แฉตั้งธงสถาปนาอำนาจรัฐใหม่

นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ไม่ได้เป็นยุทธวิธีอะไรมากไปกว่าความพยายามของคนกลุ่มหนึ่งที่หาทางจะล้มรัฐบาลโดยไม่เลือกวิธีการ คนพวกนี้ต้องการสถาปนาอำนาจรัฐใหม่ โดยไม่ผ่านการตัดสินใจของประชาชน ส่วนที่เสนอผ่าน พล.อ.เปรม มันก็สะท้อนวิธีคิดของคนพวกนี้ไม่เคยเชื่อมั่นในศรัทธาประชาชน แต่ไปคิดกันเองว่าตนเองเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่หวังดีกับบ้านเมือง แล้วมีคุณค่าเพียงพอที่พูดอะไรแล้วสังคมต้องรับฟัง เมื่อคิดแบบนี้เลยคิดต่อไปว่าต้องมีคนที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่กว่ามาทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ เป็นระบบคิดของพวกอภิชน ที่ไม่เคยเห็นหัวประชาชน วิธีคิดแบบนี้ถ้าอยู่เฉพาะในตัวรัฐบุคคล เวลาเขานั่งคุยกันเองเขาก็จะมีความสุข เพราะเห็นว่าตนเองเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ แต่เวลาพูดออกมาในสังคมวงกว้าง ก็จะทำให้คนในสังคมมีความสุข ทำให้สังคมตลกขบขัน ในท่ามกลางสถานการณ์ที่วุ่นวายกันอยู่ คิดว่าคนจะงงกันไหม

ขุดสัจจะ “ผมพอแล้ว” ล็อก “ป๋า”

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคณะรัฐบุคคล นำโดย พล.อ. สายหยุด เกิดผล อดีต ผบ.ทหารสูงสุด เสนอให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เสนอร่างพระบรมราชโองการขึ้นทูลเกล้าฯให้ทรง ลงพระปรมาภิไธย เพื่อหาทางออกให้ประเทศว่า คนไทยได้เห็นคนกลุ่มนี้เตรียมการปล้นอำนาจรัฐ ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค.2557 ไม่คิดว่าจะใช้ทางลัดชิงลงมือเร็วขนาดนี้ แต่แค่คิดก็ผิดแล้วเพราะเป็นการทำนอกบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ สุญญากาศทางการเมืองใดๆก็ยังไม่เกิด หากจะเกิดก็เพราะทฤษฎีสมคบคิดของเครือข่ายอำมาตย์ที่พยายามจะใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 7 มาสร้างโอกาสให้ตัวเอง สงวนสิทธิ์เฉพาะฝั่งตัวเองที่ทำได้ คนอื่นเสนอทำไม่ได้ ไม่เห็นหัวประชาชน 67 ล้านคน ไม่สนภาพลักษณ์ของชาติที่จะเสียหาย จ้องดันพรรคพวกตัวเองขึ้นกุมอำนาจรัฐโดยไม่ต้องชนะเลือกตั้ง พล.อ.สายหยุดกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง รับส่งลูกกันแบบมืออาชีพ มองตาก็รู้ใจ ตั้งแต่ทำงานพีเนตร่วมกัน ฝ่ายหนึ่งเตะถ่วง เพื่อเปิดทางให้พวกลงมือ ถึงขั้นบอกทำงานใหญ่ให้ต้องเอียง พล.อ.เปรมเป็นประธานองคมนตรี รัฐบุรุษ ดุจภูผาสูงตระหง่านอยู่เหนือการเมือง สงบนิ่งท่ามกลางพวกฝนตกขี้หมูไหล ที่ไปวุ่นวายท่าน ที่สำคัญท่านเคยบอกว่า ผมพอแล้ว คงไม่รับข้อเสนอของพวกรัฐบุคคลที่ตั้งเองอวยกันเอง ไม่รู้จักพอ

