วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยังมีไพ่ให้ตีกั๊กอำนาจ

โวยออกอากาศกันเลย ในอารมณ์ที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา ระบุเลยว่า ไม่สามารถเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ เพื่อดำเนินการถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาในวันที่ 18 เมษายนนี้ได้

เนื่องจากนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ยอมลงนามทูลเกล้าฯ

แต่ทั้งนี้ก็ยังมีความพยายามเสนอวันเปิดประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญใหม่ ไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว จากเดิมที่กำหนดในวันที่ 18 เมษายน ให้เป็นวันที่ 24 เมษายนนี้แทน

เครือข่าย ส.ว.สรรหาฝ่ายต้านรัฐบาล เดินหน้าลุยตามแผนเต็มที่

ขณะที่นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม มือกฎหมายของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ออกมาดักคอ การเปิดประชุมยังเป็นเรื่องของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่เรื่องของคณะรัฐมนตรี จึงอยากแนะนำให้มีการรับรองการเลือกตั้ง ส.ว.เสร็จสิ้นก่อน เพื่อให้มีการเลือกประธานวุฒิสภาเกิดขึ้น

ต่างฝ่ายต่างยื้อเดิมพันกระบวนการตั้งนายกรัฐมนตรีมาตรา 7

โดยจุดแปรผันอยู่ที่เก้าอี้ประธานวุฒิสภา ที่กลุ่ม 40 ส.ว.เครือข่ายฝ่ายต้าน “ทักษิณ” ก็หมายมั่นจะล็อกโพยให้นายสุรชัยขึ้นแท่นเป็นเบอร์หนึ่งของสภาสูง

เพื่อหนทางสะดวกในการแต่งตั้งนายกฯมาตรา 7

ขณะที่เครือข่ายฝ่าย “ทักษิณ” ก็ยื้อให้รอ ส.ว.เลือกตั้งชุดใหม่ที่มีเครือข่ายของพรรคเพื่อไทยเข้ามาคานอำนาจไว้ ไม่ให้ไหลตามเกมของฝ่ายจ้องล้มกระดาน ตามสัญญาณ

ล่าสุดที่เช็กได้ มีการล็อกเก้าอี้ประธานวุฒิสภาไว้ที่ชื่อของคนกลางอย่าง พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ ส.ว.สรรหา
บล็อกไม่ให้เกมไหลไปทางฝ่ายต้านพรรคเพื่อไทยซะหมด

ในเงื่อนไขสถานการณ์ที่บีบเข้าสุญญากาศ ฝ่าย “นายใหญ่” กำลังตกอยู่ในสภาวะส่อหนี “เดดล็อก” ไม่ออก ตามปรากฏการณ์ที่ต้องส่งนายชัยเกษมออกมาโยนทุ่น ตั้งแท่นเสนอให้รัฐบาลใช้มาตรา 7 แห่งรัฐธรรมนูญปี 2550 ในการทูลเกล้าฯ เพื่อขอพระบรมราชวินิจฉัยแนวทางการแก้ปัญหา กรณีถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพของนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นจากสภาพความเป็นรัฐมนตรี

แต่ทั้งนั้นทั้งนี้เช็กอาการแล้ว ก็แค่เหลี่ยมเบิ้ลบลัฟเท่านั้น

มุกมาตรา 7 ของ “นายใหญ่” ก็กั๊กเชิงไว้แค่ ทีเอ็งยังเสนอได้ ข้าก็เสนอได้เหมือนกัน

แต่ถ้าเอากันจริงๆจังๆฝั่ง “นายใหญ่” ยากที่จะยอมเปิดทางให้ง่ายๆ ภายใต้ความเคลื่อนไหวในการเปิดดีลเจรจา

เบื้องหลังที่ข้ามช็อตนายกฯยิ่งลักษณ์ จะโดนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพความเป็นรัฐมนตรี จากกรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปแล้ว

เพราะท่าทาง “รอดยาก” ตามโปรแกรมล้มกระดานของฝ่ายคุมเกมประเทศไทย

ตามจังหวะที่ขุนทหารใหญ่ตัวแทนของกองทัพ นักวิชาการด้านกฎหมาย ทีมงานการเมืองของพรรคเพื่อไทย บินไปตั้งวงถกดีลกับอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่บินโฉบไปโฉบมาระหว่างกรุงปักกิ่งกับฮ่องกง

ชงสูตรนายกฯที่จะขึ้นมาเสียบแทน “ยิ่งลักษณ์”

แต่แน่นอนในส่วนของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยก็ยังต้องเดินยุทธศาสตร์ยื้ออำนาจรัฐไว้ก่อน ตามเงื่อนไขทางกฎหมายก็โฟกัสไปที่รัฐมนตรีที่ไม่ได้อยู่ร่วมประชุมในวันที่ ครม.มีมติโยกย้ายนายถวิล ซึ่งจะไม่อยู่ในข่ายโดนล้างบาง ถ้าศาลรัฐธรรมนูญฟันธงปมย้ายนายถวิลผิด

ไล่เรียงรายชื่อในทีมรัฐมนตรีชุดปัจจุบันก็มีอยู่หลายคน

ที่น่าสนใจก็คือปรากฏการณ์ที่โยงมาจากอาการของ “บิ๊กเติ้ง” นายบรรหาร ศิลปอาชา “หลงจู๊ใหญ่” พรรคชาติไทยพัฒนา ที่ลงทุนเข็นวีลแชร์ให้นายกฯยิ่งลักษณ์นั่งระหว่างทัวร์บึงฉวาก เมืองสุพรรณบุรี

ส่งสัญญาณเป็นนัยพูดดังๆต่อหน้านายกฯยิ่งลักษณ์ “ผมยังเหมือนเดิม”

นั่นก็เพราะตามสถานการณ์ที่นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกฯและ รมว.เกษตรฯในโควตาของพรรคชาติไทยพัฒนา จะเขยิบขึ้นมาเป็นรองนายกฯเบอร์ต้นๆตามตำแหน่ง

พร้อมเป็น “ตาอยู่” แทรกกลางได้ทันที

แต่อย่างไรก็ตามประเมินจากวิสัยของ “ทักษิณ” และพี่น้องตระกูลชินฯไม่ไว้วางใจคนนอกมากกว่าญาติพี่น้องและวงศ์วานใกล้ชิดอยู่แล้ว โดยเฉพาะสายตรงแท้ๆก็ยังมีอยู่กับชื่อของนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯและ รมช.เกษตรฯ ในฐานะยาสามัญประจำบ้านของนายกฯยิ่งลักษณ์

สรุปยังมีไพ่อีกหลายใบ ตีเล่นจังหวะกั๊กอำนาจชั่วคราว.

ทีมข่าวการเมือง

17 เม.ย. 2557 00:36 ไทยรัฐ