วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปืนต้องแชมป์เท่านั้น

โดย หมวดแซม

ฟุตบอลถ้วยรายการเก่าแก่ที่สุดในโลก อย่าง “เอฟเอ คัพ อังกฤษ” ได้คู่ชิงชนะเลิศประจำฤดูกาล 2013–­14 เรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล จะโคจรมาเจอกับ “เดอะ ไทเกอร์ส” ฮัลล์ ซิตี้ ทีมคู่ปรับร่วมเวทีพรีเมียร์ลีก ที่สนามเวมบลีย์ ในวันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคมนี้

ถือเป็นมวยถูกคู่ก็คงไม่ผิดแต่อย่างใดเพราะมีดีกรีเป็นถึงทีมจากลีกสูงสุดด้วยกันทั้งคู่ โดยในรอบรองชนะเลิศ ทั้งอาร์เซนอลและฮัลล์ ซิตี้ ต่างก็เอาชนะคู่แข่งจากลีกต่ำกว่ามาได้เหมือนๆกัน

“ปืนใหญ่” อาร์เซนอล กว่าจะโค่นแชมป์เก่าอย่าง วีแกน แอธเลติก ทีมคู่ปรับจากแชมเปียนชิพ ลงได้ ก็ต้องลุ้นจนถึงฎีกายิงจุดโทษตัดสิน หลังทั้งคู่เสมอกันในเกม 120 นาที 1-1

โดยเกมปกติ 90 นาที วีแกนเป็นฝ่ายยิงขึ้นนำก่อน 1-0 จากการซัดจุดโทษของ จอร์ดี โกเมซ ในนาทีที่ 63 ก่อนที่ แพร์ เมอร์เตซัคเกอร์ ปราการหลังชาวเยอรมัน จะมาแก้ตัวได้ หลังทำทีมเสียจุดโทษไปก่อน ด้วยการพุ่งโหม่งเผาขนให้ทีมปืนใหญ่ไล่ตีเสมอ 1-1 ในนาที 82 ทำให้เกมยืดเยื้อต้องสู้กันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที

ต้องยอมรับว่า ประตูตีเสมอของเมอร์เตซัคเกอร์ เป็นประตูกู้ชีพฉุดอาร์เซนอลฟื้นขึ้นมาจากหลุม ไม่เช่นนั้น “ปืนใหญ่” อาจจบเส้นทางเอฟเอคัพแค่รอบตัดเชือกไปแล้วก็ได้

ส่วนช่วงต่อเวลาพิเศษ ทั้งคู่ทำอะไรกันไม่ได้ ครบ 120 นาทีสกอร์ยังเท่ากัน 1-1 เหมือนเดิม จึงต้องตัดสินหาผู้ชนะด้วยการดวลจุดโทษ

ซึ่งในการดวลจุดโทษนั้น ลูคัส ฟาเบียนสกี กลายเป็นฮีโร่ตัวจริงของทีมปืนใหญ่ เมื่อสามารถเซฟจุดโทษ 2 ลูกแรกของวีแกนได้ จากแกรี คัลด์เวลล์ และแจ๊ค คอลลิสัน

ขณะที่ 4 คนของอาร์เซนอลยิงเข้าหมดทั้ง มิเกล อาร์เตตา, คิม คัลล์สตรอม, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และซานติ กาซอร์ลา ทำให้ปืนใหญ่ชนะในการยิงจุดโทษ 4-2 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศเป็นทีมแรก

อาร์เซนอล กลายเป็น “ราชาในการดวลจุด โทษ” เพราะคว้าชัยชนะได้ถึง 7 ครั้ง จากการที่พวกเขาต้องดวลจุดโทษตัดสินผู้ชนะใน 8 ครั้งที่ผ่านมา

ทางด้าน “เดอะ ไทเกอร์ส” ฮัลล์ ซิตี้ สร้างประวัติศาสตร์เข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอคัพ ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 110 ปี หลังจากแซงถล่มชนะ “ดาบคู่” เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด คู่ปรับจากลีกวัน ไปได้ 5 ประตูต่อ 3

สำหรับนัดชิงเอฟเอคัพปีนี้ นอกจากเหล่าสาวกปืนโตที่ต้องเชียร์ทีมรักแบบสุดใจขาดดิ้นแล้ว บรรดาแฟน “ผีแดง” แมนฯยู ก็ต้องช่วยเชียร์อาร์เซนอลคว้าแชมป์เอฟเอคัพให้ได้เช่นกัน

เพราะถ้าทีมปืนใหญ่ได้แชมป์เอฟเอคัพและจบด้วยอันดับท็อปโฟร์ โควตาไปเล่นยูโรปา ลีก จะตกไปอยู่ที่อันดับ 7 ในลีกทันที ซึ่งงานนี้ แมนฯยู น่าจะได้อานิสงส์ไปเต็มๆ

ว่ากันตามเนื้อผ้าแล้ว อาร์เซนอลเหนือกว่าฮัลล์ทุกกระบวนท่า ทั้งชื่อชั้นและอันดับบนตาราง แถมยังเคยคว้าแชมป์เอฟเอคัพมาแล้วถึง 10 สมัย ส่วนฮัลล์ยังไม่เคยเป็นแชมป์ถ้วยนี้เลยแม้แต่สมัยเดียว

แต่อย่าลืมว่า อาร์เซนอล เคยมีประสบการณ์อกหักชวดแชมป์คาร์ลิง คัพ (ลีก คัพ) มาแล้วเมื่อซีซั่น 2010-11 ด้วยการพลิกล็อกแพ้ทีมรองบ่อนอย่างเบอร์มิงแฮม ซิตี้ 1-2

ช่างบังเอิญเหลือเกินที่คืนวันอาทิตย์นี้ ฮัลล์ มีโปรแกรมเปิดบ้านรับมืออาร์เซนอล ในศึกพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือเป็นการชิมลางซ้อมใหญ่ ก่อนที่ทั้งคู่จะเจอกันในนัดชิงเอฟเอคัพ กลางเดือนหน้า

อย่างไรก็ตาม การไร้แชมป์มานาน 9 ปี ทำให้อาร์เซนอลต้องมุ่งมั่นซิวแชมป์เอฟเอคัพมาครองให้ได้ เพื่อหยุดสถิติเลวร้ายไม่มีแชมป์ติดมือมานานถึง 9 ซีซั่นติดต่อกัน

หากดวงซวยไม่มีแชมป์ในฤดูกาลนี้อีก รับรองว่าอาร์เซนอลทีมแตกแน่ แข้งดังคงกระจัด– กระจายย้ายไปคนละทิศละทาง รวมทั้งกุนซืออย่าง เวงเกอร์ ที่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ต่อสัญญาใหม่

ดังนั้น “ปืนใหญ่” ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเป็นแชมป์เอฟเอคัพสถานเดียวเท่านั้น!!!

หมวดแซม

17 เม.ย. 2557 00:31 17 เม.ย. 2557 00:31 ไทยรัฐ