“โอ๊ค” ว้ากเครือข่ายอำมาตย์ดัน ม.7

วันเดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า วิธีการที่ระบอบอำมาตยาธิปไตยจะชนะระบอบประชาธิปไตยได้โดยง่ายคือ ผลักดันให้ประเทศถึงทางตัน แล้วอ้างมาตรา 7 ตะแบงจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่ฟังเสียงประชาชน เมื่ออำมาตย์ตั้งธง มาแบบนี้ เครือข่ายอำมาตย์ทั้งหลายก็ตอบสนองรับลูกกันเป็นระนาด ตั้งแต่ ส.ว.สายอำมาตย์ องค์กรอิสระสายอำมาตย์ รวมถึงพรรคการเมืองขวัญใจอำมาตย์ ที่แบ่งแยกตัวเองเป็น 2 ขา ทั้งจัดตั้งม็อบป่วนเมืองขัดขวางการเลือกตั้ง และคงสภาพพรรคการเมืองเพื่อรอเก็บส้ม หลังแก้ไขกติกาสากลให้เป็นกติกาที่ตัวเองได้เปรียบในการเลือกตั้ง เจตนารมณ์แท้จริงที่กำหนดให้มีมาตรา 7 ในรัฐธรรมนูญเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ประเทศอยู่ในภาวะ Deadlock คือกรณีสุดวิสัยที่เผอิญมีเรื่องต้องวินิจฉัย โดยที่ไม่มีข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญให้ใช้มาตรา 7 คือการพิจารณาจากประเพณีการปกครองของไทย เพื่อหา ทางออกให้กับเหตุการณ์นั้นๆ

ใช้ 2 มาตรฐานทำลายฝ่ายตรงข้าม

นายพานทองแท้ระบุว่า การตีความข้อกฎหมายมาตะแบงใช้แบบผิดๆ เพื่อประโยชน์ของเครือข่ายตัวเอง การนำข้อกฎหมายมาใช้แบบ 2 มาตรฐาน ให้คุณฝ่ายตนเอง และให้โทษฝ่ายตรงข้าม การหยิบเอาเฉพาะเรื่องของฝ่ายตรงข้ามมาพิจารณา ส่วนความผิดของพรรคพวกตนปล่อยให้คดีหมดอายุความ ฯลฯ การยอมให้มีการเลือกตั้ง ต่อเมื่อพรรค พวกตัวเองได้เปรียบเท่านั้น ทั้งหลายทั้งปวงนี้คือ สาเหตุแท้จริงของความวุ่นวายในบ้านเมือง ถ้ายังคิดจะเอาชนะด้วยวิธีการไม่เห็นหัวประชาชน ไม่ใส่ใจใน 1 สิทธิ 1 เสียง ของประชาชน บ้านเมืองก็วุ่นวายไม่รู้จบตลอดไป ปีใหม่ฟ้าใหม่กันแล้ว ถ้าอยากให้บ้านเมืองสงบ ก็เลิกพฤติกรรมเหล่านี้เสียเถอะ

หวั่นวินิจฉัยคดี “ถวิล” พาวุ่น

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี และอดีตประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า อยากจะหยิบยกรัฐธรรมนูญมากระตุกเตือนสังคมถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำตัดสินสถานภาพความเป็นรัฐมนตรี ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สืบเนื่องจากการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสมช. ความจริงแล้วการโยกย้ายข้าราชการเป็นอำนาจโดยเด็ดขาดของนายกฯ ในฐานะผู้นำสูงสุดของฝ่ายบริหารสามารถทำได้ แต่ถ้าทำในนาม ส.ส.อาจจะไม่ได้ ตนเป็นห่วงว่าคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญอาจทำให้เกิดผลกระทบตามมามากมาย ไม่อยากให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย ที่ผ่านมารัฐบาลทำทุกอย่างตามกติกา แต่ฝ่ายตรงข้ามเลยเถิดเกินไป ตอนนี้ทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือ กกต.ต้องเร่งจัดการเลือกตั้งภายใน 180 วัน นับจากวันยุบสภาฯ 9 ธ.ค. 2556 ตามที่กฎหมายกำหนด

“แม้ว” วกเข้าฮ่องกงแก้เกมฟัน “ปู”

สำหรับความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสุดสัปดาห์นี้ พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางจากกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนไปฮ่องกง เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคเพื่อไทย นักธุรกิจ ข้าราชการ เข้าพบอีกครั้ง หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ไปฮ่องกงมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยมีรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคเตรียมตัวเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อหารือสถานการณ์การเมือง รวมทั้งปรึกษารายงานแง่มุมกฎหมายในคดีความที่กำลังจะมีการตัดสิน ไม่ว่าจะเป็นการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถึงความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม สืบเนื่องจากการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสมช. การตัดสินของ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวพันมาถึงตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์จากโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งแกนนำพรรคและฝ่ายกฎหมายส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะโดนองค์กรอิสระสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่แน่นอน

“มาร์ค” ฉะ “ปึ้ง” ข่มขู่ศาล รธน.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประ-ชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์บลูสกายชาแนลว่า การที่มีข่าวว่าพรรคเพื่อไทยกลัวศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่าปัญหาศาลรัฐธรรมนูญ หรือปัญหาการตัดสินองค์กรอิสระ จะเป็นปัญหาเวลาที่พรรคเพื่อไทยหรือกลุ่ม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไปทำอะไรที่รู้สึกว่าผิด และไม่เห็นด้วยที่จะเอาศาลมาตัดสินพิพากษาคดีเพื่อแก้สถานการณ์ เพราะต่อไปจะเป็นปัญหา ซึ่งทุกฝ่ายควรเคารพศาลด้วย ส่วนการที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ระบุว่า ศาลต้องตัดสินให้ยุติธรรม ถ้าไม่ยุติธรรม บ้านเมืองจะเกิดความวุ่นวายนั้น เห็นว่าศาลมีหน้าที่ตัดสินให้ยุติธรรมอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือทุกคดีมีความเห็น 2 ฝ่าย ไม่อย่างนั้นคงไม่เป็นคดี ดังนั้นการที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดพยายามย้ำว่าต้องตัดสินอย่างนั้นอย่างนี้ คืออาจจะใช้คำว่ายุติธรรม แต่ใครก็อ่านออกว่าที่นายสุรพงษ์หรือใครต่อใครพูดหมายถึงว่า ให้ตัดสินไปตามที่ตัวเองต้องการ แล้วตัวเองมีอำนาจรัฐ มีมวลชนด้วย มีพรรคการเมืองด้วย ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าเหมือนข่มขู่กดดันกลายๆ

เลขาฯศาล รธน.ชี้หยุดยาวคดีไม่คืบ

นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า กรณีการวินิจฉัยสถานภาพนายกรัฐมนตรีพ้นจากรักษาการ ในคดีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช.โดยมิชอบ ขณะนี้อยู่ในกระบวนการที่ศาลให้สิทธิ์ผู้ถูกร้องทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหายังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติม เนื่องจากยังอยู่ในช่วงวันหยุด นอกจากนี้ไม่มีความคิดเห็นกรณีที่รัฐบาลตั้งข้อสังเกตในมาตรฐานการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญรวมถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก เรียกร้อง
ขอความเป็นธรรม เนื่องจากเป็นกระบวนการของคณะตุลาการ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การเมืองที่ไม่สงบ เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้มาช่วยดูแลความปลอดภัยบริเวณบ้านพักของคณะตุลาการแต่ละท่านเป็นอย่างดี

พท.เรียกแกนนำถกรับศึก กกต.

อีกเรื่องหนึ่ง นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 17 เม.ย. พรรคเพื่อไทยจะมีการประชุมคณะกรรมการกิจการพรรคเพื่อไทย เพื่อหารือถึงข้อเสนอแนวทางจัดการเลือกตั้ง ก่อนที่จะสรุปเสนอต่อ กกต. รวมถึงการพิจารณาคัดสรรบุคคลที่จะเป็นตัวแทนไปร่วมประชุมกับ กกต. ในวันที่ 22 เม.ย.ด้วย ยืนยันว่าเมื่อพรรคมอบหมายบุคคลใดไปร่วมประชุมกับ กกต.แล้ว ย่อมมีอำนาจตัดสินใจแทนพรรคอย่างแน่นอน ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถามถึงบุคคลที่มีอำนาจเต็มที่จะมาร่วมประชุมกับ กกต.นั้น เมื่อถึงเวลาพรรคประชาธิปัตย์จะทราบเอง นายอภิสิทธิ์กำลังทำตัวยกตนข่มท่านหรือไม่ ขอเพียงแค่พรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมประชุมกับ กกต. และขอให้พรรคประชาธิปัตย์มีข้อสรุปว่าจะสนับสนุนการเลือกตั้งก็พอ

งัดมติ 53 พรรคจัด ลต.ใน 60 วัน

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ระบุว่า กกต.จะหารือกับรัฐบาลเรื่องจัดการเลือกตั้งในวันที่ 17 เม.ย.นั้น เป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่อยากให้ กกต.ตั้งเงื่อนไขว่าถ้าหารือกับรัฐบาลแล้วไม่ได้ข้อยุติ ก็จะยังไม่จัดการเลือกตั้ง เพราะจะแสดงให้เห็นถึงความรับไม่ผิดชอบ ส่วนวันที่ 22 เม.ย.ที่ 53 พรรคการเมืองจะหารือกับ กกต.นั้น จะมีการเน้นย้ำให้ กกต.ดำเนินการจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ตามมติของ 53 พรรคการเมืองที่เคยเสนอ กกต.ไปก่อนหน้านี้ ไม่อยากให้ กกต.ตั้งธงว่าจะจัดการเลือกตั้งภายใน 90 วันซึ่งจะนานเกินไป วันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากการขัดขวางของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ดังนั้นหาก กกต.มีความจริงใจ ขอให้ ไปพูดกับนายสุเทพให้หยุดขัดขวางการเลือกตั้ง หากนายสุเทพไม่ทำตาม ก็จะขาดการยอมรับจากประชาชนไปเอง ขณะเดียวกันขอให้ดำเนินคดีกับนายสุเทพด้วยเพื่อไม่ให้นายสุเทพเหิมเกริมอีก โดย กกต.ต้องทำคู่ขนานกันไป หาก กกต.ไม่ทำและยื้อเวลาออกไปอีก ความขัดแย้งก็จะไม่คลี่คลาย

เย้ย ปชป.ไม่กลัวแพ้อย่าบอยคอต

นายพร้อมพงศ์กล่าวถึงกรณีที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงสถานการณ์การเมืองหลังเทศกาลสงกรานต์รวม 5 ข้อ โดยระบุว่า รัฐบาลกำลังยื้อเวลาอยู่ในอำนาจต่อไปให้นานที่สุดว่า เป็นการพูดแบบแผ่นเสียงตกร่อง พูดกล่าวหารัฐบาลและบิดเบือนข้อเท็จจริง หากพรรคประชาธิปัตย์อยากให้รัฐบาลพ้นจากอำนาจ ควรออกมาสนับสนุนการเลือกตั้ง และลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย เพื่อให้มีรัฐบาลและสภาฯชุดใหม่ เพราะรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการเท่านั้น นายจุรินทร์พูดเหมือนแกล้งโง่ เมื่อรัฐบาลประกาศยุบสภาฯ ก็ต้องอยู่เพื่อรักษาการ รู้สึกแปลกใจที่นายจุรินทร์และพรรคประชาธิปัตย์กลัวการเลือกตั้ง หรือไม่มั่นใจและกลัวว่าจะกลับไปเป็นฝ่ายค้าน ดังนั้น ขอท้านายจุรินทร์และพรรคประชาธิปัตย์ให้ประกาศในวันที่ประชุมร่วมกับ กกต.ในวันที่ 22 เม.ย.เลยว่าจะลงเลือกตั้ง แบบนี้ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นการปฏิรูปอย่างแท้จริง และขอเรียกร้องให้นายจุรินทร์เรียกสมาชิกที่แตกแถว เล่นการเมืองข้างถนน กลับเข้ามาอยู่ในพรรค เล่นการเมืองตามระบบจะดีกว่า

หยันหมดท่าบอก ส.ว.เป็นขี้ข้ารัฐบาล

นายพร้อมพงศ์กล่าวอีกว่า ส่วนที่นายจุรินทร์ระบุว่ารัฐบาลเตรียมใช้วุฒิสภาชุดใหม่ เป็นเครื่องมือปกป้องการกระทำผิด ทั้งในส่วนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตประธานสภา และประธานวุฒิสภากรณีถูกถอด ถอน เพื่อให้เสียงถอดถอนไม่ถึง 3 ใน 5 ถือเป็นการดูถูกสมาชิกรัฐสภารวมทั้งประชาชนด้วย อยากถามว่าคนที่คิดเหมือนกับนายจุรินทร์จะเป็นคนดี แล้วคนที่เห็นต่างจะต้องเป็นคนไม่ดีใช่หรือไม่ ยืนยันว่าไม่มี ส.ว.คนไหนจะตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาล ทั้งนี้ แปลกใจที่คำพูดลักษณะนี้ควรหลุดออกจากปากของพวกเผด็จการ และกลุ่มการเมืองที่จะล้มระบอบประชาธิปไตย มากกว่าจะหลุดออกจากปากสมาชิกพรรคการเมืองเก่าแก่แบบนี้

ปชป.ฟึดฟัดอดออกจอเวที กกต.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าหลังจากที่เสนอให้พรรคเพื่อไทยส่งบุคคลที่มีอำนาจตัดสินใจรวมทั้งให้ถ่ายทอดสดการประชุมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 22 เม.ย. ปรากฏว่าเป็นเงื่อนไขทำให้พรรคเพื่อไทยร้อนรนผิดปกติ กลัวการประชุม ทั้งที่เป็นการหารือหาทางออกให้ประเทศ แต่เหตุใดพรรคเพื่อไทยปิดหูปิดตาประชาชน เพราะการถ่ายทอดสดเพื่อให้ประชาชนเห็นแนวคิดผู้นำพรรคการเมืองว่าเป็นอย่างไรในการแก้ปัญหา ดังนั้นการที่พรรคเพื่อไทยไม่กล้าให้ถ่ายทอดสดมีสาเหตุ 2 ประการ คือ 1.บุคลากรพรรคเพื่อไทยไม่มีใครมีอำนาจจริงสักคน ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคถึง รปภ. ก็มีอำนาจใกล้เคียงกัน คือฟังคำสั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเท่านั้น และ 2.พรรคเพื่อไทย ไม่ใครที่มีความสามารถพิจารณาใดๆทั้งสิ้น เป็นเพียงผู้นำสารว่าให้ กกต.จัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด

ท้า “แม้ว” สไกป์ดวลฝีปาก “มาร์ค”

“การที่พรรคเพื่อไทยไม่ให้ถ่ายทอดสดถือเป็นการเห็นแก่ตัว เป็นวิธีการที่น่ารังเกียจ เพราะวันนี้ประชาชนต้องการคำตอบจากพรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์พร้อมให้ความร่วมมือ ขอต่อให้คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เพียงคนเดียว กับพรรคเพื่อไทยทั้งพรรค กล้าหรือไม่ หรือจะให้ พ.ต.ท.ทักษิณสไกป์เข้ามาก็ได้ และขอให้ กกต.ซึ่งทราบดีอยู่แล้วว่าประชุมกี่ครั้ง พรรคเพื่อไทยก็ยืนจุดเดิมคือการเดินหน้าเลือกตั้ง ทำไม กกต. ไม่ขอความร่วมมือจากสถานีโทรทัศน์ให้ถ่ายทอดสด เพื่อการหารือจะได้เป็นสาระ ดีกว่าสร้างละครหลอกประชาชนไปวันๆ และถ้าเขาไม่ให้ความร่วมมืออย่างน้อย ก็ถือว่า กกต.ได้ทำแล้ว จะได้รู้กันว่าพรรคประชาธิปัตย์ที่พยายามหาทางออกให้ประเทศ กับพรรคเพื่อไทยที่เห็นการเลือกตั้งเพื่อการเข้าสู่อำนาจแล้วมาโกงกิน ประชาชนจะเลือกใคร” นายชวนนท์กล่าว

“สมชัย” คาด ลต. 20 หรือ 27 ก.ค.

เมื่อเวลา 14.30 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยระบุถึง Timeline การเลือกตั้งไทย (ที่ไม่เกี่ยวกับ ป.ป.ช.หรือศาลรัฐธรรมนูญ) มีเนื้อหาระบุว่า 22 เม.ย. กกต.เชิญ 70 พรรคการเมืองหารือกำหนดวันเลือกตั้งที่เหมาะสม นอกจากนี้วันที่ 23-24 เม.ย. อาจมีประกาศรับรอง ส.ว.อีกจำนวนหนึ่ง แต่น่าจะไม่ถึงร้อยละ 95 และ 29 เม.ย. กกต.รับรอง ส.ว.ส่วนที่เหลือ ครบร้อยละ 95 และ วันที่ 29-30 เม.ย. น่าจะมีการประชุมร่วมกันระหว่างรัฐบาลและ กกต.เพื่อกำหนดวันออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่โดยรัฐบาลน่าจะเลือกสูตรที่เร็วที่สุดคือ 90 วัน ดังนั้นวัน เลือกตั้งน่าจะเป็นอาทิตย์ที่ 20 หรือ 27 กรกฎาคม 2557

เก็งเปิดสภา ก.ย.–ได้ รบ.ใหม่ ต.ค.

นายสมชัยระบุว่า การเลือกตั้งครั้งใหม่ไม่น่าจะมีเหตุโมฆะ เนื่องจาก กกต.ได้กำหนดวิธีการรับสมัครด้วยวิธีการที่หลากหลาย ทำให้น่าจะมีผู้สมัครครบทุกเขต แต่การได้ ส.ส.ครบร้อยละ 95 ภายใน 30 วันหลังจากการเลือกตั้งออกจะเป็นปัญหา เนื่องจากต้อง เลือกตั้งครบทุกหน่วยจึงจะสามารถประกาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ หากสถานการณ์ไม่เลวร้ายมาก สภาจะเปิดได้ในเดือน ก.ย. และมีรัฐบาลใหม่ได้ในเดือน ต.ค.

17 เม.ย. 2557 07:35 17 เม.ย. 2557 07:35 ไทยรัฐ